
เซ็งนโยบายเอสเอ็มอีสะดุด
สสว.ชี้หลายโครงการรอครม.ไฟเขียวโอท็อปครวญยอดขายปลายปีฮวบ
สสว.ชี้หลายโครงการรอครม.ไฟเขียวโอท็อปครวญยอดขายปลายปีฮวบ
สสว.ชี้ยุบสภาทำนโยบายเอสเอ็มอีไทยสะดุด ส่วนโอท็อปโอดการเมืองป่วนกดยอดขายช่วงปลายปี
แหล่งข่าวจากสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า การที่รัฐบาลของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ประกาศยุบสภาเพื่อจัดการเลือกตั้งใหม่นั้น มีผลกระทบต่อนโยบายการส่งเสริมผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ไทยในประเทศอย่างแน่นอน เพราะมีนโยบายหลายด้านที่กำลังเตรียมเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติเห็นชอบ เช่น กองทุนเพื่อเสริมสภาพคล่องให้แก่เอสเอ็มอี ที่ได้รับผลกระทบจากการปรับอัตราค่าจ้างระยะ (เฟส) 2 วงเงินใหม่ 400 ล้านบาท โดยปัจจุบันกองทุนดังกล่าวมีวงเงินมากกว่า 100 ล้านบาท
ขณะเดียวกัน ยังมีผลการสำรวจเรื่องผลกระทบจากปัญหาค่าแรง 300 บาทต่อวันกับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่ต้องนำเสนอต่อ ครม.เช่นกัน ทั้งนี้ผลสำรวจปัญหาค่าแรง 300 บาทนั้น พบว่ามีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีได้รับผลกระทบในระดับที่น้อย และมีเข้ามาร้องเรียนกับ สสว.ไม่ถึง 100 ราย แสดงว่าเอสเอ็มอีไทยไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาค่าแรงมากนัก
นอกจากนี้ อาจจะมีสาเหตุมาจากการที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย เริ่มลงทุนปรับเปลี่ยนเครื่องจักรใหม่ เพื่อลดต้นทุนการผลิตลงให้มากที่สุด และบางส่วนอาจจะขยายการลงทุนไปในประเทศเพื่อนบ้านแทน ทำให้ประสบปัญหาเรื่องต้นทุนการทำธุรกิจที่ไม่มากนัก
อย่างไรก็ตาม สสว.กำลังติดตามและประเมินผลกระทบจากการชุมนุมและสถานการณ์ทางการเมืองอย่างใกล้ชิดว่ามีผลกระทบกับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีหรือไม่ รวมถึงแนวทางที่จะดำเนินการต่อไปด้วย
ทั้งนี้ เบื้องต้นพบว่าผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยสามารถปรับตัวรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ได้เป็นอย่างดี เช่น เมื่อเกิดการชุมนุมทางการเมือง มีเอสเอ็มอีรายเล็กผลิตสินค้าที่เกี่ยวกับการชุมนุมออกมาจำนวนมาก และสามารถสร้างยอดขายได้เป็นอย่างดี ทั้งนกหวีด เสื้อผ้า ของที่ระลึก และอุปกรณ์ต่างๆ ประกอบการชุมนุม เป็นต้น
ด้านนายพรพล เอกอรรถพร ประธานเครือข่ายโอท็อปแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ปัญหาการเมืองส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (โอท็อป) เพราะทำให้การจัดงานโอท็อป ซิตี้ ที่มีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 16-24 ธ.ค.นี้ ต้องเลื่อนไปเป็นวันที่ 28 ม.ค.-6 ก.พ. 2557 ทำให้ส่งผลกระทบต่อยอดขายของผู้ประกอบการโอท็อป เนื่องจากโดยทั่วไปช่วงใกล้เทศกาลปีใหม่ ผู้ประกอบการจะสามารถสร้างยอดขายสูงขึ้นกว่าปกติถึง 1 เท่าตัว
อย่างไรก็ตาม การจัดงานโอท็อป ซิตี้ ที่ต้องเลื่อนไป ทำให้มีแผนจัดงานโอท็อป กิฟต์ แฟร์ 2014 ให้เร็วขึ้น เพื่อให้ผู้ประกอบการที่ไม่ได้ออกงานแสดงสินค้าดังกล่าวได้มาร่วมงานนี้แทน โดยโอท็อป กิฟต์ แฟร์ 2014 มีกำหนดวันที่ 19-29 ธ.ค. 2556 ที่ศูนย์การค้าธัญญะฯ มีผู้ประกอบการโอท็อปจากทั่วประเทศมาร่วมออกบูธมากกว่า 100 ราย ซึ่งสินค้าที่นำมาจำหน่ายมีราคาพิเศษ เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อของผู้บริโภคในช่วงปลายปี และเจาะตลาดลูกค้าที่ต้องการซื้อของขวัญปีใหม่
นอกจากนี้ สถานการณ์ทางการเมืองยังส่งผลต่อการเปิดเมืองของโอท็อป หรือโอท็อป ทาวน์ ที่ศูนย์การค้าธัญญะ ช็อปปิ้ง พาร์ค บนถนนศรีนครินทร์ ต้องเลื่อนกำหนดการจัดงานออกไป จากกำหนดเดิมช่วงต้นเดือน ธ.ค.นี้
นายพรพล กล่าวอีกว่า เมื่อมีการเลือกตั้งใหม่ ภาคเอกชนอยากให้รัฐบาลชุดใหม่ที่เข้ามาบริหารประเทศ วางแนวทางพัฒนาผู้ประกอบการสินค้าโอท็อปต่อไปด้วย เนื่องจากเป็นรากฐานสำคัญหนึ่งของประเทศ
ด้านผู้ประกอบการโอท็อปที่ร่วมงานแสดงสินค้าเทศกาลต้อนรับปีใหม่ ระหว่างวันที่ 29 พ.ย.-8 ธ.ค. ที่ศูนย์การแสดงสินค้าอิมแพ็ค เมืองทองธานี กล่าวว่า ยอดขายโดยรวมไม่ดีมากนัก เพราะจากสถานการณ์ทางการเมืองมีผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค







