posttoday
พระควรชี้ทางออก

พระควรชี้ทางออก

01 ธันวาคม 2556

การมาร่วมชุมนุมกับกลุ่มชุมนุมทางการเมืองฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง บอกเลยว่า มิใช่กิจของพระ

การมาร่วมชุมนุมกับกลุ่มชุมนุมทางการเมืองฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง บอกเลยว่า มิใช่กิจของพระ มิใช่หน้าที่ของพระ ถ้าพระรูปไหนร่วม ถือว่าประพฤติไม่เหมาะสมและน่าติเตียน

หากย้อนไปการชุมนุมทางการเมืองเมื่อปี 2553 ของกลุ่มคนเสื้อแดง หรือ นปช. จะมีพระมาร่วมชุมนุมอย่างเปิดเผยหลายรูป และแสดงออกในลักษณะเป็นผู้ร่วมชุมนุมเยี่ยงชาวบ้าน หากหันมาในฟากการชุมนุมขับไล่รัฐบาล ณ เวลานี้ ที่เห็นก็มี ท่านพุทธะอิสระ แห่งวัดอ้อน้อย จ.นครปฐม แต่บทบาทของท่านค่อนไปทาง “ผู้นำการชุมนุม”

ถามว่า การเข้าร่วมชุมนุมทางการเมืองของพระสงฆ์ผิดไหม?

อยากให้ดูคำสั่งมหาเถรสมาคม เรื่อง ห้ามพระภิกษุสามเณรเกี่ยวข้องกับการเมือง พ.ศ. 2538 ซึ่งสั่งโดย สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ ประธานกรรมการมหาเถรสมาคม เมื่อวันที่ 2 ม.ค. ขอยกมาข้อ 410 ดังนี้

ข้อ 4 ห้ามพระภิกษุสามเณรเข้าไปในที่ชุมนุม หรือในบริเวณสภาเทศบาล หรือสภาการเมืองอื่นใด หรือในที่ชุมนุมทางการเมือง ไม่ว่ากรณีใดๆ ข้อ 5 ห้ามพระภิกษุสามเณรทำการใดๆ อันเป็นการสนับสนุนช่วยเหลือโดยตรงหรือโดยอ้อมแก่การหาเสียง เพื่อการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสภาเทศบาล หรือสภาการเมืองอื่นใดแก่บุคคลหรือคณะบุคคลใดๆ

ข้อ 6 ห้ามพระภิกษุสามเณรร่วมชุมนุมในการเรียกร้องสิทธิของบุคคลหรือคณะบุคคลใดๆ ข้อ 7 ห้ามพระภิกษุสามเณรร่วมอภิปราย หรือบรรยายเรื่องเกี่ยวกับการเมือง ซึ่งจัดตั้งขึ้นทั้งในวัดและนอกวัด ข้อ 8 ให้พระสังฆาธิการตั้งแต่ชั้นเจ้าอาวาสขึ้นไป ผู้มีอำนาจหน้าที่ในทางปกครองชี้แจงแนะนำผู้อยู่ในปกครองของตนให้ทราบคำสั่งมหาเถรสมาคมนี้ และกวดขันอย่าให้มีการฝ่าฝืนละเมิด

ข้อ 9 พระภิกษุสามเณรรูปใดฝ่าฝืนละเมิดคำสั่งมหาเถรสมาคมนี้ ให้พระสังฆาธิการผู้ปกครองใกล้ชิดดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของตน ถ้าความผิดเกิดขึ้นนอกเขตสังกัด ให้เจ้าคณะเจ้าของเขตที่ความผิดเกิดขึ้นว่ากล่าวตักเตือนแล้วแจ้งให้พระสังฆาธิการผู้ปกครองใกล้ชิดดำเนินการ ข้อ 10 ให้พระสังฆาธิการผู้มีอำนาจหน้าที่ในทางปกครองทุกชั้นปฏิบัติการให้เป็นไปตามคำสั่งมหาเถรสมาคมนี้โดยเคร่งครัด

สรุป การชุมนุมเรียกร้องทางการเมืองจึงเป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับพระภิกษุสามเณร!

ผมขอเล่าเรื่องพระเจ้าวิฑูฑภะฆ่าพวกเจ้าศากยะให้ฟัง เพื่อต้องการให้เห็นบทบาทของพระพุทธเจ้าในความพยายามที่จะป้องกันไม่ให้เกิดการเข่นฆ่า การนองเลือด การทำร้ายประหัตประหารกันของเหล่าพระญาติ ว่าทรงทำอย่างไร

สำหรับพระเจ้าวิฑูฑภะนั้นเป็นโอรสของพระเจ้าปเสนทิโกศล (ผู้ครองแคว้นโกศล) กับหญิงสาวใช้ของพระเจ้ามหานามะแห่งศากยวงศ์

โดยที่มาของเรื่องที่พระราชาแห่งแคว้นโกศลได้สาวใช้เป็นมเหสีนั้น เกิดจากพระองค์อยากเป็นญาติกับพระพุทธเจ้า จึงส่งทูตไปขอมเหสีจากเจ้าศากยะ แต่เนื่องจากเจ้าศากยะพยายามรักษาชาติพันธุ์ของตนไว้ และไม่นิยมไปแต่งงานกับชาติพันธุ์อื่น จึงส่งทาสีของพระเจ้ามหานามะคนหนึ่งอุปโลกน์ให้เป็นศากยธิดาส่งไปถวายตัวจนต่อมามีพระโอรสด้วยกันชื่อวิฑูฑภะ

ขอรวบรัดว่าที่พระเจ้าวิฑูฑภะต้องฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เจ้าศากยะ เพราะเคียดแค้นที่เจ้าศากยะโกหกถากถางพระองค์ว่าเป็นลูกทาสี จากคราวหนึ่งที่พระองค์พร้อมทหารไปเยี่ยมญาติฝ่ายพระมารดา ก่อนเสด็จกลับมีทหารหนึ่งนายลืมอาวุธจึงกลับไปเอาแล้วไปยินทาสีพูดกันว่า พวกเราต้องลำบากด้วยการนำน้ำนมมาล้างตั่งที่ลูกของทาสีมันนั่ง (การใช้น้ำนมล้างถือเป็นวิธีการกำจัดเสนียดจัญไรและอัปมงคลของเจ้าศากยะ) แล้วทหารนั้นก็ไปทูล ทำให้พระเจ้าวิฑูฑภะแค้นถึงขนาดนำกำลังทหารเพื่อไปสังหารเจ้าศากยะถึง 3 ครั้ง แต่ทุกครั้งเจอพระพุทธเจ้าปรากฏพระองค์อยู่แถวนั้นจึงไม่กล้าลงมือ

ซึ่งนี่คือหนึ่งความพยายามของพระพุทธเจ้าที่ทรงทำด้วยหวังที่จะไม่ให้เกิดการเข่นฆ่าทำลายล้างชีวิต และยิ่งตอนที่พระญาติทะเลาะเพราะแก่งแย่งน้ำกันก็ยิ่งชัด พระองค์ได้เสด็จไปเทศน์ให้สติจนพระญาติทั้งสองฝ่ายที่ตั้งท่าจะห้ำหั่นรอมร่อต้องหันหน้ามาคุยกัน

ดังนั้น หน้าที่ของพระสงฆ์จริงๆ ควรต้องทำอย่างนี้แบบพระพุทธเจ้า คือ พยายามหาวิธีชักไฟออกและไม่เติมเชื้อไฟเข้าไป เพราะถ้าเติมเชื้อก็จะยิ่งก่อให้เกิดความโกรธ ความเกลียดชัง ซึ่งอาจนำไปสู่การใช้กำลังประหัตประหารกันได้

ณ เวลานี้บอกตรงๆ อยากเห็นพระผู้มีวิสารทะในธรรมสักรูปหนึ่ง หรือไม่ก็บุคคลที่ประชาชนคนให้ความเคารพยอมรับนับถือออกมาให้สติคนไทยบ้าง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท