
คาดทองขึ้นอีก600บาทอย่ารีบขาย
‘
กฤชรัตน์’มองตลาดโลกขึ้นแตะสูงสุดเก่า1,227เหรียญตามแรงซื้อจากกองทุนโพสต์ทูเดย์ — บิ๊กแม่ทองสุก คาดอีก3 เดือน เห็นทองโลกแตะไฮเก่า 1,227 เหรียญสหรัฐ ราคาในบ้านขยับอีก 600 บาท แตะ 18,550 บาท หลังกองทุนแห่ตุนทองลดเสี่ยง
นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการ บริษัท เอ็ม ที เอส โกลด์ ฟิวเจอร์ และกลุ่มบริษัท ห้างทองแม่ทองสุกเปิดเผยว่า ในช่วง 3 เดือนข้างหน้าราคาทองคำในตลาดโลกมีโอกาสขึ้นทดสอบระดับสูงสุด (ไฮ) เดิมที่ 1,227 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. 2552 ซึ่งอาจจะทำให้ราคาทองคำในประเทศเพิ่มขึ้นอีกประมาณบาทละ 800 บาท จากราคาขาย 17,750 บาทสำหรับทองคำแท่ง เมื่อวันที่ 28 เม.ย. ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาทองคำในประเทศปรับตัวขึ้นทุกวัน และล่าสุดวันจันทร์ที่ 3 พ.ค. ทองคำแท่งรับซื้อที่ 17,850 บาท ส่วนราคาขายอยู่ที่ 17,950 บาท ดังนั้นราคาทองยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นอีก 600 บาท แตะระดับ 18,550 บาทสำหรับราคาขายทองคำแท่ง
“
ในระยะสั้นหากราคาทองคำอ่อนตัวจะอยู่ที่ 1,150 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ส่วนระยะยาวอยู่ที่ 1,120 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์” นพ.กฤชรัตน์ กล่าวสาเหตุที่ราคาทองมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง เพราะกองทุนต่างๆ ทั่วโลกเริ่มหันมาถือครองทองคำมากขึ้น เนื่องจากเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัยและช่วยป้องกันความเสี่ยงได้ โดยเห็นได้จากกองทุนเอสพีดีอาร์ซึ่งเป็นกองทุนอีทีเอฟใหญ่สุดในโลกได้ทยอยซื้อทองคำแท่งเก็บไว้ตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมาและต่อเนื่องมาถึงต้นปีนี้ จนถือทองคำเพิ่มเป็น 1,146.8 ตัน ซึ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์
ที่ผ่านมากองทุนต่างๆ ถือทองคำเพียง 23% แต่ปัจจุบันได้หันมาลงทุนทองคำมากขึ้น หลังกองทุนเพื่อการเก็งกำไร (เฮดจ์ฟันด์) และกองทุนอีทีเอฟเข้ามาลงทุนมากขึ้น อีกทั้งนักวิเคราะห์ต่างมองว่าวิกฤตการเงินในยุโรปยังมีปัญหาทำให้นักลงทุนไม่มั่นใจในค่าเงินยูโรและหันมาถือครองทองคำมากขึ้น ประกอบกับจีนและอินเดียยังมีความต้องการทองคำจำนวนมาก เพราะเศรษฐกิจกำลังฟื้นตัวทำให้มีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น
สำหรับประเทศไทยในไตรมาสแรกปีนี้ ได้นำเข้าทองคำเกือบเท่ากับยอดนำเข้าของทั้งปี 2552 และแทบไม่มีการส่งออกเลย จากเดิมที่เคยส่งออกสูงถึง 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งแสดงว่าความต้องการในประเทศมีจำนวนมาก
นพ.กฤชรัตน์ กล่าวถึงภาพรวมการซื้อขายสัญญาล่วงหน้าที่อ้างอิงราคาทองคำ (โกลด์ฟิวเจอร์ส) ในไตรมาสแรกที่ผ่านมา ปริมาณการซื้อขายโดยรวมลดลงตามราคาทอง โดยลดลงถึง 40% หรืออยู่ที่วันละ 1,5002,000 สัญญา จากเดิมอยู่ที่วันละ 4,0005,000 สัญญา
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าราคาทองที่เพิ่มขึ้นน่าจะทำให้บรรยากาศการลงทุนโกลด์ฟิวเจอร์สคึกคักเช่นเดิม และหากเปิดซื้อขายมินิโกลด์ฟิวเจอร์สขนาด 10 บาททองคำภายในเดือน ส.ค. และการขยายเวลาซื้อขายจนถึงกลางคืนอาจจะทำให้บางวันซื้อขายถึง 1 หมื่นสัญญาได้







