posttoday
เร่งเขื่อนห้วยโสมงเสร็จปี2559

เร่งเขื่อนห้วยโสมงเสร็จปี2559

07 ธันวาคม 2556

กรมชลฯเร่งก่อสร้างโครงการห้วยโสมงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ คาดแล้วเสร็จในปี 2559 ช่วยลดปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มน้ำปราจีน

กรมชลฯเร่งก่อสร้างโครงการห้วยโสมงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ คาดแล้วเสร็จในปี 2559 ช่วยลดปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มน้ำปราจีน

นายเลิศวิโรจน์  โกวัฒนะ  อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการห้วยโสมงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.ปราจีนบุรี ว่า  กรมชลประทานได้เร่งรัดให้ดำเนินการก่อสร้างเป็นไปตามแผนที่กำหนดคือ แล้วเสร็จทั้งโครงการภายในปี 2561  ซึ่งขณะนี้งานก่อสร้างเขื่อนและอาคารประกอบ ได้ดำเนินการไปแล้วประมาณ 16.26%  ของแผนงานการก่อสร้าง คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2559  ส่วนระบบส่งน้ำฝั่งซ้ายและฝั่งขวาครอบคลุมพื้นที่ชลประทาน 111,300 ไร่ จะเริ่มก่อสร้างในปี 2557 และคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2561 ตามแผนงานอย่างแน่นอน

ทั้งนี้ โครงการห้วยโสมงฯ เป็นโครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่ ตัวเขื่อนจะสามารถกักเก็บน้ำได้ 295 ล้านลูกบาศก์เมตร จากปริมาณน้ำท่าเฉลี่ย 319 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี เมื่อแล้วเสร็จจะช่วยบรรเทาปัญหาอุทกภัยในเขตพื้นที่ลุ่มน้ำปราจีนบุรีบางส่วนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในเขต อ.นาดี และ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี และสามารถส่งน้ำให้กับพื้นที่เกษตรกรรมถึง  111,300 ไร่ ซึ่งจะช่วยเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร และทำให้ผลผลิตมีคุณภาพดีขึ้น รวมทั้งเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำและที่ดินให้เกิดประโยชน์สูงสุด  ลดอัตราการเสียหน้าดินเนื่องจากการพัดพาชะล้างของน้ำฝนที่ไหลบ่า

นอกจากนี้ยังจะเป็นแหล่งน้ำดิบที่สำคัญในการสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมบริเวณพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก และการอุปโภคบริโภค รวมทั้งยังจะช่วยบรรเทาปัญหาน้ำเน่าเสีย  ผลักดันน้ำเค็ม ที่อาจจะเกิดขึ้นในแม่น้ำปราจีนบุรีและแม่น้ำบางปะกง  เป็นแหล่งเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำซึ่งจะเป็นแหล่งอาหารโปรตีนราคาถูกสำหรับประชาชนและจะพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดปราจีนบุรี โดยจะให้ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจสูงถึง 12.02%

อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า  โครงการห้วยโสมง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ให้ความสำคัญในเรื่องการแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมเป็นพิเศษ มีการจัดทำแผนการป้องกันแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมโดยไม่กระทบต่อคุณค่าความโดดเด่นอันเป็นสากลของมรดกโลก รวมทั้งยังได้ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมอุทยานแห่งชาติฯ กรมป่าไม้ ดำเนินงานป้องกันและลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับงานด้านก่อสร้าง

"เราติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง ได้แก่ แผนป้องกันการบุกรุกโดยการก่อสร้างหน่วยพิทักษ์อุทยาน 3 แห่ง แผนฟื้นฟูโดยการปลูกป่าทดแทนเสริมอีก 11,000 ไร่รอบบริเวณอ่างเก็บน้ำ พร้อมทั้งได้จัดเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์ที่สำคัญต่าง ๆ ไว้ตรวจการณ์  มีการฝึกอบรมอาชีพให้กับประชาชนในพื้นที่ และที่สำคัญอ่างเก็บน้ำยังเป็นแนวกันชนไม่ให้เกิดการบุกรุกพื้นที่มรดกโลกบริเวณอุทยานแห่งชาติทับลานและปางสีดาอีกด้วย ซึ่งหลังก่อสร้างเขื่อนแล้วเสร็จกรมชลประทานจะคืนพื้นที่อ่างเก็บน้ำเพื่อประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติต่อไป" นายเลิศวิโรจน์ กล่าว

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง