
ต้องทำเพื่อส่วนรวม
...ธนพล ไชยภาษี
บอกได้ว่าข่าวใหญ่ในโลกที่กำลังถูกจับจ้องมาตลอดในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมานั้นมี 2 ข่าวใหญ่ คือ 1.ปัญหาวิกฤตหนี้ในกรีซ และ 2.วิกฤตการเมืองในประเทศไทย กลายเป็น 2 เหตุการณ์คู่ขนานที่เข้าขั้นวิกฤตทั้งคู่ และระเบิดเป็นความรุนแรงทั้งคู่ แต่ดูเหมือนว่าปัญหาของบ้านเราจะยังคงเดินหน้าต่อไป ไม่รู้ว่าไปจบเอาที่ไหน เมื่อไหร่ และอย่างไร ส่วนวิกฤตหนี้ในกรีซนั้นส่อเค้าจบลงแล้วครับ
เมื่อวันที่ 3 พ.ค. สหภาพยุโรปซึ่งได้ข้อตกลงกับไอเอ็มเอฟ เผยตัวเลขความช่วยเหลือให้กับกรีซเป็นเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำมูลค่า 1.1 แสนล้านยูโร หรือกว่า 4 ล้านล้านบาท ให้กรีซเอาไปใช้หนี้เจ้าหนี้ แต่ก็ต้องแลกกับมาตรการประหยัดอย่างสุดโต่ง นายกรัฐมนตรีจอร์เก ปาปันดรู ของกรีซ ซึ่งยอมรับความช่วยเหลือนี้ไปแล้ว บอกว่า
“จะทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้ประเทศล้มละลาย”นี่แหละครับ เป็นวาจาของผู้นำกรีซซึ่งส่งสัญญาณชัดว่า แม้ว่าจะเกิดการต่อต้านจากประชาชนอย่างรุนแรง ซึ่งคนเหล่านี้จะต้องได้รับผลกระทบจากนโยบายรัดเข็มขัดของภาครัฐ อย่างไรก็ตาม กรีซก็ต้องทำทุกอย่างเพื่อแก้ปัญหาหนี้ให้ได้
ในขณะที่เมืองไทยเกิดการประท้วงนั้น ที่กรีซก็เกิดการประท้วงเป็นระยะๆ เช่นเดียวกันครับ และเกือบจะทุกครั้งที่สถานการณ์ลุกลามเป็นความรุนแรงขึ้น และทุกครั้งรัฐบาลก็ใช้มาตรการเด็ดขาดในการสลายฝูงชน กรีซเป็นประเทศพัฒนาแล้วก็ยังต้องใช้กำลังเข้าสลายเช่นกัน เพราะถือว่าต้องทำเพื่อส่วนรวม
อย่างเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาซึ่งเป็นวันแรงงานชาวกรีซก็ออกมาประท้วงอีกลุกลามใหญ่โต มีการเผารถยนต์ ปาระเบิดเพลิง ตำรวจได้รับบาดเจ็บไปหลายนายจากการถูกไฟลวกก็มี
แต่อย่างไรเสียกฎหมายก็คือกฎหมาย ประชาชนชาวกรีซอาจจะต้องเจ็บตัวในวันนี้ อาจจะต้องเจอผลกระทบจากรายได้ที่อาจจะหดหายไปบ้าง แต่ชาติและส่วนรวมของชาติจะต้องดำเนินอยู่ต่อไป เป็นการแก้ปัญหาที่ต่างจากประเทศไทยอย่างสิ้นเชิง! เพราะกรีซไม่รอให้การประท้วงลุกลามออกไปใหญ่โตจนคุมไม่ได้
แต่เมืองไทยรัฐบาลเลือกที่จะไม่สกัดเชื้อไฟตั้งแต่ต้น หวังว่าปัญหาจะแก้ได้แบบวิธีไทยๆ ที่ปล่อยให้เวลาล่วงเลยไปจนหน่ายไปเอง แต่ดูจะสายเกินไปแล้ว เมื่อการชุมนุมประท้วงลุกลาม จนมีคำใหม่ๆ นอกเหนือจากคำว่าผู้ชุมนุมประท้วง เช่น คำว่า
“ผู้ก่อการร้าย” และ “ผู้คิดล้มสถาบัน”ผมหวังว่าวิกฤตในไทยจะหาข้อยุติ หาทางจบลงได้อย่างกรีซ ที่จะต้องเอาผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก ไม่ใช่ของคนไม่กี่กลุ่มครับ







