
"ประสาร"แนะหาคนกลางเจรจาทางออกบ้านเมือง
ธปท.หนุนหาคนกลางเจรจาหาทางออกการเมือง ชี้ปัญหาการเมืองอาจฉุดเศรษฐกิจปีนี้โตต่ำ 3% เรียกประชุมแบงก์เตรียมรับมือการเมืองสัปดาห์หน้า
ธปท.หนุนหาคนกลางเจรจาหาทางออกการเมือง ชี้ปัญหาการเมืองอาจฉุดเศรษฐกิจปีนี้โตต่ำ 3% เรียกประชุมแบงก์เตรียมรับมือการเมืองสัปดาห์หน้า
นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า สถานการณ์ชุมนุมทางการเมืองในขณะนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อบรรยากาศทางเศรษฐกิจของประเทศ แต่อย่างน้อยทุกฝ่ายพยายามหลีกเลี่ยงการใชัความรุนแรง แต่ทุกฝ่ายมีความเห็นและข้อเรียกร้องที่แตกต่าง ซึ่งต้องมีการหารือกัน หากหารือทางตรงไม่ได้ก็ต้องหาทางอ้อม ขณะนี้มีกลุ่มบุคคลและสถาบันที่เสนอความเห็นและเสนอตัวเป็นคนกลางในการประสานหาออกด้วยสันติวิธี
"อย่างน้อยที่สุดทุกฝ่ายต้องหลีกเลี่ยงความเสี่ยงต่อร่างกายและชีวิตของประชาชน ผมไม่คิดว่าทุกฝ่ายจะยึดความต้องการของตัวเองเป็นหลัก ทั้ง 100% จึงเชื่อว่าจะมีการหาทางออกร่วมกันในแนวทางที่รับกันได้ในที่สุด โดยการเจรจากัน" นายประสาร กล่าว
อย่างไรก็ดี ตอนนี้สถานการณ์ทางการเมืองกระทบต่อเศรษฐกิจ มีผลต่อบรรยากาศ การบริโภค การลงทุน ซึ่งล่าสุด ธปท.ได้ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจ(จีดีพี)ลงเหลือ 3% แต่ยังไม่รวมผลกระทบการเมือง ดังนั้น ช่วงที่เหลือของปีนี้ จึงปฎิเสธไม่ได้ว่าจีดีพีปีนี้มีโอกาสโตต่ำกว่า3%ได้ ยังต้องติดตามด
นายประสาร กล่าวว่า ส่วนที่หลายฝ่ายห่วงการเมืองจะทำให้เงินทุนไหลออกนั้น เท่าที่ดูแม้จะมีเงินทุนไหลออกบ้าง แต่ถือว่ายังไม่รุนแรง เพราะจากการติดตามสถานการณ์เงินทุนเคลื่อนย้ายไหลออกไม่รุนแรงจนน่ากังวล โดยเงินเข้าและออกค่อนข้างสมดุลกัน บวกกับไทยมีอัตราแลกเปลี่ยนที่ยืดหยุ่นและเงินทุนสำรองระหว่างประเทศยังมีเพียงพอที่รองรับความต้องการของนักลงทุนไทยและต่างประเทศได้ รวมถึงผลกระทบที่อาจจะตามมาได้
นอกจากนี้ ผู้ว่าการ ธปท. ยังกล่าวว่า ในสัปดาห์หน้าธปท.และผู้บริหารของธนาคารพาณิชย์จะมีการประชุมวีดีโอคอนเฟอร์เร้นท์ร่วมกัน เพื่อหารือถึงแนวทางการดูแลให้บริการของธนาคารพาณิชย์ให้เปิดบริการได้ตามปกติ และผ่อนผันให้สาขาธนาคารพาณิชย์ที่อยู่ในพื้นที่ชุมนุมสั่งปิดสาขาได้ทันทีโดยไม่ต้องขออนุญาตก่อน ให้ธนาคารพิจารณาปิดดำเนินการได้ตามความเหมาะสมของสถานการณ์ ซึ่งขณะนี้การชุมนุมไม่กระทบการให้บริการระบบชำระเงินและธนาคาร เพราะมีการกระจายศูนย์ธนบัตรมากขึ้น รวมทั้งมีช่องทางการให้บริการอื่นๆ นอกจากสาขารองรับได้มากขึ้น เช่น ตู้เอทีเอ็มก็มีเพียงพอ และยังมีแผนสำรองกรณีมีเหตุฉุกเฉินหากเกิดกรณีที่ไม่คาดคิด
"ในสัปดาห์หน้าธปท.และผู้บริหารแบงก์จะมีการประชุมผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอร์เร้นท์ที่เคยใช้มาแล้ว จากสถานการณ์น้ำท่วม 54 เพืี่อเป็นช่องทางหารือและเตรียมการรับมือสถานการณ์ทางการเมืองที่อาจจะกระทบ ในกรณีที่มีปัญหาให้สามารถตัดสินใจแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ทันที" นายประสารกล่าว







