
มองให้กว้าง
ช่วงส่งท้ายปีเก่าปีนี้หลายคนอาจไม่รู้สึกสดชื่นรื่นรมย์มากนักเหมือนทุกๆ ปี เพราะคนไทยยังอยู่ในบรรยากาศของความขัดแย้งทางการเมืองครั้งใหญ่
ช่วงส่งท้ายปีเก่าปีนี้หลายคนอาจไม่รู้สึกสดชื่นรื่นรมย์มากนักเหมือนทุกๆ ปี เพราะคนไทยยังอยู่ในบรรยากาศของความขัดแย้งทางการเมืองครั้งใหญ่
โชคดีที่โอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธ.ค. เป็นเหมือนดั่งสายฝนที่ช่วยปลอบประโลมความร้อนรุ่มให้คนไทยสงบลงและพักรบกันได้ชั่วขณะ ซึ่งแม้ว่าอาจจะเป็นเพียงแค่ช่วงเวลาสั้นๆ แต่ก็นับว่าดีมากแล้วสำหรับคนไทยอีกหลายคน
ท่ามกลางการพักยกในช่วงนี้ ดิฉันก็ยังคงจับตาทิศทางของสื่อต่างประเทศที่มีต่อสถานการณ์บ้านเมืองในไทย ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่าสื่อหลายสำนักได้หันมาให้ความสนใจกับเมืองไทยอย่างจริงจังมากขึ้นในแง่ของการรายงานข่าว จากที่เคยซื้อข่าวจากสำนักข่าวหัวใหญ่ เช่น เอเอฟพี เอพี และรอยเตอร์ส ก็หันมาส่งทีมนักข่าวมารายงานเองถึงที่มากขึ้น ซึ่งมีทั้งการรายงานข่าวและบทวิเคราะห์ถึงสิ่งที่เกิดขึ้น
อย่างไรก็ตาม แม้จะได้เห็นกับตาด้วยตัวเอง แต่ก็ใช่ว่าภาพที่เห็นนั้นจะสะท้อนถึงสิ่งที่ถูกต้องออกมาได้ทั้งหมด หากไม่มีความรู้หรือความเข้าใจในเรื่องนั้นๆ มากพอ
ที่กล่าวถึงมานี้ไม่ใช่จะดิสเครดิตหรือกล่าวโทษใคร เพราะในทางกลับกันนักข่าวไทยก็คงไม่สามารถวิเคราะห์ถึงการเมืองในแอฟริกาได้ดีพอ หรือแม้แต่สถานการณ์ในอียิปต์ที่นองเลือดเมื่อกลางปีที่ผ่านมานั้น ส่วนใหญ่ก็เป็นเพียงการถ่ายทอดมาจากรายงานของสื่อตะวันตกอีกที ซึ่งยากที่ใครจะสามารถรายงานข่าวได้เป็นกลางอย่างแท้จริง
เพราะในครั้งนั้นสหรัฐก็ไม่ได้มีทีท่าประณามกลุ่มผู้ประท้วงอย่างรุนแรงมากนัก ทั้งที่เป็นการประท้วงโค่นล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งอย่างเสรีในระบอบประชาธิปไตยครั้งแรกในรอบ 30 ปี และมีผู้เสียชีวิตรวมกันทั้งสองฝ่ายกว่า 600 คน ซึ่งน้อยคนนักที่จะเข้าใจไปถึงเหตุผลลึกๆ ในอียิปต์ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องภูมิศาสตร์การเมืองและสมดุลอำนาจในตะวันออกกลาง และยังรวมไปถึงเรื่องของศาสนา โดยเฉพาะความจริงที่ว่าฝ่ายของอดีตประธานาธิบดี โมฮัมเหม็ด มอร์ซี ที่ได้รับเลือกตั้งเข้ามานั้น เป็นฝ่ายมุสลิมที่เคร่งจารีต
แน่นอนว่า ดิฉันไม่ได้มีเจตนาที่จะบลัฟเพื่อสร้างความชอบธรรมในการชุมนุมประท้วงครั้งนี้ ซึ่งถูกตีความในหน้าสื่อโลกให้เป็นการปะทะกันระหว่างสีขาวสีดำ หรือฝ่ายประชาธิปไตยและฝ่ายที่ไม่เอาประชาธิปไตยไปแล้ว เพียงแต่ต้องการย้ำให้ทราบว่า ในยุคโลกาภิวัตน์ที่ระบบทุนนิยมเป็นใหญ่เช่นนี้ โลกไม่ได้สนใจว่าประเทศไหนจะปกครองอย่างไร ตราบใดที่ยังสามารถทำมาค้าขายกันได้ ส่วนในระดับประชาชนนั้น การที่เขามาเที่ยวบ้านเราและได้เห็นได้สัมผัสประสบการณ์ตรงซึ่งจะนำไปพูดต่อๆ กันนั้น อาจมีน้ำหนักดียิ่งกว่าข่าวต่างๆ ที่ลงไปด้วยซ้ำ
ปัญหาบ้านเมืองก็ต้องแก้กันไป แต่ขอให้คนไทย (ส่วนใหญ่) ยังน่ารักในสายตาชาวโลก อะไรก็ทำร้ายเราไม่ได้ค่ะ







