
พระมหาบารมี
ในท่ามกลางความขัดแย้งต่อสู้ระหว่างคนไทยสองฝ่ายบนถนนในที่ต่างๆ ช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะอยู่ฝั่งมวลมหาประชาชนที่คิดจะบุกยึดทำเนียบฯ หรือยึดกองบัญชาการตำรวจนครบาลกับอีกฝ่ายที่มีกำลังคนเสื้อแดง มีกองทัพตำรวจที่พร้อมสรรพ ทั้งอาวุธราชการและการฝึกฝน โดยมีเพียงลำคลองกับสะพานและเครื่องกีดขวางจำนวนหนึ่งคั่นกลางไว้
ในท่ามกลางความขัดแย้งต่อสู้ระหว่างคนไทยสองฝ่ายบนถนนในที่ต่างๆ ช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะอยู่ฝั่งมวลมหาประชาชนที่คิดจะบุกยึดทำเนียบฯ หรือยึดกองบัญชาการตำรวจนครบาลกับอีกฝ่ายที่มีกำลังคนเสื้อแดง มีกองทัพตำรวจที่พร้อมสรรพ ทั้งอาวุธราชการและการฝึกฝน โดยมีเพียงลำคลองกับสะพานและเครื่องกีดขวางจำนวนหนึ่งคั่นกลางไว้
แม้มีภาพความเสี่ยงต่อการสูญเสียอย่างน่าหวาดเสียวบ่อยๆ ทั้งการเกิดเหตุการณ์ยามค่ำคืนและการโคจรมาพบกันของการ์ดแต่ละพวกโดยไม่ได้นัดหมาย แต่ทั้งสองฝ่ายก็ดูจะเคร่งครัดต่อการร้องเพลงชาติ เชิญธงขึ้นและเชิญธงลงจากยอดเสาด้วยการหยุดร้องเพลงชาติ บางครั้งก็ร้องด้วยกัน
ทั้งสองฝ่ายตระหนักดีว่า กิจกรรมอะไรๆ ไม่ว่าจะเดินเพราะอุดมการณ์หรือแผนการณ์ก็ควรจะเพลามือ สะดุดหยุดอยู่ เมื่อถึงเวลาที่พลังทางวัฒนธรรมจะถูกแสดงออกมาอย่างท่วมท้น หลั่งไหล
นั่นคือ...การฉลอง 5 ธันวามหาราช...วันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
สิ่งนี้เป็นเรื่องที่คนต่างชาติสัมผัสรับรู้ได้โดยง่ายดายว่าอะไร คือ “พระมหาบารมี” ที่ทุกคนทุกฝ่าย พร้อมใจถวาย โดยไม่ต้องนัดหมาย
หยุดกิจกรรมที่สามัญสำนึกบอกว่า...ไม่ควร...ด้วยตัวเอง
ความแตกแยกของสังคมไทยร้าวลึกและกระจายตัวออกไปรุนแรงยิ่ง แต่รากของความรักเทิดทูนพระราชาอันเป็นที่รักของตัวเอง เหนียวแน่นยิ่งกว่า
แม้ความสามารถในการแข่งขันถูกกระทบแน่ในโลกของการแข่งขัน แต่ในโลกของการแบ่งปัน ความรู้สึกสำนึกปลื้มปีติในฐานะเป็นส่วนหนึ่งของแผ่นดินพระราชา แข็งแรงยิ่ง
ความหวังจึงยังมีเสมอ...
เราภูมิใจที่มีพระราชาที่ทรงบำเพ็ญความดี...ทรงมีความอดทนอดกลั้น ผ่านร้อนหนาวยืนหยัดเป็นหลักชัยในยามมีความวุ่นวายจากนอกประเทศ และทรงประทับเหนือใจ แม้ในยามที่คนไทยขัดแย้งแก่งแย่งกันเองหลายครั้ง...และที่สำคัญที่สุด...
คือ...ทรงมีความอุตสาหะเสมอต้นเสมอปลายในการต่อสู้ เพื่อแก้ไขปัญหาความดือดร้อนจากภัยพิบัติและความยากจน
คนไทยและคนที่รักเมืองไทยทั่วโลกจึงรู้สึก...ดี...ทุกครั้งที่ 5 ธันวา...มาถึงบนปฏิทิน
ผมไม่รู้หรอกว่าการยึดอาคารที่ทำการของตำรวจนครบาลมาได้ มีความจำเป็นยังไง...เพราะเสี่ยงต่อความสูญเสียเกินจินตนาการ...และก็ไม่ซาบซึ้งนักว่าการปกป้องทำเนียบรัฐบาลไว้ให้ได้นั้น จะช่วยรักษาภาวะผู้นำของรัฐบาลไว้ได้จริงหรือ
อันที่จริงก็ไม่เคยมีกฎหมายระดับไหน ตั้งแต่สูงสุดอย่างรัฐธรรมนูญจนต่ำลงมาถึงระเบียบกรมกองที่บอกว่า “รัฐบาลต้องรักษาไม่ให้ใครหักหาญ เข้ามายึดทำเนียบฯ ให้ได้...ไม่งั้นจะพ้นจากความเป็นรัฐบาล” เพราะทำเนียบฯ เป็นสิ่งสมมติ
และหากบุกเข้ายึดอาคารราชการไว้ได้ ไม่ว่าจะเป็นกองบัญชาการอะไร...ไม่ว่าจะเป็นกองบัญชาการตำรวจ หรือยึดตึกบัญชาการทำเนียบรัฐบาล...เพราะอาคารเหล่านี้เป็นแค่สมมติ...! ไม่นำมาซึ่งความรู้และประโยชน์ที่เป็นเอกภาพ
ขอบคุณผู้ชุมนุมที่ทำให้ผู้มีอำนาจตื่นรู้ว่า กฎหมายนิรโทษกรรมแบบสอดไส้...ไม่พึงกระทำ
ขอบคุณผู้บริหารหน่วยกำลังที่รู้จักผ่อนผัน และใช้ความนุ่มนวลเท่าที่เป็นไปได้
ขอบคุณทหารที่แสดงบทบาท Peace Maker ได้พอดีๆ
เรามาช่วยกันถกเถียงจนหน้าดำหน้าแดง แต่มีเนื้อหาและมารยาท...ยังจะมีค่าเป็นความรู้แก่พลเมืองและตัวเราเองมากกว่า...จะจัดทีมนักคิดมาถกแถลงกันว่าจะปฏิรูปประเทศไทย โดยรักษากติกาประชาธิปไตยไว้อย่างไร เพื่อจะได้ไม่มีการใช้ทั้งกระสุนยางและหนังสติ๊ก...ไม่มีทั้งคนหัวแตกและการแทรกแซงของมือที่สาม
ผมเพิ่งพ้นสถานะผู้ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งครบ 5 ปี มาได้ 3 วัน ตอนนี้หน้าตาราวกับทิดสึกใหม่ เพราะไม่ยุ่งเกี่ยว ไม่ส่งเสียง ไม่ก่อการ ไม่สร้างนอมินี ไม่มีการแอบสั่งการทางการเมือง เพราะเชื่อว่าเจตนารมณ์ของคำพิพากษา ที่แม้จะน่าเคลือบแคลงสงสัยนี้ ก็คือ การให้ถอยออกจากสนาม...
นิ่งๆ ครบ 5 ปี โดยไม่กระอักเลือด ไม่ทุรนทุราย ทำได้ครับ...ตรงกันข้าม...กลับทำให้เรามั่นใจในการรักษาวินัยได้ดีขึ้น ดีใจที่เคยได้รับใช้ประเทศอันเป็นที่รัก ปลื้มใจที่ได้เป็นข้าตามรอยพระบาทของพระราชาอันเป็นที่เทิดทูน ภูมิใจที่ได้เห็นสังคมมีความยับยั้งชั่งใจ ไม่ขยายวงของความรุนแรง แม้มีความขัดแย้ง
ปรบมือให้ทุกหัวใจที่ถวาย “สันติสุข” ให้เกิดขึ้นทั่วแผ่นดินพ่อ
ขอน้อมกราบถวายพระพร “ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน”...







