
3 โรงเรียนกลางม็อบเลื่อนเปิดเทอม ศธ.เล็งหาที่เรียนชั่วคราว
นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า อยากให้แกนนำผู้ชุมนุมที่ยืนยันว่ามีสิทธิพื้นฐานในการชุมนุมนั้น เข้าใจสิทธิพื้นฐานของนักเรียนด้วยว่า มีความจำเป็นต้องใช้พื้นที่ เนื่องจากใกล้จะเปิดภาคการศึกษา ซึ่งโรงเรียนที่อยู่ในบริเวณที่ชุมนุมประกอบด้วย โรงเรียนวัดปทุมวนาราม ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โรงเรียนสวนลุมพินี และโรงเรียนวัดหัวลำโพง ต้องเลื่อนวันเปิดเทอมออกไป เนื่องจากไม่มีเส้นทางเข้าออกอื่น ส่วนโรงเรียนใกล้เคียงพื้นที่ชุมนุม อาทิ โรงเรียนวัดปทุมวนาราม โรงเรียนวัดหัวลำโพง และโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ซึ่งมีเด็กนักเรียนรวมแล้วประมาณ 4,500 คน อาจจะต้องย้ายไปเรียนที่อื่นชั่วคราว
“
เบื้องต้นประสานกับสนามกีฬาแห่งชาติและโรงเรียนกรุงเทพการบัญชีไว้แล้ว เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่นักเรียนยังจำเป็นต้องใช้พื้นที่โรงเรียนและห้องสมุด ซึ่งกลุ่มผู้ชุมนุมควรคำนึงว่าโรงพยาบาลและโรงเรียนควรเป็นพื้นที่ที่มีความปลอดภัยมากที่สุด” นายชินวรณ์ กล่าวรมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ได้เตรียมมาตรการรองรับการเปิดภาคเรียนโรงเรียนต่างๆ ไว้ 4 ด้าน คือ 1.เส้นทางไปกลับโรงเรียน มอบหมายให้แต่ละโรงเรียนไปจัดการว่านักเรียนมีเส้นทางการเดินทางอย่างไร 2.ความปลอดภัยในสถานศึกษา กำหนดให้มีเวรยามดูแลรักษาความปลอดภัยตลอดเวลา 3.ตั้งศูนย์เสมารักษ์ เพื่อเป็นศูนย์กลางให้นักเรียนและผู้ปกครองประสานงานกับเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคง และ 4.มาตรการเสริมการเรียนการสอน โดยจะมีการให้ความรู้นักเรียนถึงสถานการณ์บ้านเมืองเพื่อให้เตรียมรับมือ เช่น สถานการณ์วินาศกรรม
นางทยา ทีปสุวรรณ รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า การชุมนุมส่งผลกระทบต่อการเปิดภาคเรียนโรงเรียนสังกัด กทม. 7 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนสวนลุมพินี โรงเรียนปลูกจิต โรงเรียนวัดชัยมงคล โรงเรียนวัดหัวลำโพง โรงเรียนวัดปทุมวนาราม โรงเรียนวัดเทวราชกุญชร และโรงเรียนสวัสดีวิทยา ได้มอบหมายให้ผู้อำนวยการเขตและผู้อำนวยการโรงเรียนหารือร่วมกัน เพื่อส่งต่อนักเรียนไปยังโรงเรียนที่มีความพร้อมจะรับนักเรียนเข้าเรียนเป็นการชั่วคราวได้ ขณะที่โรงเรียนวัดปทุมวนารามจะต้องย้ายนักเรียนไปเรียนต่อที่โรงเรียนกรุงเทพการบัญชี เนื่องจากอยู่ในพื้นที่การชุมนุมโดยตรง ซึ่งจะนำเสนอต่อที่ประชุมกำหนดแผนบูรณาการมาตรการการช่วยเหลือนักเรียนในพื้นที่ชุมนุม ในวันที่ 7 พ.ค.นี้
ด้านนายถนอม อ่อนเกตุพล โฆษกกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวว่า กทม.จัดเจ้าหน้าที่เทศกิจ 721 นาย สนับสนุนการปฏิบัติงานด้านการจราจรร่วมกับตำรวจจำนวน 268 นาย จากสถานีตำรวจนครบาล 69 สถานี เพื่อดูแลความปลอดภัยและการจราจรบริเวณหน้าสถานศึกษาและบริเวณอื่นๆ จำนวนทั้งสิ้น 471 จุด ประกอบด้วย บริเวณหน้าโรงเรียน จำนวน 324 จุด และบริเวณอื่นๆ เช่น แหล่งชุมชน ปากซอย ตลาด ฯลฯ จำนวน 147 จุด วันจันทร์ศุกร์ ช่วงเช้าตั้งแต่เวลา 07.0009.00 น. และช่วงบ่ายตั้งแต่เวลา 15.3017.30 น.







