
ยิ่งลักษณ์-สุเทพ เจรจายื่นเงื่อนไขเส้นตาย 2 วัน
สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) แถลงว่า ได้พบกับ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ต่อหน้าผู้บัญชาการเหล่าทัพทุกเหล่าทัพ ทั้งกองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ ซึ่งการพบกันครั้งนี้ไม่ได้มีการเจรจาต่อรองใดๆ เพียงแต่มาบอกกับนายกฯ ว่าบัดนี้ประชาชนคนไทยทั้งประเทศได้ลุกขึ้นแสดงความเป็นเจ้าของประเทศไทยได้ประกาศตัวทวงคืนประเทศไทยจากระบอบทักษิณ และได้บอกกับนายกฯ ว่ารัฐบาลของนายกฯ หมดความชอบธรรมตั้งแต่วันที่ประกาศไม่ยอมรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งหมายความว่ารัฐบาลปฏิเสธที่จะปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญจึงเป็นรัฐบาลที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและหมดความชอบธรรมในการบริหารประเทศอีกต่อไป
สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) แถลงว่า ได้พบกับ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ต่อหน้าผู้บัญชาการเหล่าทัพทุกเหล่าทัพ ทั้งกองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ ซึ่งการพบกันครั้งนี้ไม่ได้มีการเจรจาต่อรองใดๆ เพียงแต่มาบอกกับนายกฯ ว่าบัดนี้ประชาชนคนไทยทั้งประเทศได้ลุกขึ้นแสดงความเป็นเจ้าของประเทศไทยได้ประกาศตัวทวงคืนประเทศไทยจากระบอบทักษิณ และได้บอกกับนายกฯ ว่ารัฐบาลของนายกฯ หมดความชอบธรรมตั้งแต่วันที่ประกาศไม่ยอมรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งหมายความว่ารัฐบาลปฏิเสธที่จะปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญจึงเป็นรัฐบาลที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและหมดความชอบธรรมในการบริหารประเทศอีกต่อไป
และผมได้บอกกับนายกฯ ว่าประชาชนมีความประสงค์จะใช้อำนาจอธิปไตยของประชาชนที่จะเป็นประชาธิปไตยทางตรงที่มีเจตนารมณ์แน่วแน่ว่าจะเข้ามาแก้ไขปัญหาด้วยตัวเอง และถ้านายกฯ ยอมฟังเสียงประชาชนและส่งมอบอำนาจโดยดี เราจะปฏิบัติต่อนายกฯ ด้วยความเป็นสุภาพชนเพราะพวกเราทั้งหลายล้วนเป็นพลเมืองดีทั้งสิ้น” สุเทพ กล่าว
สุเทพ กล่าวว่า ประชาชนไม่พึงพอใจที่จะให้มีการยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ และไม่พอใจแค่ยุบสภาหรือลาออก แต่ประสงค์ที่จะเข้ามาดำเนินการด้วยอำนาจของประชาชนเพื่อให้ประเทศไทยได้เปลี่ยนเป็นประเทศที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งเป็นการบอกกับนายกฯ และผู้นำเหล่าทัพอย่างซึ่งหน้าและชัดเจนที่สุด
“ผมได้บอกกับนายกฯ ต่อหน้าผู้บัญชาการเหล่าทัพว่ามวลมหาประชาชนลุกขึ้นกระทำการครั้งนี้เพื่อพิทักษ์รัฐธรรมนูญและประเทศ ไม่ใช่เพื่อพรรคการเมืองหรือกลุ่มบุคคลหนึ่งบุคคลใด ต่อไปนี้จะเป็นเรื่องของประชาชนจนกว่าประชาชนจะได้จัดตั้งสภาประชาชนและรัฐบาลของประชาชน เพื่อดำเนินการเปลี่ยนแปลงบ้านเมือง ปฏิรูปบ้านเมืองให้เรียบร้อยจากนั้นจะคืนอำนาจให้เป็นการตัดสินตามกระบวนการประชาธิปไตย ส่วนพรรคการเมืองใดจะลงเลือกตั้งก็ได้แต่จะต้องเป็นหลังจากเมื่อบ้านเมืองได้รับจัดการเรียบร้อยตามที่ผมได้บอกตามนี้” สุเทพ กล่าว
สุเทพ กล่าวอีกว่า ได้แจ้งให้นายกฯ ทราบว่าทางออกของประเทศมีอย่างเดียว คือ ให้ประชาชนเข้ามามีอำนาจในการจัดการประเทศตามเจตนารมณ์ของประชาชนโดยรวมที่ลุกขึ้นในคราวนี้ ไม่มีทางเลือกอื่นไม่มีข้อต่อรองใดๆ ทั้งสิ้น และสิ่งที่ประชาชนได้ดำเนินการมาและจะดำเนินการต่อไปจะต้องเสร็จสิ้นเรียบร้อยภายใน 2 วันนี้ โดยประชาชนจะเดินหน้าต่อไปจนกว่าจะมีอำนาจในการบริหารจัดการเต็มที่ตามประชาชนได้กำหนดเท่านั้น ซึ่งนายกฯไม่ได้ตอบข้อที่ตนเองได้กราบเรียนไปแต่อย่างใดทั้งสิ้น
“ผมถือว่าได้ตัวแทนของประชาชนบอกเจตนารมณ์ต่อนายกฯ แล้ว และบอกกับนายกฯ ว่าจะไม่มีการพบกันอีกจนกว่าชัยชนะจะเป็นของประชาชน ผมได้บอกว่ากับนายกฯ ว่ามวลมหาประชาชนกระทำการครั้งนี้จะยึดหลักสันติ สงบ ปราศจากอาวุธ จะใช้วิธีการอหิงสา ไม่ว่ารัฐบาลจะดำเนินการอย่างไรก็ตามและเราก็ไม่กลัวรัฐบาล ผมได้แจ้งให้คุณยิ่งลักษณ์ทราบว่าหากรัฐบาลใช้ความรุนแรงกับประชาชนแบบที่ทำกับนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง เราจะไม่ยอมและจะลุกฮือทั้งประเทศ และผมได้บอกว่าถ้าคิดจะจับกุมผมก็จะมีประชาชนอีกหลายสิบล้านลุกขึ้นมาทำแทนผมจนกว่าจะบรรลุผลตามเจตนารมณ์ของประชาชน” สุเทพ กล่าว
เลขาธิการ กปปส. กล่าวอีกว่า ให้นายกฯ ยิ่งลักษณ์ได้พึงตระหนักว่าประชาชนทั้งประเทศไม่อดทนอีกต่อไป ไม่มีเวลาให้รัฐบาลเจรจาด้วยประการใดๆ ทั้งสิ้น นี่ไม่ใช่เงื่อนไขหรือการต่อรอง แต่เป็นเจตนารมณ์ของคนไทยที่ไม่ยอมให้มีระบอบทักษิณอีกต่อไปแล้ว
“ที่ผมตัดสินใจไปพบกับคุณยิ่งลักษณ์เพราะเป็นพบกันต่อหน้าผู้บัญชาการเหล่าทัพทั้ง 3 เหล่าทัพ ไม่มีความลับแต่เป็นเรื่องที่จะบอกว่าประชาชนคิดอย่างไรเท่านั้นเอง ผมจะไม่ขอพูดถึงรายละเอียดของการพูดจาตอบโต้ แต่เรียนให้ประชาชนได้ทราบว่าผมในฐานะตัวแทนของประชาชนได้ประกาศจุดยืนของมวลมหาประชาชนต่อหน้าผู้บัญชาการเหล่าทัพอย่างตรงไปตรงมา” เลขาธิการ กปปส.กล่าว
“ในการพบกันคราวนี้เพราะผู้บัญชาการเหล่าทัพได้แสดงเจตนาชัดเจนแล้วว่ากองทัพยืนอยู่ข้างประเทศไทย ท่าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ได้พูดต่อหน้าผู้บัญชาการเหล่าทัพและนายกฯ ว่ากองทัพไม่ต้องการเห็นประชาชนบาดเจ็บล้มตายเพราะกองทัพยืนอยู่ข้างประเทศไทย” สุเทพ กล่าว







