
ยุบสภาแช่แข็ง พ.ร.บ.กู้ 2 ล้านล้าน
โดย...ชลลดา อิงศรีสว่าง
โดย...ชลลดา อิงศรีสว่าง
ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ประกาศยุบสภาตั้งแต่วันที่ 9 ธ.ค. 2556 มีผลให้รัฐบาลนี้กลายเป็นรัฐบาลรักษาการเพื่อจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ หลังจากไม่อาจต้านทานแรงกดดันของมวลมหาประชาชน และพรรคประชาธิปัตย์ที่ออกตัวเป็นแกนนำขับไล่รัฐบาล โดยมีชนวนมาจากการที่รัฐบาลหักดิบใช้เสียงข้างมากออกร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) นิรโทษกรรมแบบเหมาเข่ง รวมคดีทุจริตคอร์รัปชั่นเข้าไปด้วย
กฎหมายสำคัญอีกฉบับหนึ่งที่มาในลักษณะเดียวกันคือ ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) และร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมและขนส่งของประเทศ พ.ศ.... หรือที่เรียกกันว่า พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท
ร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญนั้น นายกฯ ได้ขอกราบบังคมทูลขอพระบรมราชานุญาตถอนร่างรัฐธรรมนูญกลับคืน ก็ถือว่าจบไป แต่ พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาทนั้น ได้ผ่านความเห็นชอบของวุฒิสภาวาระ 3 ไปแล้ว ซึ่งมีสมาชิกวุฒิสภา (สว.) กลุ่มหนึ่ง และพรรคประชาธิปัตย์ ได้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความว่า การออกกฎหมายพิเศษกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท เป็นการกระทำที่ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่
อย่างไรก็ดี กรณ์ จาติกวณิช อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคได้ยื่นคำร้องเรื่อง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาทไปแล้วเมื่อวันที่ 20 พ.ย.ที่ผ่านมา แต่ศาลรัฐธรรมนูญยังไม่รับคำร้องอย่างเป็นทางการ เมื่อ สส.พรรคประชาธิปัตย์ลาออกทั้งหมดอาจมีผลให้คำร้องตกไป แต่ คำนูณ สิทธิสมาน สว.สรรหา ยืนยันว่า ที่ สว.ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญไว้มีผลต่อกฎหมายฉบับนี้อยู่ และจะเชิญอดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ที่เกี่ยวข้องมาเป็นพยานชี้แจงต่อศาล
เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า ตัวแปรสำคัญที่ทำให้ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้เกิดขึ้นได้หรือไม่ อยู่ที่การตีความของศาลรัฐธรรมนูญว่าจะมีความเห็นต่อร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้อย่างไร ขัดต่อกฎหมายหรือไม่ รวมทั้งสถานการณ์ทางการเมืองก็มีส่วนสำคัญเช่นกัน ซึ่งขณะนี้ยังประเมินยากว่าจะมีพัฒนาการไปอย่างไร
สุวิชญ โรจนวานิช ที่ปรึกษาด้านตลาดตราสารหนี้ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ระบุว่า ตามขั้นตอนตามกฎหมาย แม้รัฐบาลจะยุบสภาก็ตาม แต่ร่างกฎหมายฉบับนี้ยังมีสภาพอยู่ เมื่อมีการร้องว่ากฎหมายนี้อยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญ ถ้าศาลตีความว่าขัดรัฐธรรมนูญร่างกฎหมายนี้ก็ตกไป แต่ถ้าหากตีความว่าไม่ขัด กฎหมายก็ยังมาสภาพสมบูรณ์ รัฐบาลใหม่สามารถนำกราบบังคมทูลทรงลงพระปรมาภิไธยและประกาศในราชกิจจานุเบกษา มีผลบังคับใช้เลย
อย่างไรก็ดี หากศาลรัฐธรรมนูญไม่ผ่านร่างกฎหมายดังกล่าว หากรัฐบาลใหม่เห็นว่าต้องการสานต่อ ก็สามารถที่จะนำมาเริ่มต้นพิจารณากันใหม่ แต่หากรัฐบาลใหม่เห็นว่าไม่ควรจะนำกฎหมายนี้มาพิจารณา กฎหมายก็ตกไป
“ตัวอย่างร่าง พ.ร.บ.ที่ดินของพรรคประชาธิปัตย์ ที่อดีต รมว.คลัง กรณ์ จาติกวณิช ได้เสนอบรรจุเข้าสู่การพิจารณาจากสภาแล้ว แต่เมื่อเปลี่ยนรัฐบาล พรรคเพื่อไทยไม่เอาก็ไม่หยิบยกขึ้นมาพิจารณา ก็ถือว่ากฎหมายนั้นตกไป
ความสำคัญของกฎหมายฉบับนี้ รัฐบาลยิ่งลักษณ์ยืนยันว่าจะต้องรีบลงทุนเพื่อพัฒนาขีดความสามารถประเทศ จะมีการลงทุนสร้างรถไฟความเร็วสูง รถไฟรางคู่ เป็นต้น และการลงทุนเมกะโปรเจกต์จะช่วยกระตุ้นการลงทุนของประเทศได้อีกด้วย
อย่างไรก็ดี เอกนิติ กล่าวว่า สศค.อยู่ระหว่างติดตามดูว่าการลงทุนตามที่จะทำในโครงการ 2 ล้านล้านบาท จะสามารถผลักดันให้เกิดขึ้นได้หรือไม่ เพราะถ้าโครงการนี้ไม่สามารถเกิดได้ อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในปีหน้าที่โตลดลงประมาณ 0.51% จากตัวเลขประมาณการการเติบโตของ สศค. ซึ่งมองปีหน้าว่าเศรษฐกิจไทยจะเติบโตได้ราว 5%
แต่อดีต รมว.คลัง แนะนำว่า วงเงินในเพดานกู้ตาม พ.ร.บ.หนี้สาธารณะมีเหลือเฟือที่จะให้รัฐบาลกู้ยืมได้ในงบประมาณปกติ จึงไม่มีเหตุผลว่าจะต้องออกกฎหมายกู้เงินนอกระบบงบประมาณ รัฐบาลจะใช้เงินลงทุนเราไม่ว่า และพร้อมจะสนับสนุน แต่รัฐบาลควรต้องใช้เงินผ่านกฎหมายงบประมาณเท่านั้นตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ จะออกกฎหมายพิเศษได้ก็ในกรณีจำเป็นเร่งด่วนฉุกเฉินที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เท่านั้น และเมื่อเป็นเช่นนั้นก็ต้องออกกฎหมายในรูปของพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ดังเช่นที่รัฐบาลอภิสิทธิ์ออก พ.ร.ก.ไทยเข้มแข็ง
“ยืนยันว่าการลงทุนทั้งหมดทำได้ โดยไม่ต้องมี พ.ร.บ. 2 ล้านล้านบาท โดยให้นายกฯ นำเสนอ พ.ร.บ.งบประมาณเพิ่มเติม พ.ศ. 2557 เพื่อที่จะให้มีการจัดสรรงบประมาณเพื่อรองรับการเบิกจ่ายที่จะเกิดขึ้นจากการลงทุนในช่วงปีงบประมาณปีปัจจุบัน ท่านรัฐมนตรีได้พูดไว้ว่าจะมีการเบิกจ่ายในโครงการ 2 ล้านล้านบาท รวมทั้งสิ้นไม่เกิน 1.2 แสนล้านบาทในปีงบประมาณนี้ ซึ่งไม่เป็นปัญหาในระบบงบประมาณ เพราะวงเงินกู้ตาม พ.ร.บ.หนี้สาธารณะ พ.ศ. 2542 นั้นมีเหลือถึง 3.5 แสนล้านบาทในปีงบประมาณนี้
ขั้นตอนทั้งหมดในการตรากฎหมายงบประมาณเพิ่มเติมนั้น โดยรวมไม่เกิน 5 เดือน ดังนั้น ถ้าท่านรัฐมนตรีเร่งดำเนินการแต่ตอนนี้ ท่านก็มั่นใจได้ว่าจะมีเงินรองรับเพื่อไม่ให้แผนการลงทุนต้องสะดุดเลยแม้แต่นิดเดียว” กรณ์ กล่าว
ทั้งนี้ การที่รัฐบาลออกกฎหมายพิเศษนี้ เจตนาก็เพื่อเลี่ยงการตรวจสอบที่เข้มข้น โครงการไม่ต้องผ่านการพิจารณาโดยสภาอีก ทั้งๆ ที่หลายโครงการเพิ่งเริ่มต้นศึกษาความเป็นไปได้และความคุ้มค่า
ก่อนหน้าที่จะมีการนำเสนอ พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาทเข้าสภา ยิ่งลักษณ์ได้พบปะกับสมาคมธนาคารไทย เพื่อชี้แจงรายละเอียดการกู้เงิน โดยเงินกู้ 2 ล้านล้านบาทนั้น จะกู้ให้ครบภายใน 7 ปี โดยจะมีภาระเงินกู้รวมดอกเบี้ยประมาณ 5 ล้านล้านบาท
อย่างไรก็ดี แม้กฎหมายจะไปติดขัดอยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญ แต่เมื่อวันที่ 19 พ.ย. คณะรัฐมนตรี (ครม.) ของรัฐบาลยิ่งลักษณ์มีมติเห็นชอบตามที่ กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เสนอขอจัดสรรวงเงินกู้จากโครงการจัดสรรเงินกู้เพื่อปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจ วงเงิน 700 ล้านบาท ให้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี นำไปใช้ในโครงการศึกษาและวิเคราะห์ผลกระทบจากโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาทของรัฐบาล วงเงิน 400 ล้านบาท และโครงการศึกษาและวิเคราะห์ผลกระทบจากการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 วงเงิน 300 ล้านบาท
วงเงินดังกล่าวผ่านการอนุมัติจาก ครม.ไปแล้ว และทั้งกิตติรัตน์และชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม ได้ออกโรดโชว์ไปหลายจังหวัดเพื่อชี้แจงโครงการรถไฟความเร็วสูง
หาก พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ถูกเบรกอยู่อย่างนี้ เท่ากับโครงการนี้เพิ่งใช้เงินไปไม่เกินพันล้านบาท เป็นต้นทุนที่ไม่มากหากเทียบกับการกู้เงินทั้งจำนวน
หากศาลรัฐธรรมนูญไม่ตีความว่า กฎหมายนี้ขัดต่อรัฐธรรมนูญ หากคลื่นลมการเมืองสงบ หากพรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้งและได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ก็จะมีการเดินหน้ากฎหมายนี้ต่อไปแน่นอน
แต่ถ้าการเมืองพลิกล็อก ประชาธิปัตย์ได้จัดตั้งรัฐบาล คงเลือกล้มกฎหมายนี้ไปเลย
หลังจากวันนี้ไป ทุกฝ่ายก็จะมีเวลาพิจารณาให้ละเอียดรอบคอบมากขึ้นว่าควรจะกู้เงินมหาศาลมาลงทุนในโครงการสร้างรถไฟฟ้าหรือไม่ เพราะการกู้เงินจำนวนนี้จะทำให้คนไทยเป็นหนี้ไปอีกนานหลายสิบปี







