posttoday
ลงสัตยาบันก่อนคืนอำนาจ

ลงสัตยาบันก่อนคืนอำนาจ

03 ธันวาคม 2556

ศ.สุจิต บุญบงการ อดีตประธานสภาพัฒนาการเมือง และอดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มองว่าสิ่งที่น่าสนใจก็คือกระแสการปฏิรูปประเทศไทยผ่าน “สภาประชาชน” มีข้อดีอยู่อย่างหนึ่ง ทำให้รัฐบาลเห็นแล้วว่า คนส่วนหนึ่งเห็นตรงกันว่าระบบการเมืองมีปัญหาและถึงเวลาวางโครงสร้างอำนาจใหม่ทั้งหมด เนื่องจากเกิดวิกฤตขึ้นแล้ว เพราะ 3 อำนาจอธิปไตย ได้แก่ บริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการ ไม่ไว้วางใจซึ่งกันและกัน ทางออกเดียวหนีไม่พ้นการ “ยุบสภา” แล้วจัดสรรโครงสร้างอำนาจใหม่

ศ.สุจิต บุญบงการ อดีตประธานสภาพัฒนาการเมือง และอดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มองว่าสิ่งที่น่าสนใจก็คือกระแสการปฏิรูปประเทศไทยผ่าน “สภาประชาชน” มีข้อดีอยู่อย่างหนึ่ง ทำให้รัฐบาลเห็นแล้วว่า คนส่วนหนึ่งเห็นตรงกันว่าระบบการเมืองมีปัญหาและถึงเวลาวางโครงสร้างอำนาจใหม่ทั้งหมด เนื่องจากเกิดวิกฤตขึ้นแล้ว เพราะ 3 อำนาจอธิปไตย ได้แก่ บริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการ ไม่ไว้วางใจซึ่งกันและกัน ทางออกเดียวหนีไม่พ้นการ “ยุบสภา” แล้วจัดสรรโครงสร้างอำนาจใหม่

“ระบบรัฐสภาต้องตั้งเกณฑ์ใหม่ ไม่ใช่มองแต่ตัวเองว่า เมื่อได้รับการเลือกตั้งแล้ว จะไม่ต้องถูกตรวจสอบ หรือตรวจสอบกันเฉพาะในสภา แต่ต้องมีการตรวจสอบในเชิงการเมือง ผ่านภาคประชาชน ผ่านองค์กรอิสระ และผ่านตุลาการ ไม่ใช่ได้อำนาจจากการเลือกตั้งเพียงอย่างเดียว ส่วนอำนาจอื่นๆ ก็ต้องมีการถ่วงดุล หากหน่วยงานใดทำเกินเลยไป ก็ต้องมีระบบตรวจสอบหน่วยงานนั้น ไม่ว่าจะเป็นนิติบัญญัติ ตุลาการ หรือองค์กรอิสระ ต้องเคลียร์อำนาจตัวเองให้ลงตัวก่อน”

“แทนที่รัฐบาลจะตอบโต้ว่าการที่คุณสุเทพเสนอสภาปฏิรูปไม่เวิร์ก หากรัฐบาลต้องการจะชนะใจประชาชน ก็ควรต้องยอมรับความจริง ว่าที่ผ่านมาการปฏิบัติงานของตัวเองมีข้อบกพร่องและต้องปรับปรุงขนานใหญ่ สิ่งเหล่านี้กลับไม่มีใครพูด ทุกคนพูดแต่ว่าจะฟัง แต่คำถามคือว่าแล้วมีอะไรการันตีว่าคุณจะเอาตามนั้น ที่ผ่านมารัฐบาลตั้งคณะกรรมการปฏิรูป โดยมีแต่รัฐบาลและคนแวดล้อมรัฐบาลเข้าร่วมเป็นกรรมการ หลังจากนี้คุณต้องการันตีว่า ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม หากยุบสภาไปแล้วรัฐบาลในอนาคตจะต้องรับปากในการปฏิรูปการเมืองภายใต้กรอบที่ว่าจะฟังประชาชน และพร้อมรับการปฏิรูปการเมืองมากขึ้น แม้ว่าสิ่งที่เสนอมาจะทำให้คุณต้องเสียอำนาจก็ตาม” สุจิต ระบุ

เขาบอกว่า แม้จะได้คนเดิมๆ กลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้ง แต่ปัญหาที่ยังคงคาอยู่ ก็จะเบาลงไป โดยก่อนเลือกตั้งแต่ละฝ่ายต้องลงสัตยาบันร่วมกันก่อนว่าจะปฏิรูปโครงสร้างอำนาจทั้ง 3 องค์กรให้ชัดขึ้น โดยข้อเสนอของแกนนำอาจจะสุดขั้วเกินไป แต่หากมีการตั้งองค์กรคล้าย “สภาประชาชน” อย่างถูกต้องขึ้นมาเสนอโครงการปฏิรูปและโครงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยอาจต้องแก้รัฐธรรมนูญว่ารัฐบาลจำเป็นต้องนำข้อเสนอขององค์กรเหล่านี้ไปใช้ หากไม่ทำ รัฐบาลมีสิทธิถูกถอดถอน หรือถ้าไม่ทำ รัฐบาลก็อาจจะต้องกลัวแล้วว่า เดี๋ยวมวลชนออกมาเคลื่อนไหวอีก นี่คือกลไกประชาธิปไตยที่อำนาจอยู่กับประชาชนจริงๆ ไม่ใช่อยู่กับเสียงข้างมาก

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท