
สว.วอนรัฐอย่าใช้กำลังสลายม็อบ-ซัดใช้สื่อสร้างเกลียดชัง
ส.ว.วอนรัฐอย่าใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุมกลุ่มเสื้อแดงแนะใช้การเจรจา ตำหนิใช้สื่อรัฐสร้างความเกลียดชังผลักให้ชุมนุมเป็นผู้ก่อการร้าย
ส.ว.วอนรัฐอย่าใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุมกลุ่มเสื้อแดงแนะใช้การเจรจา ตำหนิใช้สื่อรัฐสร้างความเกลียดชังผลักให้ชุมนุมเป็นผู้ก่อการร้าย
นายไพบูลย์ ซำศิริพงษ์ ส.ว.ปทุมธานี อภิปรายในที่ประชุมวุฒิสภา ว่า เป็นห่วงเรื่องการชุมนุม โดยเฉพาะเวลานี้มีการชุมนุมของทั้งกลุ่มคนเสื้อแดงและกลุ่มเสื้อหลากสี ดังนั้นรัฐบาลจะต้องพยายามควบคุมไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมมาเผชิญหน้ากัน อย่างไรก็ตามขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลว่าอย่าใช้วิธีการสลายชุมนุม หรือการขอพื้นที่คืนด้วยวิธีการที่รุนแรง เพราะเกรงว่าจะนำไปสู่สงครามกลางเมือง และอาจเป็นข้ออ้างนำไปสู่การปฏิวัติรัฐประหาร และจะยิ่งเป็นการเพิ่มแรงกดดันให้สังคม เพราะประชาชนที่ต่อต้านจะออกมามากขึ้น
"หนทางที่ดีสุดคือรัฐบาลควรใช้แนวทางในการเจรจา รวมทั้งควรรับฟังข้อเสนอของ นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช ที่เสนอให้ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯและ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ และ ถอนทหารทั้งหมดแลกกับการที่กลุ่มคนเสื้อแดงยุติการชุมนุม ให้ทั้งสองฝ่ายถอยคนละก้าวนั้น ซึ่งก็เป็นทางออกที่น่าสนใจ"นายไพบูลย์กล่าว
ทั้งนี้การอภิปรายในช่วงบ่าย ส.ว.ส่วนหนึ่งได้ตำหนิรัฐบาลที่ไม่ยอมฟังเสียงประชาชนที่เห็นต่าง แต่กลับใช่สื่อของรัฐสร้างความเกลียดชังโดยผลักให้ผู้ชุมนุมเป็นผู้ก่อการร้าย
นางจิตร์ธนา ยิ่งทวีลาภา ส.ว.ชันนาท กล่าวว่า นายกฯ และรัฐบาลต้องรับฟังเสียงของประชาชนที่เห็นต่างบ้าง ไม่ใช่ฟังเฉพาะผู้ที่สนับสนุนรัฐบาล และรัฐบาลอย่าปิดประตูการเจรจา และต้องไม่ใช่กองกำลังติดอาวุธทำร้ายประชาชนอย่างเด็ดขาด อย่าเฉไฉเหมารวมว่า ผู้ชุมนุมเป็นกลุ่มก่อการร้ายหรือคิดล้มล้างสถาบัน ไม่ควรมีอคติว่า ชาวบ้านถูกจ้างให้มาชุมนุม หรือคิดว่าประชาชนโง่ เพราะถ้าไม่เดือดร้อนจริง คงไม่ออกมาตากแดดตากฝนเคลื่อนไหว ตนได้ลงพื้นที่การชุมนุมสอบถามประชาชนพบว่า ส่วนใหญ่ต่างได้รับความเดือดร้อนจากการบริหารของรัฐบาล เพราะรัฐบาลช่วยเหลือหรือทำโครงการไม่ตรงจุด
นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ส.ว.ศรีสะเกษ กล่าวว่า ยิ่งประเทศอยู่ในสภาพสับสน สิ่งที่ต้องยึดไว้ให้มั่นคือหลักการประชาธิปไตย นั่นคือสิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาค ภราดรภาพ ความยุติธรรมที่ประชาชนต้องได้รับการปฏิบัติจากรัฐอย่างเท่าเทียมไม่ว่าจะ เป็นเสื้อสีใด นายกฯเคยเรียนที่อังกฤษซึ่งเป็นแม่แบบประชาธิปไตย ก็ต้องหลักการเหล่านี้มาประยุกต์ใช้
ทั้งนี้ นายกฯสมัยที่เป็นผู้นำฝ่ายค้านเคยพูดกรณี 7 ตุลาคม 2551 ว่า “ไม่ มีรัฐบาลใดอยู่ได้โดยไม่มีความรับผิดชอบทางการเมืองภายหลังจากการทำร้าย ประชาชน รัฐไม่มีสิทธิ์ใช้กำลังทำร้ายประชาชนแม้ว่าประชาชนกลุ่มนั้นๆจะทำผิด แต่สิ่งที่เกิดขึ้นและร้ายยิ่งกว่าคือ กลับกลายเป็นว่า มีการป้ายสีประชาชนไปในทางลบด้วย” วันนี้เมื่อเกิดเหตุทำนองเดียวกัน จึงขอให้นายกฯนึกถึงสิ่งที่เคยพูดไว้ และยึดหลักดังกล่าวด้วย
ขณะที่ส.ว.อีกส่วนหนึ่ง เสนอให้รัฐบาลปฏิรูปการเมืองอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน อาทิ นายประเสริฐ ชิตพงศ์ ส.ว.สงขลา อภิปรายเรียกร้องให้รัฐบาลเดินหน้าปฏิรูปการเมืองอย่างจริงจัง อย่าให้เกิดความรู้สึกสองมาตรฐาน เพราะที่ผ่านมารัฐบาลก็ไม่เคยดำเนินการใดๆที่เป็นรูปธรรมสำฤทธิ์ผลแม้แต่ อย่างเดียว ในอดีตมีการตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ฯขึ้น แต่ก็ไม่ได้นำไปสู่การแก้ไขแม้แต่ประเด็นเดียว ตนเชื่อว่า หากมีการปฏิรูปจะช่วยผ่อนคลายปัญหาการเมืองที่สะสมมานานให้ดีขึ้น







