
เคลื่อนรถ"แทรกเตอร์"จอลุยเข้าทำเนียบฯ
สถานการณ์เผชิญหน้าระหว่างผู้ชุมนุมต้านระบอบทักษิณและตำรวจปราบจลาจลวันที่ 2 คงมีเพียงบริเวณรอบทำเนียบรัฐบาลทั้ง 3 จุด คือ บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ สะพานอรทัย และแยกเทวกรรม ตำรวจยิงแก๊สน้ำตาใส่ผู้ชุมนุมที่พยายามเข้าประชิดแนวกั้น หรือแบริเออร์คอนกรีต ต่อเนื่องตลอดทั้งวัน
สถานการณ์เผชิญหน้าระหว่างผู้ชุมนุมต้านระบอบทักษิณและตำรวจปราบจลาจลวันที่ 2 คงมีเพียงบริเวณรอบทำเนียบรัฐบาลทั้ง 3 จุด คือ บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ สะพานอรทัย และแยกเทวกรรม ตำรวจยิงแก๊สน้ำตาใส่ผู้ชุมนุมที่พยายามเข้าประชิดแนวกั้น หรือแบริเออร์คอนกรีต ต่อเนื่องตลอดทั้งวัน
โดยผู้ชุมนุมได้เตรียมกระสอบป่านชุบน้ำวางทับแก๊สน้ำตาที่ตกลงมา และใช้รถฉีดน้ำลดการฟุ้งกระจายของแก๊สน้ำตา ขณะที่พยายามเข้ารื้อแนวแบริเออร์จนเหลือเพียงแนวสุดท้ายก่อนจะประชิดถึงตัวตำรวจ
อย่างไรก็ตาม การปะทะกันอย่างหนักในวันนี้มีผู้บาดเจ็บจากแก๊สน้ำตา กระสุนยาง จำนวนมาก ทหารเสนารักษ์จากกองพลทหารราบที่ 1 รักษาพระองค์ (พล 1 ร.อ.) สวมปลอกแขนพยาบาล เข้ามาช่วยเหลือปฐมพยาบาลผู้บาดเจ็บ
ด้านสะพานอรทัยก็มีการเผชิญหน้ากันอย่างดุเดือด กลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ได้ข้ามสะพานอรทัย ระดมขว้างก้อนหินและระเบิดปิงปองเข้าไปยังตำรวจที่รักษาการอยู่ภายในทำเนียบรัฐบาล ตำรวจตอบโต้ด้วยการยิงแก๊สน้ำตา
ต่อมาช่วงค่ำ ผู้ชุมนุมนำรถไถดันเข้ามาบริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ เพื่อเตรียมรื้อแนวแบริเออร์ แต่ตำรวจประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงว่า หากรื้อแบริเออร์ก็จะตอบโต้ด้วยกระสุนยาง ทั้งสองฝ่ายจึงคุมเชิงเผชิญหน้ากัน
อย่างไรก็ตาม ช่วงเช้าวันที่ 2 ธ.ค. ผู้ชุมนุมจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย แบ่งกำลังออกเป็น 3 ขบวน ประกอบด้วย ชุมพล จุลใส หรือ สส.ลูกหมี มุ่งหน้าไปยังกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) บริเวณแยกพล.1 อิสสระ สมชัย นำขบวนไปทางแยกการเรือน ถนนราชวิถี และ พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ นำขบวนไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
โดยจุดปะทะหนักคือบริเวณแยกพล.1 ซึ่งผู้ชุมนุมพยายามเข้าทำลายแนวกั้นหรือแบริเออร์ แต่ครั้งนี้ผู้ชุมนุมได้เตรียมการป้องกันโดยติดพลาสติกตาข่าย หรือสแลนและใช้พัดลมเป่าป้องกันแก๊สน้ำตาจากฝ่ายตำรวจ
การปะทะกันเกิดขึ้นหลายระลอกต่อเนื่องตลอดทั้งวัน กระทั่งช่วงบ่าย ผู้ชุมนุมนำรถไถดันจนแท่งคอนกรีตแบริเออร์ทลายไปทั้งหมด มวลชนเตรียมบุกเข้าพื้นที่ บช.น.
ต่อมา พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รอง ผบ.ตร. ได้เจรจากับ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ตกลงกันว่าแต่ละฝ่ายจะถอยห่างออกไปฝ่ายละ 20 เมตร โดยตำรวจจะไม่ยิงแก๊สน้ำตา
ชุมพล ได้ประกาศชัยชนะและนำมวลชนกลับที่ชุมนุมอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
นอกจากนี้ กลุ่มกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ (กปท.) นำโดย นำมวลชนประมาณ 400 คน ปิดถนนสุโขทัยช่วงแยกขัตติยานี ทางเข้ารัฐสภา ห่างแนวแบริเออร์ของตำรวจ 30 เมตร
ขณะที่ อิสสระ แกนนำ กปปส. ก็นำมวลชนปิดถนนราชวิถีบริเวณแยกการเรือน ซึ่งการปิดแยกขัตติยานีและแยกการเรือนก็เพื่อตรึงกำลังตำรวจเพื่อมิให้เคลื่อนย้ายไปยังบริเวณ บช.น.ได้ แต่จุดแยกการเรือนตำรวจระดมยิงแก๊สน้ำตาใส่กลุ่มผู้ชุมนุมอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวันเช่นกัน แต่ก็ถอนกำลังกลับอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยพร้อมกับกลุ่มของ ชุมพล
อย่างไรก็ตาม มีรถตู้ 10 คัน นำตำรวจจาก จ.เพชรบุรี ประมาณ 1 กองร้อย รวมพลอยู่บริเวณหน้า สน.สามเสน ทำให้ผู้ชุมนุมจากแยกการเรือนส่วนหนึ่งเคลื่อนขบวนไปสกัด เกิดการกระทบกระทั่งชกต่อยบ้างเล็กน้อย ชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย เป็นคนกลางเจรจาไกล่เกลี่ย จนกระทั่งตำรวจและผู้ชุมนุมต่างถอนตัวออกจากพื้นที่ไป







