
รุกฆาต 9 ธ.ค.
ผ่านพ้นวันมหามงคล 5 ธ.ค. สัญญาณการใช้ความรุนแรงเริ่มแสดงปฏิกิริยาทำลายและดิสเครดิตกลุ่มผู้ชุมนุม
ผ่านพ้นวันมหามงคล 5 ธ.ค. สัญญาณการใช้ความรุนแรงเริ่มแสดงปฏิกิริยาทำลายและดิสเครดิตกลุ่มผู้ชุมนุมขับไล่ระบอบทักษิณชัดเจนขึ้น ขณะที่ฟากผู้ชุมนุมยังคงเดินหน้าตั้งสภาประชาชน โดยช่องทางมาตรา 7 ตามรัฐธรรมนูญ
ล่าสุดเมื่อวันที่ 6 ธ.ค. สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ปราศรัยว่า กปปส.และเครือข่ายได้ประชุมกันแล้วมีมติว่า วันที่ 9 ธ.ค. ต้องทำให้การต่อสู้คราวนี้จบลงให้ได้ โดยขอให้ทุกคนในประเทศนี้ต้องเลือกว่าจะเลือกอยู่ข้างไหน
“ถ้าประชาชนมีจำนวนกันเพียงแค่นี้ แม้จะมีหัวใจห้าวหาญอย่างไร สู้ต่อไปด้วยความมั่นคงก็จะต้องมีคนเจ็บ จะต้องมีคนตาย เพราะโจรห้าร้อยไม่เคยปรานีกับประชาชน ผมรู้ว่าประชาชนก้าวพ้นความกลัวมาแล้ว
ผมก็ไม่กลัว ยินดีที่จะสู้จนตาย แต่ชัยชนะมันไม่ได้วัดกันที่จำนวนคนเจ็บ จำนวนคนตาย แต่วัดกันที่จำนวนคนที่กอดคอร่วมกันต่อสู้ การต่อสู้เรื่องนี้ต้องกำหนดวันจบได้แล้ว และผมกำหนดแล้ว
วันจันทร์ที่ 9 ธ.ค. เรื่องนี้ต้องจบครับพี่น้องครับ ไม่มีประโยชน์ที่จะต้องต่อสู้ยืดเยื้อไปถึงปี 2557, 2558 จะเป็นจะตาย จะแพ้จะชนะ ให้มันรู้กันวันที่ 9 ธ.ค.นี้ ให้เห็นดำเห็นแดงกันเลย นัดพร้อมกันเวลา 09.39 น. ต่างจังหวัดให้ลุกขึ้นเดินพร้อมกันทั่วประเทศ นิสิตนักศึกษาลุกขึ้นพร้อมๆ กัน” สุเทพ ระบุ
นอกจากนี้ ในกรุงเทพฯ จะลงเดินบนถนนทุกสายทั่ว กทม. มุ่งหน้าไปทำเนียบรัฐบาล เพื่อประกาศเอาอำนาจประชาชนคืนจากระบอบทักษิณ
“ถ้าออกมาหลายล้านเราจะประกาศว่าอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนแล้ว จากนั้นจะจัดการบริหารประเทศเหมือนอารยประเทศ มีกฎหมายรองรับชัดเจน
นี่คือการเป่านกหวีดครั้งสุดท้าย ประชาชน ข้าราชการ ถ้าไม่เลือกข้างพวกผมยอม ประชาชนไม่ออก ผมจะไปมอบตัวเข้าคุกไม่สู้กับมันแล้ว วัดกันไปเลยจะได้ไม่ต้องยืดยาว” สุเทพ ระบุ
ด้านรัฐบาลดูเหมือนจะถอยเพื่อรุก เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. ภักดีหาญส์ หิมะทองคำ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมแถลงกับ พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ระบุว่า ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามตั้งคณะกรรมการกำหนดยุทธศาสตร์ จัดทำแผน และประสานงานในการขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาความไม่สงบเรียบร้อย
ทั้งนี้มี สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เป็นประธาน กำหนดให้ ศอ.รส.ดำเนินการ 3 เรื่อง 1.เร่งออกหมายจับแกนนำและผู้ปิดล้อมบุกยึดสถานที่ราชการ มีส่วนในการเผยแพร่สัญญาณโทรทัศน์ของแกนนำ กปปส.
2.ห้ามมิให้ข้าราชการ โดยเฉพาะข้าราชการชั้นผู้ใหญ่เข้าไปมีส่วนร่วม หรือสนับสนุนการกระทำผิดของกลุ่มผู้ชุมนุม และ 3.เร่งหากลุ่มทุนที่ให้การสนับสนุนการชุมนุม
ขณะที่พรรคเพื่อไทยได้ประชุมสส.นัดพิเศษ โดยได้ประเมินว่าผู้ชุมนุมเริ่มลดลง ดังนั้นจะสนับสนุนให้ ยิ่งลักษณ์ ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป ไม่ต้องยุบสภาหรือลาออก
นอกจากนี้ จะนำข้อมูลท่อน้ำเลี้ยงส่งให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และศอ.รส. ตรวจสอบกลุ่มนายทุนเหล่านี้อีกทั้งจะให้ประชาชนบอยคอตสินค้าของกลุ่มทุนเหล่านี้
ขณะเดียวกัน ท่าทีไม่ถอยของรัฐบาลมีสัญญาณการเล่นใต้ดินเพื่อทำให้สถานการณ์เลวร้ายมากยิ่งขึ้น โดยผ่านคืนวันที่ 5 ธ.ค.มหามงคล ไปไม่กี่นาทีก็มีแก๊งมอเตอร์ไซค์ร่วม 40 คัน ปาประทัดยักษ์ใส่ผู้ชุมนุมที่กระทรวงการคลัง และยิงใส่การ์ดบาดเจ็บ 1 คน
ถัดไปช่วงเช้ามืดวันที่ 6 ธ.ค. มีแก๊งมอเตอร์ไซค์ปาระเบิดปิงปองใส่ผู้ชุมนุมที่แยกคอกวัว ถนนราชดำเนิน บาดเจ็บไปอีก 2 คน
นี่คือสัญญาณการเผชิญหน้าและการใช้ความรุนแรงที่มีโอกาสเกิดถี่มากขึ้น
“ขณะนี้มีขบวนการที่พยายามบั่นทอนกำลังผู้ชุมนุม สร้างความหวาดกลัว สร้างสถานการณ์ให้เกิดความรุนแรงขึ้น มีการใส่ร้ายผู้ชุมนุม ข่มขู่หมอ พยาบาล ที่มาดูแลผู้ชุมนุม และพยายามเข้าก่อกวน” เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส. ระบุ







