
นายกฯเสนอเลือกตั้งใหม่14พ.ย.
อภิสิทธิ์ยื่นข้อเสนอจัดเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 14 พ.ย. หากทุกฝ่ายร่วมดำเนินการตามแผนปรองดองแห่งชาติ 5 ข้อ เผยข้อเสนออาจไม่เป็นที่พอใจของเสื้อแดง แต่เป็นจุดเริ่มต้นที่นำไปสู่การแก้ปัญหา
อภิสิทธิ์ยื่นข้อเสนอจัดเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 14 พ.ย. หากทุกฝ่ายร่วมดำเนินการตามแผนปรองดองแห่งชาติ 5 ข้อ เผยข้อเสนออาจไม่เป็นที่พอใจของเสื้อแดง แต่เป็นจุดเริ่มต้นที่นำไปสู่การแก้ปัญหา
เมื่อเวลา21.00น.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้แถลงผ่านโทรทัศน์รวมการณ์เฉพาะกิจว่า ความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้นมีหลายสาเหตุ เป็นการสะสมของปัญหามาหลายปี บางเรื่องเป็นการเมืองโดยตรง บางเรื่องเป็นปัญหาเศรษฐกิจสังคม กฎหมาย การสะสมมาทำให้เกิดความแตกแยกร้าวลึก
สิ่งที่รัฐบาลจะเสนอคือ การสร้างกระบวนการปรองดองขึ้นมา หลังจากที่ได้ฟังจากหลายๆส่วน โดยกระบวนการปรองดองประกอบไปด้วย 5 องค์ประกอบ หากประชาชนทุกฝ่ายให้ความร่วมมือก็จะทำให้ประเทศกลับสู่ความสงบสุขได้ และรัฐบาลพร้อมที่จะจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 14 พ.ย.2553 แต่หากบ้านเมืองยังไม่สงบ รัฐบาลก็จะยืนยันที่จะดำเนินการตาม 5 องค์ประกอบนี้ต่อไปและการเลือกตั้งก็อาจจำเป็นต้องเลื่อนออกไป
สำหรับองค์ประกอบกระบวนการปรองดอง 5 ข้อประกอบด้วย
1. ที่ผ่านมามีคนจำนวนหนึ่งทำให้สถาบันพระมหากษัตริย์เข้าสู่ความขัดแย้งทางการเมือง การจะทำให้สังคมไทยเป็นปกติสุขได้ต้องช่วยกันไม่ให้มีการนำสถาบันเข้ามาสู่ความขัดแย้ง โดยทุกฝ่ายต้องมาร่วมกันทำงานเพื่อเชิดชูเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ให้ทุกฝ่ายมาช่วยกันทำความเข้าใจที่ถูกต้อง ดูแลไม่ให้มีสื่อใดจาบจ้วงละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์
2. ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นมีรากฐานมาจากความไม่เป็นธรรมในสังคม ในระบบเศรษฐกิจ ประชาชนได้สัมผัสถึงความไม่เป็นธรรมเหล่านั้น โดยหลายคนที่มาชุมนุมมีความรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ไม่ได้รับโอกาส ถูกรังแกจากผู้ที่มีอำนาจ ถ้าปล่อยให้เกิดความรู้สึกอย่างนี้ จะทำให้เกิดเงื่อนไขความขัดแย้ง สิ่งที่ต้องทำคือไม่ปล่อยให้การแก้ไขเหมือนกับในอดีตที่แต่ละรัฐบาลต่างก็มีวิธีแก้ไขเองตามยุคตามสมัย
วันนี้ถึงเวลาแล้วที่ประชาชนทุกคนต้องได้รับการดูแลที่เท่าเทียมกันทั้งหมดทั้งด้านการศึกษา รายได้ และคุณภาพชีวิต รวมไปถึงคนที่ไม่มีที่ทำกิน มีหนี้สินท่วมตัว จะต้องได้รับการดูแลอย่างเป็นระบบ รวมไปถึงผู้ที่มีความเดือดร้อนเป็นพิเศษต้องได้รับการดูแลอย่างเป็นระบบ กระบวนการปรองดอกจะดึงทุกภาคส่วนเข้ามาแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรมทั้งระบบ มีเป้าหมายยกระดับรายได้ประชาชน ที่สามารถประเมินผลได้ และเป็นเรื่องที่กำหนดให้ทุกรัฐบาลต่อจากนี้ต้องเข้ามาดำเนินการ
3. การปรองดองต้องมีการใช้สื่ออย่างสร้างสรรค์ โดยสื่อต้องไม่เสนอข้อมูลข่าวสารที่มุ่งความขัดแย้ง สร้างความเกลียดชัง ถ้าหากทำให้การดูแลสื่อสารมวลชนโดยไม่มีการละเมิดสิทธิ มีการใช้สื่ออย่างสร้างสรรค์ก็จะทำให้เกิดความปรองดองสงบสุขอย่างรวดเร็ว
4. ตั้งแต่มีการชุมนุมได้เกิดเหตุการณ์ที่มีความสูญเสีย นำไปสู่ความคลางแคลงใจที่อาจนำไปสู่ความแตกแยกรุนแรงมากขึ้น และแม้เหตุการณ์ที่ไม่มีการสูญเสีย เช่นที่ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ก็สร้างความสะเทือนใจให้ประชาชนจำนวนมาก ดังนั้นทุกเหตุการณ์ต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยให้มีคณะกรรมการอิสระเข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อให้คำตอบกับสังคม
5. การที่จะมีกติกาทางการเมืองที่เป็นที่ยอมรับกันของทุกฝ่าย โดยต้องมีการนำข้อขัดแย้งต่างๆมาวางเพื่อให้มีการระดมความเห็นจากทุกฝ่ายให้เกิดความเป็นธรรม ครอบคลุมตั้งแต่ประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไปถึงความผิดในการชุมนุมในช่วงที่มีการประกาศใช้กฎหมายความมั่นคง
นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า กระบวนการนี้ไม่อาจบรรลุเป้าหมายได้หากไม่ได้รับความร่วมมือจากประชาชนทุกกลุ่มทุกฝ่าย เพื่อให้ รัฐบาล รัฐสภา องค์กรภาคประชาชนสามารถทำงานได้เต็มที่ ดังนั้นหากไม่มีการเคลื่อนไหวในลักษณะปั่นป่วนก็เชื่อว่าจะทำให้เกิดความปกติในระยะเวลาไม่นาน และเมื่อถึงตอนนั้น รัฐบาลก็พร้อมจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่
"อยากฝากถึงประชาชนผู้ชุมนุมกลุ่มเสื้อแดงว่า ข้อเสนอนี้อาจไม่เป็นที่พอใจ แต่เป็นจุดเริ่มต้นที่นำไปสู่การแก้ปัญหา ดังนั้นทุกฝ่ายต้องพร้อมที่จะถอย พร้อมที่จะเสียสละ ข้อเสนอในวันนี้เป็นทางออกของประเทศ ซึ่งรัฐบาลหวังว่าข้อเสนอนี้จะได้รับการตอบรับจากทุกฝ่าย"นายอภิสิทธิ์กล่าว







