
สื่อนอกจับตาบทบาท"ทหารไทย"
ในขณะที่สถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองไทยกำลังพักยกกันชั่วคราว เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธ.ค. ทว่าบรรดาสื่อต่างประเทศซึ่งเชื่อว่าปัญหานี้ยังไม่น่าจะจบลงง่ายๆ ต่างก็ยังคงจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป โดยเฉพาะบทบาทของ “ทหาร” ซึ่งเป็นหนึ่งฝ่ายในผู้เล่นที่สำคัญที่สุดของการเมืองไทยมาตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา
ในขณะที่สถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองไทยกำลังพักยกกันชั่วคราว เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธ.ค. ทว่าบรรดาสื่อต่างประเทศซึ่งเชื่อว่าปัญหานี้ยังไม่น่าจะจบลงง่ายๆ ต่างก็ยังคงจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป โดยเฉพาะบทบาทของ “ทหาร” ซึ่งเป็นหนึ่งฝ่ายในผู้เล่นที่สำคัญที่สุดของการเมืองไทยมาตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา
เว็บไซต์ไฟแนนเชียล ไทม์ส รายงานว่า แม้หลายฝ่ายจะจับตามองทหาร ซึ่งเริ่มออกมาจากกรมกองเข้ามาทำหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยของหน่วยงานรัฐต่างๆ ว่าจะเข้ามามีบทบาททางการเมืองอีกครั้งหรือไม่ ทว่าหากพิจารณาจากบริบทต่างๆ แล้ว จะพบว่าทหารกำลังพยายามหลีกเลี่ยงไม่เดินซ้ำรอยรัฐประหารปี 2006
หนังสือพิมพ์เศรษฐกิจชื่อดังในอังกฤษ ระบุว่า แม้นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่จะไม่ปฏิเสธความเป็นไปได้ที่ทหารอาจทำการปฏิวัติหรือรัฐประหารขึ้นอีกครั้ง หากพิจารณาจากประวัติศาสตร์ไทยที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งนับตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ทว่า หากทหารตัดสินใจเหมือนเดิมอีกครั้งในวันนี้ กลับจะให้ความเสี่ยงอย่างใหญ่หลวงตามมา
ปณิธาน วัฒนายากร อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ความเห็นว่า ในครั้งนี้ทหารน่าจะแสดงบทบาทกดดันนักการเมืองอยู่เบื้องหลังมากกว่า เนื่องจากหลายคนต่างมองว่าการทำรัฐประหารรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เมื่อปี 2006 นั้น กลับเป็นปมสำคัญที่นำมาสู่ปัญหาทางการเมืองจนถึงวันนี้
“คุณอาจไม่ได้เห็นการปฏิวัติอย่างเปิดเผยเหมือนที่เคยมีมาในอดีต ทหารจะไม่เข้ามาแทรกแซงโดยตรง ตราบใดที่ไม่เกิดการปะทะกันชนิดที่มีการบาดเจ็บล้มตายครั้งใหญ่” ปณิธาน กล่าว
นายทหารระดับกลางนายหนึ่ง ได้เปิดเผยกับไฟแนนเชียล ไทม์ส ว่า มีความเป็นไปได้น้อยที่กองทัพจะยื่นมือเข้ามาเกี่ยวข้องตราบใดที่ไม่เกิดความรุนแรงขึ้น และสถานการณ์ในปัจจุบันนี้ก็ยังสามารถควบคุมได้อยู่
ทางด้านสำนักข่าวรอยเตอร์ส ได้รายงานอ้างคำกล่าวของ พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผู้บัญชาการกองทัพเรือ ที่ปฏิเสธความเป็นไปได้ของการปฏิวัติ โดยกล่าวว่า จากการหารือกันกับผู้บัญชาการทั้ง 3 เหล่าทัพนั้น ไม่มีใครคิดจะเข้าแทรกแซงปัญหาทางการเมืองครั้งนี้แต่อย่างใด
ขณะที่สำนักข่าวบลูมเบิร์กได้ออกบทความในเชิงตั้งคำถามว่า กองทัพจะเข้าแทรกแซงการเมืองไทยอีกครั้งหรือไม่ โดยอ้างการวิเคราะห์จากคนในแวดวงเศรษฐกิจอย่าง พิมพ์ผกา นิจการุณ หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต ว่า ยังมีโอกาส 5050% ที่จะเกิดการปฏิวัติขึ้น ขณะที่การเปลี่ยนแปลงในเชิงระบอบหรือโครงสร้างในไทยตามที่ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลเรียกร้องนั้น ก็ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้จริงหากไร้ซึ่งการปฏิวัติหรือการเข้าแทรกแซงของทหาร
อย่างไรก็ตาม หากแม้ว่ารอดพ้นวิกฤตการณ์ครั้งนี้ไปได้ รัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็ยังต้องเผชิญปัญหาต่างๆ อีกมาก โดยเฉพาะจากนโยบายรับจำนำข้าว ซึ่งแม้แต่นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ก็หนีความรับผิดชอบจากปัญหาการทุจริตในโครงการนี้ไม่พ้น







