
สลด!พังแตงโมช้างน้อยถูกยึดล้มแล้ว
ช้างน้อยพังแตงโมที่ถูกยึดจากหมู่บ้านช้างจ.สุรินทร์ล้มแล้วหลังจากป่วยหนัก
ช้างน้อยพังแตงโมที่ถูกยึดจากหมู่บ้านช้างจ.สุรินทร์ล้มแล้วหลังจากป่วยหนัก
นายภาสกร มีวาสนา ผู้อำนวยการสถาบันคชบาลแห่งชาติ จ.ลำปาง ได้รุดตรวจสอบช้างน้อยพังแตงโม เพศเมีย อายุ 3 ปี ซึ่งเป็นช้างที่ทางกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธ์พืช ตรวจยึดมาจากหมู่บ้านช้างใน จ.สุรินทร์ ก่อนที่จะนำมาไว้ที่ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง มานาน ตั้งแต่เดือนมิ.ย. 2555 เพื่อดูแลในช่วงระหว่างดำเนินคดี แต่ปรากฏว่าทางศาล ได้สั่งให้คืนแก่เจ้าของช้าง แต่ช้างน้อยเชือกนี้ ก็ไม่สามารถที่จะกลับบ้านได้ เพราะเกิดป่วยหนักระหว่างที่มาอยู่ จ.ลำปาง ซึ่งเป็นความผิดปกติทางด้านร่างกายของช้าง เนื่องจากกระดูกสันหลัง เกิดทับเส้นประสาท ทำให้ช้างเกิดความผิดปกติมาก่อน จะมาอยู่ จ.ลำปาง โดยช้างทั้งผอม และโครงสร้างด้านร่างกายที่ไม่สมบูรณ์ กระทั่งแสดงอาการป่วยหนัก จนเป็นอัมพาตส่วนท้ายลำตัว ทำให้ขาหลังใช้การไม่ได้
ทั้งนี้ที่ผ่านมา ช้างน้อยต้องนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลช้างของศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยมานานกว่า 2 เดือน ถึงแม้จะใช้ลอกเหล็กพลิกตัวไปมาบนที่นอนฟูก แต่ก็เกิดบาดแผลกดทับและลุกลามเป็นบริเวณกว้าง นับว่าเป็นบาดแผลที่ช้างน้อยได้รับความทรมานอย่างมาก อย่างไรก็ตาม หลังจากช้างน้อยพังแตงโม เจ็บป่วยมานาน ในค่ำคืนนี้ ช้างน้อยได้จากโลกนี้ไปแล้วอย่างสงบแล้ว ซึ่งทางสถาบันคชบาลแห่งชาติ จ.ลำปาง ก็ได้รายงานให้ทางกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธ์พืช รวมถึง นายเนติวินท์ อมรสิน เจ้าของช้าง ได้รับทราบแล้ว ซึ่งเจ้าของช้าง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 จ.นครราชสีมา ผู้แทนกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธ์พืช จะได้เดินทางมาดู และดำเนินการกับซากช้างพังแตงโม ที่โรงพยาบาลช้าง ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย จ.ลำปาง
ด้าน นายสัตว์แพทย์สิทธิเดช มหาสาวังกุล หัวหน้าฝ่ายการแพทย์ โรงพยาบาลช้าง ของศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย จ.ลำปาง กล่าวว่า ช้างน้อยพังแตงโม ได้มีอาการทรุดลงหนักเรื่อย ๆ มาตั้งแต่วันที่ 2 ธ.ค.ที่ผ่านมา กระทั่งมาเสียชีวิตลงในที่สุด โดยมีทีมคณะสัตว์แพทย์ และ นางฟูมิโกะ นักธุรกิจ และนักท่องเที่ยว ชาวญี่ปุ่น ที่รัก และสงสารพังแตงโม ได้ดูใจเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่ช้างจะสิ้นใจไป ท่ามกลางความเสียหายของทุกคน ที่ต้องสูญเสียช้างลงไป จากอาการที่ป่วย ทั้งนี้ ทางโรงพยาบาลช้าง ขอยืนยันว่า ที่ผ่านมา ทางคณะสัตว์แพทย์ ได้ดูแลอาการ และรักษาช้างเชือกนี้อย่างดีที่สุด ด้วยจรรยาบรรณ จิตวิญญาน และความสามารถในการรักษาของทีมคณะสัตว์แพทย์ ที่มีความรู้ และเชี่ยวชาญอย่างเต็มที่ แต่เนื่องจากอาการที่ป่วยหนักของช้าง จนเกินจะเยียวยาได้ จึงทำให้ช้างจากโลกนี้ไปอย่างสงบตามธรรมชาติ
นายสัตว์แพทย์สิทธิเดช กล่าวอีกว่า สาเหตุที่ช้างน้อยพังแตงโม เกิดอาการดังกล่าวนั้น เนื่องจากช้างไม่ได้กินนมแม่ มาตั้งแต่เล็ก จากรายงานการรักษาพังแตงโม และประวัติการรักษาของโรงพยาบาลช้าง จ.สุรินทร์ ก่อนมาอยู่ จ.ลำปาง พบว่าช้างมีปัญหาเกี่ยวกับทางเดินอาหาร มีการถ่ายเหลว ชัก ลิ้นจุกปาก และอ้าปากค้าง ซึ่งช้างพังแตงโม มีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพทางเดินอาหารมาโดยตลอด จนกระทั่งวันที่ 1 มิ.ย. 2555 ทางสถาบันคชบาลแห่งชาติ จ.ลำปาง ได้รับมอบช้างพังแตงโมมาไว้ดูแล ทางคณะสัตว์แพทย์ของโรงพยาบาลช้างศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย จึงให้ดื่มนมผสมข้าว และสารอาหาร ผลไม้ต่าง ๆ ซึ่งมีการดูแลเป็นพิเศษมากกว่าการอนุบาลช้างน้อยทั่วไป ตลอดจนทำวารีบำบัดกับช้าง ถือว่าอยู่ในการดูแลของคณะสัตว์แพทย์อย่างใกล้ชิด จนกระทั่งเมื่อเดือนมิ.ย. 2556 ช้างน้อยเชือกนี้ มีอาการกระดูกสันหลังทับเส้นประสาท เนื่องจากการเอี้ยวตัวกลับหลังอย่างรวดเร็ว และกระดูกไม่แข็งแรงเปราะบางอยู่แล้ว จึงกดทับเส้นประสาทไขสันหลัง ทำให้เป็นอัมพาตส่วนท้าย ขาหลังใช้การไม่ได้







