posttoday
บทเรียนครั้งประวัติศาสตร์

บทเรียนครั้งประวัติศาสตร์

05 ธันวาคม 2556

เพื่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง เนื่องในโอกาสวันมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา หากวินาทีนี้รัฐบาลยังอยู่ คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ควรรีบออกมาประกาศสละอำนาจโดยเร็ว

เพื่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง เนื่องในโอกาสวันมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา หากวินาทีนี้รัฐบาลยังอยู่ คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ควรรีบออกมาประกาศสละอำนาจโดยเร็ว

รัฐบาลควรจะเข้าใจ ตั้งแต่ประชาชนเริ่มออกมาเป่านกหวีดขับไล่ โดยไม่ต้องรอให้เกิดการสูญเสียเลือดเนื้อและชีวิต ว่าไม่มีความชอบธรรมพอที่จะรักษาอำนาจเอาไว้ได้

อย่างไรก็ตาม สำหรับเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น ในระยะสั้นอาจจะนับความเสียหายได้ไม่น้อย แต่ในระยะยาวน่าจะมีผลดีมากกว่า ทั้งทางเศรษฐกิจและสังคม ดังนี้

หนึ่ง ปัญหาคอร์รัปชั่น ก่อนหน้านี้สังคมไทยเหมือนตกอยู่ในภาวะจำยอม เห็นคอร์รัปชั่นเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่พ้น แม้จะมีการจุดกระแสต่อต้านเป็นระยะๆ แต่ไม่เคยบังเกิดผลอย่างจริงจัง บ่อยครั้งที่คนทุจริตออกมาร่วมรณรงค์ต่อต้านด้วย เพื่อผลในการสร้างภาพ

ในขณะเดียวกัน ปัญหาที่แท้จริงได้ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น เกาะกินเข้าไปในเกือบจะทุกหน่วยงานภาครัฐ สัดส่วนของวงเงินที่ถูกเบียดบังต่อวงเงินรวมก็สูงขึ้น จนถึงระดับร้อยละ 2530 หรือมากกว่า

การผ่านกฎหมายนิรโทษกรรมแบบเหมาเข่ง ทำให้ความอัดอั้นตันใจถึงจุดระเบิด

คงไม่มีใครเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งนี้ จะทำให้ปัญหาคอร์รัปชั่นหมดไปจากสังคมไทย แต่อย่างน้อยก็น่าจะมีพัฒนาการในทิศทางที่ดีขึ้น เช่น อาจทำให้มีระบบตรวจสอบในภาคประชาชนที่เข้มข้นมากขึ้น

สอง การมีส่วนร่วมทางการเมืองของคนในวัยหนุ่มสาว ก่อนหน้านี้มีช่องว่างระหว่างวัยเกิดขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในทางการเมือง กล่าวคือ คนหนุ่มสาวและเยาวชนมองเห็นการเมืองเป็นเรื่องของผู้ใหญ่หรือของคนแก่ จึงไม่ใช่เรื่องน่าสนใจ และไม่เห็นประโยชน์ที่จะเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง

ครั้งนี้เป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปีที่เราเห็นนักเรียน นักศึกษา และคนหนุ่มสาวในวัยทำงาน ออกมาร่วมชุมนุมต่อต้านรัฐบาลอย่างกว้างขวาง ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะเรื่องที่ต่อต้านเป็นเรื่องของหลักการที่เข้าใจไม่ยาก แต่ฝ่ายรัฐบาลกลับตะแบงฝืนทำในสิ่งผิด

ผมเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งนี้จะเป็นภาพที่ติดแน่นอยู่ในความทรงจำของคนรุ่นใหม่ที่อยู่ในเหตุการณ์ไปอีกนาน อาจจะชั่วชีวิตก็เป็นได้

สาม บทบาทของสังคมออนไลน์ ตั้งแต่ประชาชนเริ่มออกมาชุมนุมประท้วง ฝ่ายรัฐบาลก็ใช้วิธีการและรูปแบบเดิมๆ ในการตั้งรับ มีการสั่งการให้หน่วยงานในสังกัดให้การสนับสนุนการกระทำของรัฐบาลในรูปแบบต่างๆ กัน

ทางด้านการเผยแพร่ข้อมูลและข่าวสารเกี่ยวกับการชุมนุม มีการประเมินตัวเลขจำนวนผู้ชุมนุมต่ำกว่าความเป็นจริงเป็นอันมาก ในขณะที่ฟรีทีวีช่องต่างๆ ก็มีการเสนอข่าวการชุมนุมค่อนข้างน้อย

ถ้าเป็นสมัยก่อนอาจจะได้ผล แต่ครั้งนี้ความพยายามปิดหูปิดตาประชาชนและบิดเบือน ข้อมูล นอกจากจะไม่สำเร็จเท่าที่ควรแล้ว ยังเกิดผลในทิศทางตรงกันข้าม คือ ทำให้กระแสต่อต้านแรงขึ้น

ที่เป็นเช่นนี้เพราะรัฐบาลไม่สามารถปิดกั้นการเผยแพร่และแบ่งปันข้อมูลผ่านระบบสังคมออนไลน์ ซึ่งนอกจากจะเป็นประโยชน์ในการกระจายข่าวแล้ว ยังถูกใช้เป็นเครื่องมือในการนัดหมาย ระดมกำลัง ตลอดจนให้การสนับสนุนซึ่งกันและกันต่างๆ

ผมอยากให้เรื่องนี้เป็นบทเรียนสำหรับกลุ่มการเมืองใดก็ตามที่จะขึ้นครองอำนาจในอนาคต ให้ยึดถือการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่สะท้อนข้อเท็จจริง และไม่กระทำการใดๆ ที่กระทบกระเทือนความรู้สึกผิดชอบชั่วดีของคนส่วนใหญ่ในสังคม

การอ้างความชอบธรรมจากชัยชนะในการเลือกตั้งอย่างเดียวไม่พอ พฤติกรรมต่างๆ จะต้องอยู่บนพื้นฐานของความถูกต้องด้วย

เรื่องสุดท้าย การแย่งชิงสื่อต่างประเทศ เรื่องนี้อาจจะเป็นเรื่องเดียวที่ฝ่ายรัฐบาลทำได้ดีกว่าฝ่ายต่อต้านอย่างเห็นได้ชัด

ประเทศไทยไม่ได้อยู่โดดเดี่ยว แต่เป็นส่วนหนึ่งของสังคมโลก การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งสำคัญ นอกจากคนไทยส่วนใหญ่จะต้องเข้าใจและยอมรับแล้ว เราไม่ควรมองข้ามความจำเป็นในการอธิบายให้ชาวโลกเข้าใจด้วย

ผมเริ่มรู้สึกเอะใจเมื่อเจอคำบ่นเล็กๆ ในสังคมออนไลน์ ตั้งแต่ก่อนเกิดความรุนแรงว่าสื่อต่างประเทศเสนอข่าวแบบไม่เป็นกลาง จึงทดลองค้นข่าวดู และก็ต้องพบกับความประหลาดใจว่า มีการรายงานข่าวเกี่ยวกับการชุมนุมค่อนข้างน้อย และเกือบทั้งหมดน่าจะเป็นข่าวที่ได้รับการป้อนจากฝ่ายที่สนับสนุนรัฐบาล

ข่าวส่วนใหญ่ออกมาในแนวเดียวกัน คือ จำนวนผู้ชุมนุมมีน้อย สูงสุดในวันที่ 24 พ.ย. ประมาณแสนคน หลังจากนั้นก็ลดลงอย่างรวดเร็วจนเหลือเพียงหลักพัน

ภาพประกอบส่วนใหญ่เป็นภาพมุมแคบ เห็นผู้ชุมนุมเพียงไม่กี่สิบหรือไม่กี่ร้อยคน ส่วนภาพมุมกว้างที่มองเห็นคนเรือนแสนเรือนล้านจนล้นอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยกลับแทบไม่มีให้เห็น

เหตุผลของการชุมนุมก็เน้นหนักไปที่เรื่องฝ่ายค้านไม่สามารถเอาชนะในสนามเลือกตั้งครั้งแล้วครั้งเล่า จึงต้องหันมาก่อความไม่สงบบนท้องถนน มีการพูดถึง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม และการไม่ยอมรับอำนาจศาลรัฐธรรมนูญอยู่บ้าง แต่ทั้งหมดเป็นมุมมองของฝ่ายรัฐบาล

หลังเกิดการปะทะและมีคนเจ็บและตาย ไม่แปลกที่มีการรายงานข่าวอย่างครึกโครมมากขึ้น แต่ส่วนใหญ่ก็ยังเป็นมุมมองของฝ่ายรัฐบาลอยู่ดี

อย่างไรก็ตาม ผมก็ยังไม่อยากสรุปว่าเขาไม่เป็นกลาง เราคงหวังให้เขาเข้าใจเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นเหมือนเราไม่ได้ เพราะเขาไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ ประกอบกับภาษาที่เราใช้สื่อถึงกัน ส่วนใหญ่ก็เป็นภาษาไทย ซึ่งถึงเขาจะเห็น ก็คงไม่เข้าใจ การพึ่งพาแหล่งข้อมูลที่เป็นทางการ และเป็นภาษาอังกฤษ จึงถือเป็นเรื่องปกติ

อีกปัจจัยหนึ่งที่อาจจะมีความสำคัญไม่แพ้กัน คือ ฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลมีการบริหารจัดการและเครื่องไม้เครื่องมือในการชี้นำทิศทางข่าวที่มีประสิทธิภาพมากกว่า รวมทั้งอาจมีนักข่าวต่างประเทศในสังกัดที่คอยเขียนข่าวพร้อมแนบภาพประกอบส่งไปป้อนสื่อต่างๆ

ที่จริงเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาลแก้เกมได้ไม่ยาก เพราะมีภาพเหตุการณ์จริงที่เป็นหลักฐานว่ามีประชาชนจำนวนมากต่อต้านรัฐบาล นอกจากนี้ยังมีแถลงการณ์ขององค์กรต่างๆ ที่สามารถแปลเป็นภาษาอังกฤษและเผยแพร่ให้สังคมโลกได้ร่วมรับรู้

ที่ผ่านมามีคนของพรรคประชาธิปัตย์ให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศเป็นครั้งคราว แต่แค่นี้ไม่เพียงพอครับ และมักจะไปเข้าทางของฝ่ายรัฐบาลที่ดักคอไว้ล่วงหน้าว่าขี้แพ้ชวนตี

ทุกคนทราบดีว่าจุดแข็งของการต่อต้านรัฐบาลครั้งนี้อยู่ที่จำนวนผู้ร่วมชุมนุม ซึ่งเราคนไทยเห็น แต่ชาวโลกส่วนใหญ่ยังไม่เห็น

เรื่องแบบนี้ถ้าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ถือเป็นหน้าที่ จะคาดหวังให้ใครช่วยทำให้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท