posttoday
ทางออกประเทศไทยในหวังวิกฤต

ทางออกประเทศไทยในหวังวิกฤต

04 ธันวาคม 2556

หมายเหตุ : ตามที่ได้มีการประชุมคณะกรรมการสมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย ครั้งที่ 7/2556 ในวันนี้ (3 ธ.ค. 2556) ที่ประชุมได้มีการหยิบยกประเด็นสถานการณ์การเมืองขึ้นหารือ เพื่อเสนอจุดยืนในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น และ ศ.พิเศษ กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ที่ปรึกษาสมาคมฯ ได้เสนอแนวทางเพื่อเป็นทางออกให้กับประเทศไทยในช่วงวิกฤตนี้ โดยมีรายละเอียดตามบทความด้านล่าง จึงเรียนมาเพื่อทราบ

หมายเหตุ : ตามที่ได้มีการประชุมคณะกรรมการสมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย ครั้งที่ 7/2556 ในวันนี้ (3 ธ.ค. 2556) ที่ประชุมได้มีการหยิบยกประเด็นสถานการณ์การเมืองขึ้นหารือ เพื่อเสนอจุดยืนในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น และ ศ.พิเศษ กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ที่ปรึกษาสมาคมฯ ได้เสนอแนวทางเพื่อเป็นทางออกให้กับประเทศไทยในช่วงวิกฤตนี้ โดยมีรายละเอียดตามบทความด้านล่าง จึงเรียนมาเพื่อทราบ

ผมใช้เวลาคิดอยู่นานพอสมควรว่า ผมควรจะเขียนข้อเสนอในประเด็นทางออกประเทศไทย เพื่อหาทางออกให้กับประเทศไทยในห้วงวิกฤตที่มีความขัดแย้ง ที่ทั้งสองฝ่ายต่างก็ไม่ยินยอมให้กันและกัน เพราะไม่ใช่นักกฎหมายมหาชน แต่ในฐานะคนไทยก็อยากเสนอความเห็นบ้าง

ทั้งนี้ รัฐบาลนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้ยืนยันว่า สภาประชาชนทำไม่ได้ ไม่อยู่ภายใต้กรอบกฎหมายรัฐธรรมนูญ แต่ยินดีที่จะยุบสภาหรือลาออกหากมีความจำเป็น สวนทางกับกลุ่มที่อ้างว่าเป็นตัวแทนมวลมหาประชาชนที่นำโดยคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ เพื่อโค่นล้มระบอบทักษิณ ที่ต้องการให้มีการจัดตั้งสภาประชาชนและจัดตั้งรัฐบาลจากตัวแทนประชาชน เพื่อเปลี่ยนโครงสร้างการปกครองและการเลือกตั้ง และอ้างอีกด้วยว่า ฝ่ายตนมีสิทธิในการพิทักษ์รัฐธรรมนูญตามมาตรา 68 และ 69 จึงไม่ยอมรับความชอบธรรมของรัฐบาลชุดนี้

เพราะไม่ยอมปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญและแม้นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ลาออกหรือยุบสภา ฝ่ายคุณสุเทพก็จะยังไม่หยุดจนกว่าจะได้ชัยชนะ ผมขอเรียนว่าการเสนอให้มีสภาประชาชนโดยไม่มีแผนชัดเจนนั้น ในกระบวนการตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ประชาชนรวมทั้งผมเองก็ไม่ทราบว่าคุณสุเทพมีแผนการรูปแบบอย่างไรของการปฏิรูปรูปแบบการเมืองการปกครองโดยสภาประชาชนที่ว่านี้ ฝ่ายรัฐบาลที่อ้างว่าพร้อมเจรจากับฝ่ายประท้วง แต่ก็อ้างว่าไม่มีกฎหมายที่จะให้จัดตั้งสภาประชาชนได้ตามกฎหมาย และรัฐบาลก็มาจากการเลือกตั้ง

ข้อเสนอคุณสุเทพจึงกลายเป็นกบฏล้มล้างรัฐบาลตามกฎหมาย ทำให้ประเทศไทยต้องถึงทางตัน เพราะแต่ละฝ่ายต่างมีจุดยืนของตัวเอง ในขณะที่เขียนบทความนี้ ต่างฝ่ายต่างยื่นเงื่อนไขที่ไม่อาจเป็นที่ยอมรับได้ทั้งสองฝ่าย ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นนี้จะจบลงอย่างไร ใครที่จะได้รับผลกระทบความขัดแย้งเช่นว่านี้ มีนักวิชาการจำนวนมาก หน่วยงานต่างๆ ได้เสนอให้มีการเจรจาพูดคุยกันเพื่อหาทางออก ไม่ว่าจะมีตัวกลางระดับผู้บัญชาการเหล่าทัพ ภาคเอกชน หรือรัฐบาลต่างประเทศ ที่พร้อมเป็นตัวกลาง แต่ก็ยังไม่มีทีท่าว่าคู่กรณีทั้งสองฝ่ายจะตกลงกันได้เลย

แม้จะมีการหยุดพักรบไป 2 วัน เพื่อร่วมเฉลิมฉลองวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แต่อนาคตจะจบอย่างไร ไม่มีใครรู้ได้ ผู้เสียหายคือประเทศไทยของเรานั่นเอง ผมเองไม่ใช่นักกฎหมายมหาชนที่มีความรู้ความชำนาญ ผมเป็นเพียงนักกฎหมายภาคเอกชนที่อาจจะมีประสบการณ์การสอนหนังสือเรื่องการเจรจาต่อรองและการทำสัญญาทางธุรกิจมาบ้าง เคยเป็นนิสิตที่ได้มีส่วนในการเดินขบวนเรียกร้องประชาธิปไตยเมื่อ 40 ปีที่แล้ว และไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับร่างกฎหมายนิรโทษกรรมฉบับสุดซอย จึงอยากเสนอความเห็นในฐานะประชาชนคนไทยคนหนึ่งเท่าที่คิดว่าจะมีสติปัญญา เผื่อว่าจะเป็นประโยชน์แก่ส่วนรวม

ผมเห็นว่าการเจรจาความขัดแย้งที่ดีที่สุด คือ การเจรจาที่เป็นการที่ทุกฝ่ายต้องชนะ (WinWin) ไม่ใช่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง โดยใช้อารมณ์แทนที่จะใช้เหตุผล

ผมจึงขอเสนอทางออกเพื่อให้ท่านผู้เกี่ยวข้องได้พิจารณาดังนี้คือ

1.หากรัฐบาลเห็นว่าข้อเสนอการตั้งสภาประชาชนเพื่อวางแนวทางการปฏิรูปการเมืองจะเป็นประโยชน์กับประเทศ ก็สามารถกระทำได้โดยรัฐบาลเอง โดยรัฐบาลสามารถออกเป็นพระราชกำหนดจัดตั้งสมัชชาประชาชนหรือสภาประชาชนแห่งชาติ คล้ายกับจัดตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ที่เคยมีการจัดตั้งมาแล้วโดยสมัชชาแห่งชาติภายใต้รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2549 ที่มีตัวแทนมาจากทุกภาคส่วน โดยไม่มีส่วนได้เสียกับรัฐบาลและรัฐสภา

เช่น ควรมีตัวแทนจากหน่วยงาน องค์กร ภาครัฐเอกชน เช่น ผู้แทนจากสมาคมข้าราชการพลเรือน ตัวแทนจากที่ประชุมอธิการบดีจากมหาวิทยาลัย ทหาร ตำรวจ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย สภาธุรกิจตลาดทุนไทย สมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย สภาเกษตรกรแห่งชาติ ฯลฯ รวมทั้งแต่งตั้งอดีตนายกรัฐมนตรี ประธานรัฐสภา อดีตปลัดกระทรวง อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย และให้ผู้แทนจำนวนหนึ่งมาจากการสรรหาของประธานศาลฎีกา ประธานศาลปกครองสูงสุด ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประธานองค์กรอิสระ เช่น ประธานผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา โดยคัดเลือกจากประชาชนที่มาจากผู้แทนสาขาอาชีพจากทุกจังหวัด จังหวัดละ 1 คน โดยมีจำนวนรวมทั้งสิ้นไม่เกิน 200300 คน

นอกจากนี้ ควรกำหนดให้มีสำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย หรือสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เป็นเลขานุการเพื่อร่างกฎหมายได้รวดเร็วและถูกต้อง โดยรัฐบาลจัดสรรงบประมาณให้

2.สมัชชาแห่งชาตินี้มีอำนาจขอบเขตในการเสนอแนวทางการปฏิรูปการเมืองการปกครอง ไม่ว่าการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ กฎหมายป้องกันการทุจริต (โดยเน้นความสำคัญของการบังคับใช้และรักษาให้ได้มาตรฐานนานาชาติ) และกฎหมายลูกต่างๆ โดยรัฐบาลและรัฐสภา (พรรคการเมืองทุกพรรค วุฒิสมาชิก) รวมทั้งให้สัตยาบันว่าจะให้รัฐสภาอนุมัติพระราชกำหนดจัดตั้งสมัชชาหรือสภาประชาชนแห่งชาติ และเสนอแก้ไขกฎหมาย ทั้งกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญตามกฎหมายตามที่สมัชชาแห่งชาติเสนอ โดยนำเข้าพิจารณาแก้ไขสภาแบบ 3 วาระ โดยกำหนดให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเวลา 36 เดือน

3.รัฐบาลควรต้องมีความจริงใจในการเปิดโอกาสให้สมัชชาแห่งชาติดังกล่าวทำหน้าที่โดยอิสระและประกาศเจตนารมณ์ที่จะปฏิบัติตามที่จะเสนอกฎหมายต่างๆ เข้ารัฐสภาภายใต้กรอบเวลาที่กำหนด โดยขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่ไม่ได้มีส่วนได้เสียกับการเลือกตั้ง เช่น ทาบทามท่านอดีตนายกฯ อานันท์ ปันยารชุน ที่ท่านเคยยินยอมเป็นประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ ให้ท่านเป็นประธานสมัชชาแห่งชาติ และให้มีนักกฎหมายระดับแนวหน้าของประเทศ เช่น อาจารย์มีชัย ฤชุพันธุ์ อาจารย์ ดร.วิษณุ เครืองาม อาจารย์ ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ดร.คณิต ณ นคร เข้ามาเป็นมือกฎหมายให้บรรลุเป้าหมายได้

4.เมื่อกฎหมายทุกฉบับฝ่ายรัฐสภาประกาศใช้เป็นกฎหมายแล้ว รัฐบาลก็ให้มีการยุบสภา ให้มีการเลือกตั้งตามกฎหมายใหม่ พร้อมการลงประชามติกฎหมายที่เสนอโดยสมัชชาแห่งชาติตามมาตรา 65 ของรัฐธรรมนูญพร้อมกันไปด้วยก็ได้ เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายการเลือกตั้งและการลงประชามติ

5.รัฐบาลปัจจุบันอาจอยู่รักษาการหรือตั้งรัฐบาลแห่งชาติชั่วคราว 36 เดือน โดยนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ยังคงเป็นนายกรัฐมนตรีหรือบุคคลในพรรคเพื่อไทยหรือบุคคลภายนอกที่เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายเป็นรัฐบาลรักษาการ 36 เดือน ในช่วงที่สมัชชาแห่งชาติพิจารณาเสนอกฎหมายต่างๆ โดยมีคณะรัฐมนตรีจากคนนอกจนกว่าจะยุบสภาและเลือกคนใหม่ภายใต้กติกาใหม่ และจะงดการนำนโยบายที่มีปัญหาสำคัญ เช่น จำนำข้าวไว้ก่อน

6.ฝ่ายคุณสุเทพและผู้แทน กปปส. ก็อาจจะเข้ามามีส่วนร่วมในการคัดเลือกสมาชิกสมัชชาหรือสภาประชาชน เช่นเดียวกับกลุ่ม นปช. (ที่ไม่ได้ลงเลือกตั้ง) เพื่อเสนอแนวทางหรือมีผู้แทนเข้าร่วมกำหนดแนวทางปฏิรูปการเมืองใหม่ ส่วนเรื่องการดำเนินคดีคุณสุเทพและพวกก็ว่ากันไปตามกระบวนการทางกฎหมายการออกพระราชกำหนดภายใต้รัฐธรรมนูญโดยชอบ โดยมีโครงสร้าง ขอบอำนาจหน้าที่ ภารกิจ กำหนดกรอบเวลาอย่างชัดเจน มีการประสานข้อตกลงที่รัฐบาลและพรรคการเมืองทุกฝ่าย วุฒิสมาชิก โดยทุกฝ่ายให้สัตยาบันว่า จะดำเนินการภายใต้กฎกติกาที่กำหนดขึ้นใหม่นี้อย่างจริงใจของทุกฝ่าย เราก็จะนำประเทศเราฝ่าวิกฤต โดยทุกฝ่ายย่อมเป็นผู้ชนะและไม่มีใครเป็นผู้แพ้แต่อย่างใด ผมขอฝากให้ผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ กฎหมายรัฐธรรมนูญ กฎหมายมหาชน นักรัฐศาสตร์ นักการเมือง นักสันติวิธีที่จะหาทางออกให้ประเทศในยามวิกฤตนี้ ให้พิจารณากำหนดรูปแบบกฎหมาย ไม่ว่าการกำหนดกระบวนการทำงานของสมัชชาแห่งชาติ ขอบเขตหน้าที่และกรอบเวลาที่จะเป็นทางออกที่ดีให้บรรลุความปรองดองได้อย่างจริงจัง

ที่สำคัญต้องเน้นเรื่องการต่อต้านการทุจริตทุกรูปแบบ โดยการเสนอกฎหมายที่สมบูรณ์ ผมหวังว่าด้วยพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอันเป็นที่รักเทิดทูนยิ่งของชาวไทยทุกคน จะทำให้ทุกฝ่ายหาทางออกให้ประเทศไทยเพื่อเป็นของขวัญที่ทูลเกล้าฯ ให้ในหลวงของเราในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระองค์ท่านครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท