
สละเก้าอี้ก่อวิกฤตเปิดทางตั้งนายกฯม.7
ท่าทีแถลงลาออกยกเข่งของ สส.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กลายเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญของการเมืองไทย นำมาสู่การตั้งคำถามว่าสถานการณ์รูปแบบใดจะเกิดขึ้นหลังจากนี้
ท่าทีแถลงลาออกยกเข่งของ สส.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กลายเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญของการเมืองไทย นำมาสู่การตั้งคำถามว่าสถานการณ์รูปแบบใดจะเกิดขึ้นหลังจากนี้
ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ นักวิชาการอิสระด้านรัฐศาสตร์ วิเคราะห์ว่า การลาออกของ สส.ปชป. กำลังเพิ่มขีดอุณหภูมิทางการเมืองไปสู่จุดสูงสุด ชัดเจนว่าทิ้งการต่อสู้ตามกลไกของระบอบรัฐสภาออกสู่ท้องถนนเต็มตัว
สถานการณ์หลังจากนี้ประเมินว่าคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) อาจอาศัยจังหวะนี้ชี้มูลความผิด 312 สส. และ สว. ที่เสนอร่างรัฐธรรมนูญมาตราที่มา สว. รวมถึงสมาชิกที่ลงมติร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม เมื่อประจวบกับการลาออกของ สส.ฝ่ายค้าน ส่งผลให้ไม่หลงเหลือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรปฏิบัติหน้าที่ในสภา
อย่างไรก็ตาม แม้ตามขั้นตอนทางกฎหมายจะจัดให้มีการเลือกตั้งซ่อมสส.ที่ลาออกได้ ทำให้เรื่องนี้ไม่มีผลทางกฎหมายมากนัก แต่ขณะเดียวกันมีผลทางการเมืองมหาศาล เพราะสถานการณ์นี้จะถูกโยงเป็นวิกฤตการณ์ทางการเมืองครั้งใหญ่ จากการไม่เหลือ สส.ทั้งสองฝั่งปฏิบัติหน้าที่ เปิดทางให้มีการเสนออำนาจพิเศษแต่งตั้งรัฐบาลและรัฐสภาพิเศษ โดยอ้างกลไกรัฐธรรมนูญมาตรา 3 และมาตรา 7 ซึ่งประเด็นนายกฯ พระราชทานนั้น ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย เพราะนักวิชาการ แกนนำ และโฆษกบนเวทีก็ประกาศจุดยืนนี้อย่างชัดแจ้ง
ศิโรตม์ ระบุต่อว่า ขณะนี้มองว่ารัฐบาลประกาศยุบสภาได้เพื่อเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้งตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป แต่ท่าทีของพรรคปชป.ที่ตัดสินใจลาออก มองได้ว่าแม้รัฐบาลจะประกาศยุบสภาก็อาจไม่ทันการณ์ เพราะแกนนำผู้ชุมนุมได้ยกระดับเกินเป้าการยุบสภาแล้ว อีกทั้งการลาออกของทั้งพรรคก็แสดงว่าต่อให้รัฐบาลประกาศยุบสภา ปชป.ก็ย่อมบอยคอตไม่ส่งผู้สมัครลงเลือกตั้ง ซึ่งจะส่งผลให้เกิดวิกฤตทางการเมือง นำไปสู่การเปิดทางให้ใช้อำนาจพิเศษแต่งตั้งรัฐบาลและรัฐสภาไม่แตกต่างกัน
สุวิจักขณ์ นาควัชระชัย เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ในส่วนของสภาผู้แทนราษฎรยังเดินหน้าต่อ เนื่องจากยังมีพรรคฝ่ายค้านพรรคอื่นๆ ซึ่งจากนี้คงต้องรอรับใบลาออกจาก สส.พรรคประชาธิปัตย์ และตามรัฐธรรมนูญมาตรา 109 กำหนดให้มีการเลือกตั้งซ่อม สส.แทนตำแหน่งที่ว่าง ภายใน 45 วัน นับแต่วันที่ตำแหน่งนั้นว่างลง
ส่วนตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เลขาธิการสภา กล่าวว่า ตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ก็มีวิธีในการเลือกตามขั้นตอนของกฎหมายรัฐธรรมนูญอยู่แล้วตามมาตรา 110 ไม่น่ามีปัญหาอะไร







