posttoday
ทุ่มหมดหน้าตักลุยยกสุดท้าย

ทุ่มหมดหน้าตักลุยยกสุดท้าย

09 ธันวาคม 2556

ยกสุดท้ายวันนี้ 9 ธ.ค. เวลา 09.39 น. ตามที่ “สุเทพ เทือกสุบรรณ”

โดย...ธนพล บางยี่ขัน

ยกสุดท้ายวันนี้ 9 ธ.ค. เวลา 09.39 น. ตามที่ “สุเทพ เทือกสุบรรณ” เลขาธิการคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ประกาศเป่านกหวีดครั้งสุดท้าย ระดมพลครั้งใหญ่มุ่งหน้าสู่ทำเนียบรัฐบาล

แน่นอนว่าการตัดสินใจเร่งปิดเกมให้ได้ในช่วงนี้ เป็นเพราะความเหนื่อยล้าสะสมที่ลากยาวมา 40 วัน ตั้งแต่ที่เวทีสถานีรถไฟสามเสนเรื่อยมาจนถึงราชดำเนิน ก่อนจะแตกเป็นเวทีคู่ขนานที่กระทรวงการคลังและศูนย์ราชการตามจำนวนมวลชนที่เข้าร่วมชุมนุมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

การชุมนุมที่ลากยาวต่อเนื่องทำให้มวลชนเริ่มอ่อนแรงภายหลังมีการดาวกระจายไปตามจุดต่างๆ โดยเฉพาะภายหลังจากมีการเผชิญหน้ากันหนักหน่วงที่ทำเนียบฯ และกองบัญชาการตำรวจนครบาลจนมีผู้บาดเจ็บหลายราย

หากยังปล่อยการชุมนุมยืดเยื้อออกไปโดยที่รัฐบาลยังเปิดเกมยื้อไปเรื่อยๆ นอกจากจะไม่สามารถเดินหน้าสู่เป้าหมายได้แล้ว มวลชนที่มาร่วมชุมนุมก็มีแต่จะร่อยหรอและไร้พลังลงไปเรื่อยๆ โดยเฉพาะช่วงเข้าใกล้เทศกาลวันหยุดปีใหม่ ทำให้ต้องนำมาสู่การเร่งปิดเกม

ที่สำคัญในศึกยกสุดท้ายนี้ กปปส.จำเป็นต้องทุ่มแบบหมดหน้าตัก ระดมทุกสรรพกำลัง ทุกแนวร่วมมาผนึกกำลังเดินหน้ามุ่งสู่เป้าหมาย เพราะไม่จำเป็นต้องกั๊กไว้เคลื่อนไหวรอบต่อไป ดังสัญญาณที่ “สุเทพ” ประกาศว่าจะเป็นจะตายขอให้รู้กันวันที่ 9 ธ.ค.

“ผมขอประกาศว่านี่คือการเป่านกหวีดครั้งสุดท้าย ถ้าพี่น้องประชาชนทั้งหลาย ข้าราชการทั้งหลาย ถ้าไม่ออกมา ผมจะเดินหน้าไปมอบตัวยอมเข้าคุก ไม่สู้อีกแล้ว วัดกันไปเลย จะได้ไม่ต้องยืดยาว ไม่ต้องยืดเยื้อ จะได้ไม่ทรมาน ถ้าชาตินี้ต้องเอาชนะให้ได้ ต้อง 9 ธ.ค. ถ้าไม่ได้ยอมเป็นขี้ข้าไปเลย”

สิ่งที่ต้องทุ่มหมดหน้าตักในเวลานี้เริ่มตั้งแต่จำนวนมวลชน เพราะด้วยกรอบ สันติ อหิงสา สงบ ปราศจากอาวุธ ทำให้การเคลื่อนไหวของมวลชนที่จะมีพลังเพียงพอสั่นคลอนรัฐบาลได้อยู่ที่จำนวนมวลชนที่ร่วมออกมาเคลื่อนไหว แม้วันที่ 24 พ.ย. ซึ่งเคยตั้งเป้าว่าจะมีคนออกมาเรือนล้าน แต่นั่นก็ยังไม่พอสำหรับการเคลื่อนไหวที่จะนำไปสู่การปิดเกมรอบนี้

ภาพมวลชนล้นทะลักถนนราชดำเนิน ซึ่งเคยทุบสถิติจำนวนผู้ชุมนุมทางการเมืองมารอบหนึ่งกำลังจะกลายเป็นประวัติศาสตร์ เมื่อเที่ยวนี้ตั้งเป้าไว้ว่าจะทำลายสถิติเดิม สร้างปรากฏการณ์มวลชนออกมามุ่งหน้าสู่ทำเนียบฯ แบบท่วมท้น ถึงขั้นส่งผลให้การจราจรเป็นอัมพาต

ดังจะเห็นจากกระแสรณรงค์ของหน่วยงาน บริษัทห้างร้าง รวมทั้งมหาวิทยาลัยต่างๆ ที่แพร่กระจายกันในอินเทอร์เน็ตรณรงค์ให้เข้าร่วมการชุมนุมรอบนี้ ขณะที่มวลชนจากจังหวัดต่างๆ เริ่มทยอยเข้ามาในกรุงเทพฯ

ไพ่ใบสุดท้ายที่เปิดออกมาเวลานี้คือ กรณีพรรคประชาธิปัตย์มีมติให้ สส.ของพรรคลาออกทั้งหมด ยืนยันความไม่ชอบธรรมของสภาชุดนี้ เพื่อออกมาต่อสู้ร่วมกับประชาชน ซึ่งถือเป็นการส่งสัญญาณทุ่มกำลังทั้งหมดมาที่การเคลื่อนไหวปิดเกมรอบนี้ ซึ่งจะมีส่วนสำคัญช่วยเรียกแนวร่วมที่ยังลังเลได้ตัดสินใจเข้าร่วมแสดงพลังครั้งสุดท้ายได้ง่ายขึ้น

ดังจะเห็นจากรอบนี้ สนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯ ประกาศนัดมวลชนที่หน้าบ้านพระอาทิตย์เตรียมเดินหน้าสู่ทำเนียบฯ หรือแม้แต่ ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย ที่รักษาคำพูดลาออกตามประชาธิปัตย์มาร่วมเคลื่อนไหวกับมวลชน

ที่ผ่านมาแนวคิดลาออกยกพรรคเคยถูกพูดถึงมาแล้วรอบหนึ่งหลังปิดสมัยประชุมสภาแต่เห็นว่าสถานการณ์ยังไม่สุกงอมเพียงพอจนมาถึงรอบนี้จึงได้มีการลงมติและเสียงเป็นเอกฉันท์ให้ลาออก ซึ่งครั้งนี้ถือเป็นเดิมพันครั้งสำคัญของประชาธิปัตย์ เพราะไม่อาจฟันธงล่วงหน้าได้ว่าผลการชุมนุมใหญ่วันที่ 9 ธ.ค.นี้ จะออกมาอย่างไร

หากรัฐบาลยังดึงดันเปิดเกมยื้อไม่สนใจต่อพลังมวลชน ย่อมทำให้ สส.ต้องเคว้งคว้างจนกว่าจะมีการเลือกตั้งครั้งใหม่ เพราะแม้ 153 เสียงของประชาธิปัตย์จะลาออก แต่เสียง 347 เสียงที่เหลืออยู่ในสภายังสามารถเดินหน้าทำงานต่อได้

หนำซ้ำยังอาจกระทบต่อภาพลักษณ์ประชาธิปัตย์ที่ยืนยันในหลักการประชาธิปไตย ยึดถือในระบอบรัฐสภามาโดยตลอด การตัดสินใจครั้งนี้จึงต้องยอมนำเอาต้นทุนที่สั่งสมมาแลกกับการเคลื่อนไหวรอบนี้ ที่สำคัญอาจกระทบต่อไปถึงคะแนนเสียงในการเลือกตั้งรอบหน้า

ทว่าอีกด้านหนึ่งฝ่ายรัฐบาล เวลานี้ยังคงใช้สูตรยื้อเช่นเดิม หวังให้กระแสมวลชนอ่อนแรงไปเอง พร้อมกับออกมาเปิดช่องระบายความตึงเครียด ส่งสัญญาณพร้อม “ยุบสภาลาออก” หากเป็นความต้องการของคนส่วนใหญ่ แต่ต้องเป็นเส้นทางที่นายกฯ เปิดช่องไว้ คือ ยุบสภา จัดการเลือกตั้งภายใน 60 วัน ไม่ใช่นำไปสู่การตั้งสภาประชาชน

ที่สำคัญนายกฯ ยังโต้กลับด้วยการเสนอให้เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นของผู้ชุมนุม เพื่อหาทางออกร่วมกัน พร้อมเสนอทางเลือกอย่าง “ประชามติ” มาชี้ขาดประเด็นขัดแย้งที่ยังหาข้อยุติที่ตรงกันไม่ได้ หรือเปิดช่องไปสู่การสรุปหาแนวทางการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรม

ทั้งหลายเหล่านี้เป็นเสมือนการหาความชอบธรรมเพื่อซื้อเวลาให้สามารถอยู่ในตำแหน่งได้นานที่สุด เพราะแต่ละเรื่องไม่ว่าจะเป็นเวทีเจรจาหาข้อสรุปย่อมไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่จะหาข้อสรุปร่วมกันในวันที่ความเห็นยังแตกต่างกันระหว่างสองฝั่ง

ไปจนถึง “ประชามติ” ที่แน่นอนว่าคงจะต้องถกเถียงกันอีกหลายยกกว่าจะได้ความชัดเจนว่าจะขอประชามติในประเด็นใด เพราะรายละเอียดความขัดแย้งในเวลานี้ยิบย่อยจนยากจะมาฟังความเห็นว่าจะเห็นด้วยกับฝั่งไหน

ท่าทีการเคลื่อนไหวของแต่ละฝ่ายเวลานี้ จึงเสมือนการเดิมพันหมดหน้าตักกับเดิมพันครั้งสุดท้ายที่ยังไม่รู้ว่าผลลัพธ์สุดท้ายจะออกมาอย่างไร

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท