
โบกมือลาดาวหางไอซอน
ดาวหางไอซอนผ่านจุดใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุดไปแล้วเมื่อช่วงก่อนเช้ามืดวันศุกร์ที่ 29 พ.ย. 2556
โดย...วรเชษฐ์ บุญปลอด
ดาวหางไอซอนผ่านจุดใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุดไปแล้วเมื่อช่วงก่อนเช้ามืดวันศุกร์ที่ 29 พ.ย. 2556 โดยถูกแรงโน้มถ่วงและความร้อนสูงของดวงอาทิตย์ฉีกออก มองเห็นซากของดาวหางกลับออกมา ค่อนข้างแน่นอนว่าไอซอนแตกสลายในช่วงก่อนจะผ่านใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุด ซึ่งไม่น่าแปลกใจ เพราะได้มีการคาดหมายว่าอาจเกิดเหตุการณ์เช่นนี้มาตั้งแต่ต้นปี 2556
ดาวหางไอซอนถูกค้นพบเมื่อวันที่ 21 ก.ย. 2555 โดยนักดาราศาสตร์สมัครเล่น 2 คน จากเบลารุสและรัสเซีย ที่หอดูดาวในรัสเซีย ซึ่งอยู่ภายใต้เครือข่ายไอซอน (ISON ย่อมาจาก International Scientific Optical Network) อันเป็นที่มาของชื่อดาวหาง ชื่ออย่างเป็นทางการคือ ซี/2012 เอส 1 (C/2012 S1) ซึ่งบอกถึงปีคริสต์ศักราชที่ค้นพบ และลำดับการค้นพบในปีนั้น
ต้นปีถึงกลางเดือน พ.ย. 2556 ดาวหางไอซอนมีความสว่างเพิ่มขึ้นช้ากว่าที่คาดไว้ ทำให้นักดาราศาสตร์บางส่วนเชื่อว่ามีความเป็นไปได้สูงที่ไอซอนอาจแตกก่อนเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุด เช่นเดียวกับเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นกับดาวหางขนาดเล็กบางดวง
วันที่ 14 พ.ย. 2556 ดาวหางไอซอนมีความสว่างเพิ่มขึ้นเกือบฉับพลัน แตะระดับใกล้เคียงความสว่างของดาวจางที่สุดที่ดวงตาของเราจะเห็นได้ภายใต้ท้องฟ้าที่มืดสนิทในเวลากลางคืน แต่ยังไม่สว่างพอที่จะเห็นได้ง่ายสำหรับคนทั่วไป
ไอซอนมีความสว่างเพิ่มขึ้นอีกหลังจากนั้น แต่สังเกตได้ยากขึ้น เนื่องจากดาวหางมีตำแหน่งต่ำลงเข้าใกล้ขอบฟ้ามากขึ้นทุกวัน และมีช่วงเวลาที่สังเกตได้ไม่นานก่อนท้องฟ้าสว่าง อีกทั้งช่วงนั้นหลายพื้นที่ในประเทศไทยมีเมฆมาก ทำให้ส่วนใหญ่พลาดโอกาสที่จะสังเกตดาวหางไอซอน ภาพถ่ายที่รับแสงเป็นเวลานาน เห็นหางของดาวหางไอซอนยืดยาวออกไปชัดเจน ต่างจากการมองด้วยตาเปล่า หรือมองผ่านกล้อง
ผลการวัดความสว่างของดาวหางไอซอนในช่วงวันที่ 2024 พ.ย. พบว่าความสว่างเกือบไม่เปลี่ยนแปลง ทำให้นักดาราศาสตร์บางส่วนสันนิษฐานว่านิวเคลียสของไอซอนอาจแตกไปแล้ว
วันที่ 26 พ.ย. นาซาให้ข้อมูลว่าขณะใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุด ดาวหางไอซอนอยู่ห่างผิวดวงอาทิตย์ 1.17 ล้านกิโลเมตร จุดนั้นมีอุณหภูมิสูงถึง 2,700 องศาเซลเซียส มีโอกาสร้อยละ 30 ที่ดาวหางจะรอดพ้นจากความโน้มถ่วงและความร้อนสูงจากดวงอาทิตย์ โดยไม่แตกสลาย
นาซาคาดว่าหากดาวหางไอซอนแตก ช่วงสัปดาห์แรกถึงสัปดาห์ที่ 2 ของเดือน ธ.ค. 2556 มีโอกาสที่เราจะเห็นดาวหางไอซอนคล้ายดาวหางเลิฟจอยดวงที่มาปรากฏเมื่อปี 2554 (C/2011 W3) โดยไอซอนจะอยู่บนท้องฟ้าเวลาเช้ามืดและหัวค่ำ เมื่อสังเกตจากละติจูดสูงของซีกโลกเหนือ (สำหรับประเทศไทยเห็นเฉพาะในเวลาเช้ามืด)
กล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลไม่สามารถถ่ายดาวหางได้ในช่วงนี้ เนื่องจากแสงสว่างจ้าของดวงอาทิตย์ จะกลับมาถ่ายได้อีกครั้งในกลางเดือน ธ.ค. 2556 นักดาราศาสตร์ระบุว่าดาวหางไอซอนมีพฤติกรรมที่แปลก คาดการณ์ได้ยาก เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่เข้าใกล้ดวงอาทิตย์
ช่วงที่ดาวหางเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุดไม่สามารถเห็นได้จากโลก แต่เราสามารถติดตามการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับดาวหางไอซอนได้โดยดูจากภาพที่ส่งมาจากยานอวกาศ โดยเฉพาะยานอวกาศที่เฝ้าดูดวงอาทิตย์ วันที่ 27 พ.ย. 2556 ดาวหางไอซอนเริ่มเข้ามาปรากฏในขอบเขตภาพของกล้องถ่ายภาพบนยานโซโฮ มีความสว่างเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างไรก็ตาม จนถึงเวลานั้น นักดาราศาสตร์ก็ยังไม่มั่นใจว่าไอซอนจะเป็นอย่างไรหลังจากผ่านจุดใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุด
เมื่อดาวหางไอซอนเข้าใกล้ดวงอาทิตย์มากขึ้น ความสว่างกลับลดลง และมีลักษณะที่เหมือนถูกทำลายเป็นผุยผง ดาวหางไม่ปรากฏในภาพถ่ายของยานเอสดีโอ ซึ่งเป็นกล้องที่มีความละเอียดสูงมากพอจะถ่ายดาวหางที่เฉียดใกล้ดวงอาทิตย์ได้ หลังจากนั้นสิ่งที่น่าจะเป็นซากของดาวหางโผล่ออกมาอีกด้านหนึ่ง ตรงตำแหน่งใกล้เคียงกับจุดที่ดาวหางไอซอนควรจะอยู่
เมื่อซากของดาวหางไอซอนเคลื่อนห่างจากดวงอาทิตย์ในสัปดาห์นี้ ซากดังกล่าวจะอยู่บนท้องฟ้าทิศตะวันออกในเวลาเช้ามืด คาดว่าน่าจะจางลงมากจนไม่สามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่หากมีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ ผู้สนใจสามารถติดตามความเคลื่อนไหวล่าสุดได้ที่เว็บไซต์สมาคมดาราศาสตร์ไทย thaiastro.nectec.or.th
ไม่ว่าบทสรุปของดาวหางไอซอนจะเป็นอย่างไร ทำให้คนสมหวังหรือผิดหวัง การมาเยือนของดาวหางดวงนี้ก็ทำให้เราได้เรียนรู้เกี่ยวกับธรรมชาติของดาวหาง ซึ่งเป็นวัตถุที่กำเนิดมาตั้งแต่ระบบสุริยะเริ่มก่อตัวเมื่อหลายพันล้านปีก่อน ข้อมูลที่ได้จากการสังเกตดาวหางไอซอนเป็นบทเรียนจากธรรมชาติที่อาจช่วยให้การคาดหมายอนาคตของดาวหางดวงอื่นทำได้ดียิ่งขึ้น
ปรากฏการณ์ท้องฟ้า (1–8 ธ.ค.)
ดาวศุกร์อยู่ในกลุ่มดาวคนยิงธนู เห็นเป็นดาวสว่างเด่นบนท้องฟ้าเวลาหัวค่ำทางทิศตะวันตก โดยเริ่มสังเกตเห็นดาวศุกร์ได้ตั้งแต่ท้องฟ้ายังไม่มืดสนิท ดาวศุกร์จะเคลื่อนต่ำลงเรื่อยๆ จนตกลับขอบฟ้าก่อน 3 ทุ่มเล็กน้อย ดาวพฤหัสบดีอยู่ในกลุ่มดาวคนคู่ เริ่มเห็นอยู่เหนือขอบฟ้าทิศตะวันออกที่มุมเงย 10 องศา ตั้งแต่เวลา 3 ทุ่ม จากนั้นจะเคลื่อนสูงขึ้นไปอยู่กลางฟ้าในเวลาตี 3 ก่อนคล้อยต่ำลงไปอยู่ทางทิศตะวันตกในเวลาเช้ามืด
ดาวอังคารอยู่ในกลุ่มดาวหญิงสาว เริ่มเห็นราวตี 2 จากนั้นขึ้นไปอยู่ที่มุมเงย 60 องศา ในเวลาเช้ามืด ดาวเสาร์อยู่ในกลุ่มดาวคันชั่ง ขึ้นมาเหนือขอบฟ้าขอบฟ้าทิศตะวันออกในช่วงที่ท้องฟ้าเริ่มสว่าง ส่วนดาวพุธเคลื่อนต่ำลงจนเริ่มสังเกตได้ยาก
ต้นสัปดาห์เป็นปลายข้างแรม จันทร์เสี้ยวบางๆ อยู่ใกล้ขอบฟ้าทิศตะวันออกในเวลาเช้ามืด วันที่ 2 ธ.ค. ดวงจันทร์อยู่ทางขวามือ เยื้องไปทางด้านล่างของดาวพุธ ห่างกันเพียง 1 องศา อาจจำเป็นต้องใช้กล้องสองตาช่วยส่องดู จันทร์ดับในวันที่ 3 ธ.ค. จากนั้นดวงจันทร์ย้ายไปอยู่บนท้องฟ้าเวลาหัวค่ำทางทิศตะวันตก วันที่ 5 ธ.ค. จันทร์เสี้ยวอยู่ใกล้ดาวศุกร์ที่ระยะ 10 องศา ดวงจันทร์มีส่วนสว่างเพิ่มขึ้นจนสว่างครึ่งดวงในต้นสัปดาห์หน้า
วันพุธที่ 4 ธ.ค. สถานีอวกาศนานาชาติจะผ่านเหนือท้องฟ้าประเทศไทยในเวลาเช้ามืดและหัวค่ำ เห็นเป็นดาวสว่างเคลื่อนที่บนท้องฟ้า เวลาเช้ามืด กรุงเทพฯ และบริเวณใกล้เคียงเริ่มเห็นสถานีอวกาศเวลา 05.31 น. ขณะออกจากเงามืดของโลกทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ จากนั้นเคลื่อนสูงขึ้นไปทางขวา อยู่สูงสุดทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือในเวลา 05.34 น. ที่มุมเงย 50 องศา แล้วไปสิ้นสุดใกล้ขอบฟ้าทิศตะวันออกเฉียงใต้ในเวลา 05.37 น.
เวลาหัวค่ำ เริ่มเห็นสถานีอวกาศเวลา 18.48 น. ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ จากนั้นเคลื่อนสูงขึ้นไปทางซ้าย อยู่สูงสุดทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ในเวลา 18.52 น. ที่มุมเงย 50 องศา หลังจากนั้นราว 1 นาที สถานีอวกาศจะเข้าสู่เงามืดของโลกทางทิศตะวันออก (เวลาอาจคลาดเคลื่อนได้เล็กน้อย เนื่องจากจะมีการปรับวงโคจรของสถานีอวกาศในช่วงดังกล่าว)







