
เร่งนายกฯลงนามประกาศปลดล็อกมาบตาพุด
โพสต์ทูเดย์
— “ไตรรงค์” รับปากเร่งนายกฯ ลงนาม ออกประกาศที่เกี่ยวข้องกับมาตรา 67 ให้แล้วเสร็จภายใน พ.ค.นี้ หวังปลดล็อก 14 โครงการค้างคานายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการตรวจเยี่ยมศูนย์บริการและคณะทำงานกลาง เพื่อให้ข้อมูลและคำปรึกษาภาคอุตสาหกรรมเพื่อดำเนินการตามมาตรา 67 วรรค 2 ว่า จะเร่งรัดให้กระบวนการทางกฎหมายที่เหลืออยู่ 3 ส่วน ได้แก่ การประกาศบัญชีรายชื่อประเภทกิจการที่อาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน ตั้งคณะกรรมการวินิจฉัย และองค์การอิสระให้แล้วเสร็จภายในเดือน พ.ค.นี้ โดยจะเร่งให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ลงนามเพื่อให้มีผลบังคับใช้เร็วที่สุด
ทั้งนี้ เนื่องจากยังเหลือโครงการอีก 14 โครงการ จากทั้งหมด 76 โครงการ ที่ยังอยู่ระหว่างการหาช่องทางช่วยเหลือ ซึ่งต้องรอความชัดเจนทางกฎหมายก่อนถึงจะดำเนินการได้ จึงเชื่อว่าหากข้อกฎหมายทั้ง 3 ส่วนสามารถสรุปได้ ก็จะมีแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนสำหรับโครงการที่เหลือ
“
การเร่งปฏิบัติตามแนวทางมาตรา 67 วรรค 2 ขณะนี้ยังมีประกาศ 3 ส่วนที่ยังไม่เรียบร้อย คือ บัญชีกิจการรุนแรง คณะกรรมการวินิจฉัยประเภทกิจการรุนแรง และองค์การอิสระชั่วคราว ซึ่งทั้ง 3 ส่วนต้องมีความชัดเจนภายในเดือนพฤษภาคม โดยตนจะเร่งให้นายกรัฐมนตรีลงนามให้ประกาศต่างๆมีผลบังคับใช้โดยเร็ว”นายไตรรงค์ กล่าวสำหรับสถานการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นในขณะนี้ส่งผลกระทบต่อการลงทุนค่อนข้างน้อย และยังไม่มีสัญญาณบ่งชี้ว่านักลงทุนจะถอนการลงทุนออกไป เพราะนักธุรกิจส่วนใหญ่เข้าใจว่าเป็นกิจกรรมเรียกร้องทางประชาธิปไตย แต่ถ้าเกิดยืดเยื้อยาวนานจะกระทบความเชื่อมั่นและการตัดสินใจลงทุน ส่วนปัญหามาบตาพุดนั้น เมื่อมีข้อสรุปทั้งหมดแล้วก็ต้องสร้างความเชื่อมั่นและความชัดเจนต่อนักลงทุนเพิ่มเติม
นายสรยุทธ เพ็ชรตระกูล ผู้ช่วย รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า ล่าสุดมีโครงการที่มีโอกาสขอยกเว้นจากคำสั่งชะลอโครงการจำนวน 46 โครงการ แบ่งเป็น โครงการที่เข้าข่ายการดำเนินการต่อไปได้ 20 โครงการ โครงการที่ศูนย์จะดำเนินการให้คำปรึกษาต่อไป 8 โครงการ และโครงการที่เอกชนยื่นอุทธรณ์เพื่อขอยกเว้นการคุ้มครองชั่วคราวจากศาล 16 โครงการ ส่งผลให้ขณะนี้มีโครงการเหลือติดค้างอยู่ 14 โครงการ
นายอภิสิทธิ์ยังได้มอบหมายให้กระทรวงเศรษฐกิจไปกำหนดมาตรการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง โดยคาดว่าภายในสัปดาห์นี้จะประกาศแนวทางการช่วยเหลือเป็นโรดแมปออกมาได้







