
สุเทพเผยเตรียมออกหมายจับก่อการร้ายหลายสิบคน
สุเทพเผยดีเอสไอ เตรียมออกหมายจับผู้ต้องสงสัยคดีก่อการร้ายหลายสิบคนภายใน 1-2 วันนี้ ย้ำรัฐพยายามประนีประนอม แต่ผู้ชุมนุมกลับใช้อาวุธทำร้ายเจ้าหน้าที่
สุเทพเผยดีเอสไอ เตรียมออกหมายจับผู้ต้องสงสัยคดีก่อการร้ายหลายสิบคนภายใน 1-2 วันนี้ ย้ำรัฐพยายามประนีประนอม แต่ผู้ชุมนุมกลับใช้อาวุธทำร้ายเจ้าหน้าที่
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวชี้แจงระหว่างการประชุมวุฒิสภาเพื่อพิจารณาหาทางออกจากวิกฤตการเมืองว่า กรณีเรื่องก่อการร้ายรัฐบาลไม่ได้พูดจาใส่ร้ายแกนนำผู้ชุมนุม แต่เป็นความรับผิดชอบที่รัฐบาลต้องพูดความจริงว่า ขณะนี้เกิดอะไรขึ้นในบ้านเมือง เมื่อตอนที่มีการชุมนุมใหม่ ๆรัฐบาลพยายามปฏิบัติต่อผู้ชุมนุม เคารพหลักสิทธิเสรีภาพ และพยายามผ่อนหนักผ่อนเบา คิดว่า ผู้ชุมนุมจะปฏิบัติอย่างสงบไม่บุกรุกสถานที่ราชการ ไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับประขาชน แต่การชุมนุมไม่ได้ปฏิบัติอย่างนั้น ตรงกันข้าม นอกจากยึดถนน ละเมิดสิทธิประชาชน ยังมีพฤติการณ์คุกคามสิทธิเสรีภาพความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชนอยู่เป็นประจำ
"แม้รัฐบาลจะผ่อนหนักผ่อนเบา แต่รัฐบาลก็ปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ ความจริงตอนแรก ผู้ชุมนุมก็ไม่ได้มากที่เวทีผ่านฟ้าแต่ใช้ที่มากมาย จนคนกรุงเทพเดือดร้อนและผู้ชุมนุมยังไปยึดแยกราชประสงค์ ทั้งนี้ในการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐบาลได้บอกตลอดว่า เจ้าหน้าที่รัฐจะไม่พกพาอาวุธ ปฏิบัติจากเบาไปหาหนัก แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ มีคนในกลุ่มผู้ชุมนุมได้ใช้อาวุธสงคราม ร้ายแรงทั้งระเบิดมือ ปืนเอ็ม 16 อาก้า ทำร้ายประชาชนด้วยกัน สังหารเจ้าหน้าที่ทหาร ทำให้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต เมื่อเปิดกฎหมายพบว่า กรณีนี้เป็นการก่อการร้าย ไม่ใช่การชุมนุมโดยสงบ ดังนั้น รัฐบาลจำเป็นต้องดำเนินการอย่างเคร่งครัด"นายสุเทพกล่าว
นายสุเทพ กล่าวว่า ได้ทำเรื่องถึงดีเอสไอขอให้ทำเรื่องเหล่านี้ จนคณะกรรมการดีเอสไอ มีมติเอกฉันท์ให้รับคดีก่อการร้ายเป็นคดีพิเศษ และระดม 13 หน่วยงานเข้ามาบูรณาการดำเนินคดีกับคนที่เกี่ยวข้อง จนเจ้าหน้าที่เข้าไปจับกุม ตรวจค้นบรรดาผู้ต้องสงสยว่าก่อการร้าย ผู้ที่ถูกจับกุมก็สารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างให้ไปยิงสถานที่สำคัญทางราชการ ทำลายบริษัทของเอกชนเพื่อสร้างความตกใจ กระทั่งการยิงวัดพระแก้วที่มาจากการสารภาพของผู้ต้องสงสัยว่าก่อการร้าย
“พรุ่งนี้ หรือ มะรึนนี้ การทำงานของดีเอสไอก้าวหน้า จะมีการออกหมายจับผู้ต้องสงสัยว่า ผู้ก่อการร้ายหลายรายเป็นสิบหลาย ดังนั้น นี่จึงไม่ใช่การใส่ร้าย” นายสุเทพ กล่าว
อีกกรณีที่มีการกล่าวหาว่ารัฐบาลได้ยกข้อหาล้มล้างสถาบันเพื่อใช้ความรุนแรงกับผู้ชุมนุม นั้นไม่เป็นความจริง เนื่องจาก ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ตรวจพบว่า มีความพยายามการกระทำความผิดต่อความมั่นคงโดยมุ่งกระทำต่อสถาบัน ที่เป็นขบวนการ มีผู้จ้างวาน ออกทุน รับคำสั่ง แบ่งหน้าที่ปฏิบัติ บางส่วนปราศรัยบนเวที บางส่วนใช้อินเตอร์เนต ทีวีออนไลน์ วิทยุชุมชน ใช้สิ่งพิมพ์มีหลักฐานชัดเจน ศอฉ.จึงทำเรื่องให้ดีเอสไอสอบสวน ซึ่งดีเอสไอได้รับเรื่องแล้ว
นายสุเทพ กล่าวว่า นายกฯได้วางแนวทางสามด้าน 1. ด้านการเมืองแก้ปัญหาระบอบประชาธิปไตยและความทุกข์ร้อนของประชาชน โดยนายกฯจะประกาศแนวทางแก้ปัญหาเหล่านี้เร็วๆ นี้ 2. เรื่องการบังคับใช้กฎหมาย รัฐบาลจะเดินหน้าบังคับใช้กฎหมายดำเนินคดีกับผู้ก่อการร้าย หรือ การกระทำความผิดต่อความมั่นคงโดยมุ่งกระทำต่อสถาบัน การดำเนินคดีกับแกนนำผ้ชุมุนมก็ต้องดำเนินคดีต่อไป มิฉะนั้น รัฐบาลก็จะอยู่ในฐานะละเว้นต่อการปฏิบัติหน้าที่ รัฐบาลไมได้กลั่นแกล้งใครว่ากันตามเนื้อหา 3. การปฏิบัติการ รัฐบาลตั้งใจแก้ปัญหาด้วยความอดทน ปฏิบัติตามกับผู้ชุมนุมตามหลักสากล แต่ขณะนี้ เห็นชัดว่า มีทั้งแดงแท้ แดงเทียม และสีดำ บางคนเป็นทั้งแกนนำและผู้ก่อการร้ายด้วย รัฐบาลจึงต้องปรับกระบวนการแก้ปัญหา
“ในวันที่ 10 เมษา ผมสั่งให้เจ้าหน้าที่ใช้มือเปล่า แต่ก็ต้องบาดเจ็บและเสียชีวิต และวันนี้เราต้องป้องกันชีวิตของเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่มีสิทธิ์ติดอาวุธ แต่เป็นปืนลูกซอง ถ้าแกนนำยังมุ่งมั่นก่อการร้าย หรือ เปลี่ยนแปลงประเทศไทย ก็เป็นหน้าที่รัฐบาลนี้ที่จะปกป้องประชาธิปไตย ปกป้องบ้านเมือง และปกป้องสถาบัน” นายสุเทพ กล่าว







