
มหันตภัยร้ายโถมทำลายอย่างบ้าคลั่ง
ทุกๆ ปี ไฟป่าขนาดใหญ่จะเกิดการลุกไหม้ใกล้กับกรุงเมลเบิร์นในรัฐวิกตอเรียของออสเตรเลีย
อยู่ดีๆ ก็ลุกติดไฟ
ทุกๆ ปี ไฟป่าขนาดใหญ่จะเกิดการลุกไหม้ใกล้กับกรุงเมลเบิร์นในรัฐวิกตอเรียของออสเตรเลีย ซึ่งเมลเบิร์นรับมือกับไฟป่าด้วยน้ำทะเลจากอ่าว เพราะเข้าถึงได้ง่าย ทว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้
วันที่ 7 ก.พ. 2009 เปลวไฟเข้ามาใกล้เขตชานเมืองก่อนที่จะถูกสกัดกั้นเอาไว้ได้ เหตุการณ์ “วันศุกร์ทมิฬ” (Black Saturday) นับเป็นเหตุการณ์ไฟป่าที่รุนแรงที่สุดของออสเตรเลีย มีผู้เสียชีวิตถึง 173 คน และบาดเจ็บสาหัสอีกกว่า 400 คน เปลวเพลิงเกิดขึ้นหลังมีการตรวจพบคลื่นความร้อนในวันที่มีอุณหภูมิประมาณ 45 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 3 วันติดต่อกัน
สภาพพื้นที่รอบๆ กรุงเมลเบิร์นเต็มไปด้วยทุ่งหญ้าและป่ายูคาลิปตัส ในช่วงฤดูหนาวจนถึงฤดูใบไม้ผลิพืชเหล่านี้จะเจริญเติบโตที่อัตราเร็วสูงสุดก่อนที่จะผลัดใบกลายเป็นไม้แห้งๆ ในฤดูร้อน ในขณะเดียวกันเปลือกของต้นยูคาลิปตัสก็เต็มอิ่มไปด้วยน้ำมันที่เป็นเชื้อไฟชั้นดี การปะทุของเนื้อไม้ทำให้เปลือกร้อนๆ รอบลำต้นกระเด็นออกไปทำให้เพลิงไหม้ขยายเป็นวงกว้างมากกว่าเดิม
กรุงมะนิลาอยู่ใจกลางรอยต่อเปลือกโลก
รอยแยกย้อน (Reverse fault) คือหลักฐานที่ทำให้ทราบว่าหมู่เกาะฟิลิปปินส์เกิดมาจากแผ่นเปลือกโลกที่กำลังมุดตัวเข้าหากัน เปลือกโลกแผ่นหนึ่งเคลื่อนขึ้นด้านบน ในขณะเดียวกันก็ออกแรงกดให้อีกแผ่นมุดตัวลงไปด้านล่าง บริเวณเช่นนี้มักทำให้เกิดคลื่นยักษ์สึนามิอยู่บ่อยครั้ง เนื่องจากการเคลื่อนที่ในแนวดิ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเกิดคลื่น
ข้อมูลจากนักธรณีฟิสิกส์ แสดงให้เห็นว่า หากเกิดคลื่นยักษ์สึนามิขึ้น มันจะเคลื่อนตัวมายังกรุงมะนิลาได้ในเวลาเพียงไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง ส่งผลให้ระดับน้ำสูงขึ้นถึง 4 เมตร ซึ่งประมาณครึ่งหนึ่งของพื้นที่ทั้งหมดของกรุงมะนิลาอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลปกติไม่ถึง 4 เมตร เมื่อใดก็ตามที่สึนามิพัดขึ้นฝั่งก็มิอาจมีสิ่งใดขวางกั้นภัยพิบัติที่เกิดขึ้น ด้วยระยะทางเพียงแค่ 150 กิโลเมตร จากศูนย์กลางการเกิดแผ่นดินไหว ทำให้เราคาดการณ์ถึงความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นเป็นบริเวณกว้างได้ไม่ยาก และแรงสั่นสะเทือนอาจเดินทางมาถึงในเวลาเพียงแค่ 3045 วินาที
หลุมยุบนครกัวเตมาลา
ในวันที่ 29 พ.ย. 2010 จู่ๆ แผ่นดินก็ยุบลงไปเป็นบริเวณกว้างกลืนกินตึกแถวสามชั้นแห่งหนึ่งในนครกัวเตมาลาไปเกือบทั้งแถบ โชคดีที่มีผู้เสียชีวิตเพียงแค่รายเดียว ผลที่ตามมาก็คือ หลุมขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 18 เมตร ซึ่งลึกกว่า 30 เมตร นักธรณีวิทยาเรียกมันว่า “หลุมยุบ” เหตุการณ์ในครั้งนั้นเกิดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 ภายในระยะเวลาไม่กี่ปี และก็มีทีท่าว่าอาจไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่เหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้น เหตุผลทางธรณีวิทยาและอุตุนิยมวิทยาชี้ชัดว่า นครกัวเตมาลาตั้งอยู่บนชัยภูมิที่ไม่สู้ดีนัก
โดยปกติแล้วหลุมยุบมักเกิดจากการที่พื้นดินซึ่งมีปูนขาวในปริมาณสูงถูกชะด้วยน้ำใต้ดินที่มีค่าพีเอชต่ำ แต่ในกรณีของนครกัวเตมาลากลับมีอะไรที่ซับซ้อนกว่านั้น เมืองทั้งเมืองตั้งอยู่บนชั้นปูนขาวที่ถูกปูทับด้วยเถ้าถ่านและเศษแร่ ในทางธรณีวิทยา ชั้นเถ้าถ่านนี้ยังถือว่ามีอายุไม่มากนักและมีลักษณะคล้ายทราย ทั้งเบา มีรูพรุน แถมยังมีฟองอากาศแทรกตัวอยู่ตามช่องว่างอีกด้วย น้ำที่ไหลผ่านจึงสามารถชะล้างองค์ประกอบที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟเหล่านี้ได้อย่างง่ายดาย







