
โพลห่วงชุมนุมการเมืองยืดเยื้อ
สวนดุสิตโพลเผยคนห่วงม็อบเป่านกหวีดยืดเยื้อบ้านเมืองวุ่นวายแนะรัฐบาลต้องวางตัวหนักแน่นใช้ความสงบ
สวนดุสิตโพลเผยคนห่วงม็อบเป่านกหวีดยืดเยื้อบ้านเมืองวุ่นวายแนะรัฐบาลต้องวางตัวหนักแน่นใช้ความสงบ
“สวนดุสิตโพล”มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต สอบถามความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศจำนวน1,588คน ระหว่างวันที่ 6-7ธ.ค.ที่ผ่านมา กรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณเลขาธิการ กปปส.กำหนดเป่านกหวีดสู้เฮือกสุดท้ายในวันที่9 ธ.ค.
เมื่อถามว่าประชาชนคิดอย่างไร กรณี"สุเทพ"ประกาศแตกหัก 9ธ.ค.นี้ พบว่าอันดับ 1ร้อยละ36.46 รู้สึกวิตกกังวล กลัวการชุมนุมยืดเยื้อบานปลาย ไม่อยากเห็นเหตุการณ์ที่เลวร้ายเกิดขึ้น,อันดับ 2ร้อยละ30.39 ขอให้ทุกฝ่ายมีสติเห็นแก่บ้านเมืองไม่อยากเห็นคนไทยต้องมาทะเลาะหรือทำร้ายกันเอง ,อันดับ 3ร้อยละ19.34 เห็นว่าเป็นอีกวันหนึ่งที่จะต้องติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด/สื่อไทยและต่างประเทศจับตามอง ,อันดับ 4ร้อยละ13.81ขอให้การเคลื่อนไหวเป็นไปในทางสร้างสรรค์และเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมอย่างแท้จริง
เมื่อถามว่า“3เหตุผล”ของผู้ที่จะไปเข้าร่วม และไม่ไปเข้าร่วมการชุมนุมในวันที่9 ธ.ค.นี้ พบว่าคนที่ไปเข้าร่วมส่วนใหญ่ร้อยละ 39.60อยากเป็นส่วนหนึ่งในการแสดงพลังของประชาชน รองลงมาร้อยละ 35.27อยากให้รัฐบาลรับรู้ถึงข้อเรียกร้องที่ประชาชนต้องการ และร้อยละ 25.13ไม่เห็นด้วยกับการทำงานของรัฐบาลชุดนี้
ส่วนผู้ที่ไม่ไปเข้าร่วมร้อยละ 56.38ไม่เห็นด้วยกับการชุมนุมบ้านเมืองวุ่นวาย รองลงมาร้อยละ 33.19กลัวอันตรายไม่มั่นใจในความปลอดภัยและร้อยละ 10.43ควรใช้วิธีการเจรจาพูดคุยอย่างสันติจะดีกว่า
ส่วนการวางตัวของรัฐบาล“ยิ่งลักษณ์” ในวันที่ 9ธ.ค. ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 34.52บอกว่าต้องหนักแน่นใช้ความสงบ โดยอยู่เฉยๆขอความร่วมมือทุกคนในรัฐบาลไม่ให้ยั่วยุหรือตอบโต้กันไปมารองลงมาร้อยละ 27.92ไม่ใช้กำลังหรือความรุนแรงต่างๆ ที่จะทำให้ประชาชนได้รับบาดเจ็บอันตราย และร้อยละ 24.87ติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องรับฟังข้อเสนอหรือสิ่งที่ประชาชนเรียกร้องเพื่อนำมาแก้ไข
เมื่อถามว่าคิดว่าความวุ่นวายทางการเมืองหลังจากวันที่9 ธ.ค.นี้จะเป็นอย่างไร อันดับ1มองว่าคงจะเหมือนเดิม ร้อยละ42.42 เพราะการเมืองไทยแบ่งเป็น2ขั้วชัดเจนนักการเมืองขาดคุณธรรมจริยธรรมเห็นแก่ประโยชน์ อำนาจ เงินทองอันดับ 2น่าจะดีขึ้น ร้อยละ 29.82 เพราะการยื่นข้อเสนอข้อเรียกร้องต่างๆเพื่อให้รัฐบาลรับรู้และนำไปปฏิบัติชัดเจนมากขึ้นเป็นการเรียกร้องขั้นเด็ดขาด และอันดับ 3 มองว่าน่าจะแย่ลง ร้อยละ27.76 เพราะยังมองไม่เห็นทางออกหรือวิธีแก้ปัญหาให้ดีขึ้น สถานการณ์การเมืองอยู่ในขั้นวิกฤตนักการเมืองไม่ยอมเลิกรา
“สวนดุสิตโพล”มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต สอบถามความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศจำนวน1,588คน ระหว่างวันที่ 6-7ธ.ค.ที่ผ่านมา กรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณเลขาธิการ กปปส.กำหนดเป่านกหวีดสู้เฮือกสุดท้ายในวันที่9 ธ.ค.
เมื่อถามว่าประชาชนคิดอย่างไร กรณี"สุเทพ"ประกาศแตกหัก 9ธ.ค.นี้ พบว่าอันดับ 1ร้อยละ36.46 รู้สึกวิตกกังวล กลัวการชุมนุมยืดเยื้อบานปลาย ไม่อยากเห็นเหตุการณ์ที่เลวร้ายเกิดขึ้น,อันดับ 2ร้อยละ30.39 ขอให้ทุกฝ่ายมีสติเห็นแก่บ้านเมืองไม่อยากเห็นคนไทยต้องมาทะเลาะหรือทำร้ายกันเอง ,อันดับ 3ร้อยละ19.34 เห็นว่าเป็นอีกวันหนึ่งที่จะต้องติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด/สื่อไทยและต่างประเทศจับตามอง ,อันดับ 4ร้อยละ13.81ขอให้การเคลื่อนไหวเป็นไปในทางสร้างสรรค์และเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมอย่างแท้จริง
เมื่อถามว่า“3เหตุผล”ของผู้ที่จะไปเข้าร่วม และไม่ไปเข้าร่วมการชุมนุมในวันที่9 ธ.ค.นี้ พบว่าคนที่ไปเข้าร่วมส่วนใหญ่ร้อยละ 39.60อยากเป็นส่วนหนึ่งในการแสดงพลังของประชาชน รองลงมาร้อยละ 35.27อยากให้รัฐบาลรับรู้ถึงข้อเรียกร้องที่ประชาชนต้องการ และร้อยละ 25.13ไม่เห็นด้วยกับการทำงานของรัฐบาลชุดนี้
ส่วนผู้ที่ไม่ไปเข้าร่วมร้อยละ 56.38ไม่เห็นด้วยกับการชุมนุมบ้านเมืองวุ่นวาย รองลงมาร้อยละ 33.19กลัวอันตรายไม่มั่นใจในความปลอดภัยและร้อยละ 10.43ควรใช้วิธีการเจรจาพูดคุยอย่างสันติจะดีกว่า
ส่วนการวางตัวของรัฐบาล“ยิ่งลักษณ์” ในวันที่ 9ธ.ค. ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 34.52บอกว่าต้องหนักแน่นใช้ความสงบ โดยอยู่เฉยๆขอความร่วมมือทุกคนในรัฐบาลไม่ให้ยั่วยุหรือตอบโต้กันไปมารองลงมาร้อยละ 27.92ไม่ใช้กำลังหรือความรุนแรงต่างๆ ที่จะทำให้ประชาชนได้รับบาดเจ็บอันตราย และร้อยละ 24.87ติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องรับฟังข้อเสนอหรือสิ่งที่ประชาชนเรียกร้องเพื่อนำมาแก้ไข
เมื่อถามว่าคิดว่าความวุ่นวายทางการเมืองหลังจากวันที่9 ธ.ค.นี้จะเป็นอย่างไร อันดับ1มองว่าคงจะเหมือนเดิม ร้อยละ42.42 เพราะการเมืองไทยแบ่งเป็น2ขั้วชัดเจนนักการเมืองขาดคุณธรรมจริยธรรมเห็นแก่ประโยชน์ อำนาจ เงินทองอันดับ 2น่าจะดีขึ้น ร้อยละ 29.82 เพราะการยื่นข้อเสนอข้อเรียกร้องต่างๆเพื่อให้รัฐบาลรับรู้และนำไปปฏิบัติชัดเจนมากขึ้นเป็นการเรียกร้องขั้นเด็ดขาด และอันดับ 3 มองว่าน่าจะแย่ลง ร้อยละ27.76 เพราะยังมองไม่เห็นทางออกหรือวิธีแก้ปัญหาให้ดีขึ้น สถานการณ์การเมืองอยู่ในขั้นวิกฤตนักการเมืองไม่ยอมเลิกรา







