posttoday
ศาลชี้3ศพแดงสวนลุมถูกกระสุนปืน.223ตาย

ศาลชี้3ศพแดงสวนลุมถูกกระสุนปืน.223ตาย

29 พฤศจิกายน 2556

ศาลอาญากรุงเทพใต้ อ่านคำสั่งไต่สวนชันสูตรพลิกศพ ชี้3ศพแดงสวนลุมถูกกระสุนปืน.223ตายขณะสลายม็อบ ไม่ชัดใครยิง

ศาลอาญากรุงเทพใต้ อ่านคำสั่งไต่สวนชันสูตรพลิกศพ ชี้3ศพแดงสวนลุมถูกกระสุนปืน.223ตายขณะสลายม็อบ ไม่ชัดใครยิง

ที่ห้องพิจารณา 601 ศาลอาญากรุงเทพใต้ ถ.เจริญกรุง 63 เมื่อวันที่ 29 พ.ย.56 ศาลอ่านคำสั่งคดีชันสูตรพลิกศพกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ ( นปช.) หมายเลขดำ ช.3/2556 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ 4 ยื่นคำร้องขอให้ศาลไต่สวนหาสาเหตุการเสียชีวิตของนายปิยะพงษ์ กิติวงศ์ การ์ด นปช., นายประจวบ ศิลาพันธ์ และนายสมศักดิ์ ศิลารัตน์ ว่าเสียชีวิตเมื่อใด ที่ไหน และพฤติการณ์การตาย ซึ่งทั้งสามเสียชีวิต ในเหตุการณ์การขอคืนพื้นที่การชุมนุมจากกลุ่มนปช. เมื่อวันที่ 14 พ.ค.53 บริเวณสวนลุมพินีในยุครัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
 
โดยศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานของผู้ร้องและญาติผู้ตายทั้งสาม ประกอบด้วยประจักษ์พยาน พยานแวดล้อมและผู้เชี่ยวชาญแล้วข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ระหว่างวันที่ 12 มี.ค.-19 พ.ค. 53 มีการชุมนุมกลุ่มนปช.ที่บริเวณแยกผ่านฟ้า เพื่อเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นยุบสภาและจัดการเลือกตั้งใหม่ และได้มีการขยายพื้นที่ชุมนุมไปยังบริเวณราชประสงค์และถนนเพลินจิต โดยในวันที่ 14 พ.ค. 53 ซึ่งเป็นวันเกิดเหตุมีเจ้าหน้าที่ทหารจากกองพันทหารม้าที่ 23 รักษาพระองค์ พร้อมอาวุธปืนปฏิบัติหน้าที่บริเวณถ.พระราม 4ด้านในสวนสาธารณลุมพินีและบริเวณฝั่งสน.ลุมพินี ขณะนั้นมีเสียงปืนดังขึ้นมาในสวนสาธารณะลุมพินี ผู้ตายที่ 1 ได้ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ของเพื่อนที่เป็นการ์ด นปช.เข้าไปในพื้นที่สาธารณะสวนลุมพินี โดยระหว่างแยกสำรวจกับเพื่อน มีกระสุนปืนยิงมาที่ผู้ตายที่ 1 ทำให้เสียหลักล้มลง และถูกยิงซ้ำระหว่างหลบหนี จนทำให้ถึงแก่ความตายบริเวณริมสระน้ำด้านหลังหอนาฬิกาภายในสวนสาธารณะลุมพินี  จากการตรวจชันสูตรศพพบว่านายปิยะพงษ์ผู้ตายที่ 1 ถูกยิงด้วยกระสุนปืนขนาด.223 หรือ 5.56 มิลลิเมตร ทำลายเส้นเลือดแดงใหญ่บริเวณคอ
 
ส่วนนายประจวบ ผู้ตายที่ 2 ถึงแก่ความตายโดยถูกยิงด้วยกระสุนปืนไม่ทราบชนิดและขนาดทะลุหัวใจและตับ ทำให้เสียเลือดมาก พบศพผู้ตายที่ 2 อยู่บริเวณพื้นสนามหญ้าใกล้สระน้ำภายในสวนสาธารณะลุมพินี ห่างจากจุดที่พบศพผู้ตายที่ 1 ประมาณ 100 เมตร โดยทิศทางของกระสุนปืนที่ยิงผู้ตายทั้งสองมาจากฝั่งถนนวิทยุหรือถนนพระราม 4
 
ส่วนนายสมศักดิ์ ผู้ตายที่ 3 มีพยานเบิกความว่าขณะผู้ตายที่ 3 ยืนอยู่หน้าลานพระบรมรูปรัชกาลที่ 6 ได้ยินเสียงปืนดังจากฝั่งตรงข้าม และเห็นเจ้าหน้าที่ทหารยิงเอ็ม 16 ใส่กลุ่มผู้ชุมนุม ผู้ตายและเพื่อนจึงได้หนีไปหลบหลังพระบรมรูปรัชกาลที่ 6 ขณะนั้นเพื่อนผู้ตายได้วิ่งไปหลบหลังรถกระยะและได้ตะโกนเรียกผู้ตายที่ 3 ให้วิ่งตามไป แต่ผู้ตายที่ 3 ไม่ตอบรับ กระทั่งได้ยินเสียงปืนอีกครั้ง เมื่อหันไปพบว่าผู้ตายที่ 3 ถูกยิงเสียชีวิต โดยจากการชันสูตรพลิกศพพบว่าถูกยิงด้วยกระสุนปืนขนาด.223 หรือ 5.56 มิลลิเมตร ทำลายสมอง ขณะยืนอยู่ลานพระบรมรูปรัชกาลที่ 6 ด้านถ.ราชดำริ โดยวิถีกระสุนเป็นแนวราบมาจากด้านหน้าพระบรมรูปรัชกาลที่ 6 ด้านถ.ราชดำริหรือถนนพระรามที่ 4
 
ศาลจึงมีคำสั่งว่า ผู้ตายทั้งสาม ถึงแก่ความตายภายในสวนสาธารณะลุมพินี เมื่อวันที่14 พ.ค.53 โดยนายปิยะพงษ์และนายประจวบ ผู้ตายที่ 1-2 เสียชีวิตภายในสวนสาธารณะลุมพินี เหตุและพฤติการณ์แห่งการตายของนายปิยะพงษ์ ผู้ตายที่ 1 สืบเนื่องจากบาดแผลกระสุนปืนขนาด.223 หรือ 5.56 มิลลิเมตร ทำลายเส้นเลือดแดงใหญ่บริเวณคอ
 
ส่วนนายประจวบ ผู้ตายที่ 2 เสียชีวิตเนื่องจากบาดแผลกระสุนปืนไม่ทราบชนิดและขนาดทะลุหัวใจและตับทำให้เสียเลือดมาก โดยวิถีกระสุนมาจากฝั่งถ.วิทยุหรือถนนพระราม 4 แต่ยังไม่ทราบว่าใครเป็นผู้ลงมือกระทำ
 
สำหรับนายสมศักดิ์ ผู้ตายที่ 3 เสียชีวิตจากกระสุนปืนขนาด.223 หรือ 5.56 มิลลิเมตร ทำลายสมองโดยมีวิถีกระสุนมาจากด้านหน้าพระบรมรูปรัชกาลที่ 6 แต่ยังไม่ทราบว่าใครเป็นผู้ลงมือกระทำ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  สำหรับสำนวนการเสียชีวิต 3 รายนี้ ถือเป็นสำนวนที่ 11 ที่ศาลมีคำสั่ง หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ทั้งศาลอาญาและศาลอาญากรุงเทพใต้ ได้มีคำสั่งชี้สาเหตุการตายของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ชุมนุมไปแล้ว 10 สำนวน ประกอบด้วย นายพัน คำกอง,ด.ช.คุณากร ศรีสุวรรณ,นายมานะ อาจราญ ,พลทหารณรงค์ฤทธิ์ สาละ,นายชาติชาย ชาเหลา,นายบุญมี เริ่มสุข, นายฐานุทัศน์ อัศวสิริมั่นคง, นายชาญณรงค์ พลศรีลา , นายฟาบิโอ โปเลงกี ช่างภาพชาวอิตาลี และ 6 ศพเสียชีวิตในวัดปทุมวนาราม

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท