
คอร์รัปชั่นต้นนอปัญหาเศรษฐกิจ
ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ประกาศที่จะต่อต้านการคอร์รัปชั่นทุกรูปแบบ
โดย...ชลลดา อิงศรีสว่าง
ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ประกาศที่จะต่อต้านการคอร์รัปชั่นทุกรูปแบบ เพราะถือว่าการคอร์รัปชั่นเป็นเรื่องที่ทำลายเศรษฐกิจและทำลายชาติอย่างมาก
แต่ยิ่งประกาศต่อต้านและเปิดแคมเปญต้านการคอร์รัปชั่น แทนที่การคอร์รัปชั่นในประเทศไทยจะลดลง ตรงกันข้ามกลับเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ
องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ รายงานดัชนีคอร์รัปชั่นปี 2556 ว่า การคอร์รัปชั่นยังเป็นปัญหาใหญ่ที่ฉุดรั้งการพัฒนาประเทศและการแก้ไขปัญหาความยากจน โดยกว่า 70% ของ 177 ประเทศทั่วโลก ยังคงมีปัญหาคอร์รัปชั่นร้ายแรงในภาครัฐ
สำหรับประเทศไทยปีนี้ได้คะแนน 35 จาก 100 และอยู่ในลำดับที่ 102 จากเดิมในปีก่อน ซึ่งไทยได้คะแนน 37 คะแนน อยู่ในลำดับที่ 88 หรือตกลงมา 14 อันดับ เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ในอาเซียน
สิงคโปร์อยู่ในอันดับสูงสุดคือ 5 โดยมีคะแนน 86 ตามด้วยบรูไน 38 มี 60 คะแนน มาเลเซีย 53 มี 50 คะแนน ฟิลิปปินส์ 94 มี 36 คะแนน อินโดนีเซีย 114 มี 32 คะแนน เวียดนาม 116 มี 31 คะแนน ลาว 140 มี 26 คะแนน และกัมพูชา 160 มี 20 คะแนน
ประเทศที่ถือว่ามีพัฒนาการดีที่สุดในปีนี้คือ พม่า หรือเมียนมาร์ ซึ่งได้คะแนนเพิ่มขึ้นถึง 6 คะแนน จนปรับขึ้นมาอยู่ในลำดับที่ 157 หลังจากที่มีการเปลี่ยนแปลงประเทศจากเผด็จการทหารมาเป็นประชาธิปไตย ทำให้การประกอบธุรกิจเติบโตอย่างรวดเร็วมีการปรับตัวให้เกิดความโปร่งใสและปรับปรุงแก้ไขกฎเกณฑ์ต่างๆ เพื่อให้ประเทศมีความน่าเชื่อถือ
ความสำคัญต่อการจัดอันดับการคอร์รัปชั่นต่อเศรษฐกิจนั้นมีความหมายมาก เพราะนักลงทุนจะนำไปใช้ในการตัดสินใจที่จะลงทุนสร้างโรงงานหรือทำธุรกิจกับประเทศที่มีความโปร่งใสมากกว่า เพราะจะไม่เป็นต้นทุนแอบแฝงที่ไม่สามารถลงบัญชีได้ ซึ่งอาจจะมีโทษในบางประเทศหากมีการตรวจสอบพบ
การคอร์รัปชั่นมีหลายรูปแบบ แต่เป็นการเรียกร้องรับผลประโยชน์ทั้งสิ้นเป็นต้นทุนแก่เอกชน ทำให้คนในประเทศได้ใช้ของที่มีคุณภาพต่ำกว่าราคา
สุรินทร์ พิศสุวรรณ ประธานสถาบันออกแบบอนาคตประเทศไทย ระบุว่า การทุจริตคอร์รัปชั่นที่สูง ทำให้สัดส่วนเงินลงทุนจากต่างประเทศลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าไทยสูญเสียเงินส่วนนี้ปีละ 1 แสนล้านบาท ถือว่าเป็นมะเร็งร้ายที่ทำลายความสามารถแข่งขันของประเทศและทำให้ไทยตามใครไม่ทัน เพราะใช้งบประมาณรั่วไหลจากการทุจริต
การที่มีการระบุว่า การคอร์รัปชั่นเป็นต้นเหตุของการทำลายขีดความสามารถของประเทศก็เพราะประเทศจะใช้งบประมาณอย่างไร้ประสิทธิภาพ แทนที่จะนำเงินไปใช้ลงทุนสาธารณูปโภคที่จำเป็น
ทางด้านสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ก็มองไปในทิศทางเดียวกันว่า คอร์รัปชั่นเป็นปัญหาหลักและเรื้อรังของสังคมไทย ทำให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจการเงินหรืองบประมาณเป็นจำนวนมาก และที่สำคัญคือสูญเสียโอกาสของประเทศเพราะการที่ประเทศไทยมีคอร์รัปชั่น ทำให้รัฐบาลและประชาชนรวมถึงองค์กรอื่นๆ ขาดความไว้วางใจ
โดยเฉพาะแผนการลงทุนในโครงการที่จำเป็นเร่งด่วนต้องหยุดชะงักหรือไม่เกิดขึ้น อีกทั้งประเทศที่มีปัญหาคอร์รัปชั่นมากยังสะท้อนถึงความด้อยพัฒนาด้านเศรษฐกิจ การเมือง สังคม ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญในการพัฒนาและแข่งขันกับประเทศอื่น
ทำไมการประกาศทำสงครามกับคอร์รัปชั่นของรัฐบาลจึงไร้ผล และยิ่งทำก็ยิ่งเหมือนจะยิ่งทำให้การคอร์รัปชั่นเกิดมากขึ้น
เรื่องนี้อาจเป็นผลมาจากการปกปิดและการเข้าไม่ถึงข้อมูลของสื่อที่ไม่สามารถนำข้อมูลมาตีแผ่ได้
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนคือ โครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล ที่ไม่ว่าจะมีการขอข้อมูลทั้งจากหน่วยงานในประเทศหรือต่างประเทศเรื่องการรับจำนำและการระบายข้าวออกก็ไม่ได้รับความร่วมมือ หน่วยงานที่รับผิดชอบต่างนิ่งเฉยที่จะให้ข้อมูล
ไม่ให้ความร่วมมือแม้กระทั่งสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ขอข้อมูลก็ยังไม่ให้ เห็นได้ชัดเจนว่าตั้งใจที่จะปกปิดและไม่ให้ข้อมูลในการสืบสวนกรณีรัฐบาลถูกร้องเรียนว่าทุจริตในเรื่องการรับจำนำข้าว สวนทางกับคำปฏิเสธว่าดำเนินการอย่างโปร่งใส
จึงเห็นได้ว่าการทุจริตคอร์รัปชั่นไม่สามารถเกิดขึ้นเองได้ ส่วนใหญ่จะมีข้าราชการที่มีส่วนรู้เห็นเข้าไปร่วมมือทุกครั้งทุกคดีที่เข้าไปตรวจสอบจะพบว่า มีข้าราชการไม่ว่าระดับล่างหรือระดับสูงเข้าไปเกี่ยวข้องทั้งสิ้น
ทีดีอาร์ไอ ระบุว่า การดึงภาคประชาสังคมเข้ามาช่วยในการป้องกันปราบปรามแก้ไขปัญหาคอร์รัปชั่นในระยะยาวได้ แต่ก็ทำได้ลำบากเนื่องจากคนที่เข้ามาทำงานมักสวมหมวกหลายใบหรือมาจากคนที่ทำงานร่วมกับเครือข่ายภาครัฐอยู่แล้ว ทำให้จำกัดบทบาทและศักยภาพของคนที่เข้ามาทำงานส่งผลให้การสานต่องานไม่ต่อเนื่องและเกิดความไม่ยั่งยืนในเครือข่าย
ทางที่ดีควรเพิ่มบทบาทภาคประชาสังคมด้วยการทำงานที่ไม่ยึดติดกับหน่วยงานภาครัฐรวมถึงมีมาตรการคุ้มครองผู้ให้ข้อมูล หรือชี้เบาะแสการทุจริตคอร์รัปชั่นและการสนับสนุนงบประมาณที่ใช้ในการทำงานด้วย
สิ่งที่จะช่วยได้มากคือ ภาครัฐควรจัดให้มีการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารแก่สาธารณะอย่างเป็นระบบและโปร่งใส และสื่อจะต้องช่วยเป็นสื่อกลางในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารอย่างตรงไปตรงมาปราศจากการครอบงำจากการเมือง
หากไทยแก้ไขปัญหาการคอร์รัปชั่นไม่ได้ ประเทศก็จะมีขีดความสามารถในการแข่งขันลดลงเรื่อยๆ
ตัวแปรสำคัญของการทุจริตคอร์รัปชั่นส่วนหนึ่งมาจากการไม่มีคุณธรรมและการใช้อำนาจอย่างไม่เป็นธรรม ซึ่งปัจจัยสำคัญที่จะทำให้สามารถรับมือกับปัญหาคอร์รัปชั่นได้ดีที่สุดคือ พลังของภาคประชาสังคมที่จะต้องมีส่วนร่วมในการจับตาสอดส่องการทำงานของภาครัฐและมีหน่วยงานของรัฐ
การชุมนุมต่อต้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรมสุดซอย ที่กลายร่างมาเป็นการชุมนุมขับไล่ระบอบทักษิณ ก็มีที่มาจากปัญหาการคอร์รัปชั่นของรัฐบาลเช่นกัน ดังนั้น หากแก้ไขปัญหานี้ไม่ได้ประเทศไทยก็จะตกอยู่ในวังวนของปัญหาต่อไป







