เด็กเพื่อไทยร้องDSIสอบตุลาการศาลรธน.
ประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมายฯ ร้องดีเอสไอสอบสวนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญกรณีวินิจฉัยคำร้องแก้รธน.
ประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมายฯ ร้องดีเอสไอสอบสวนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญกรณีวินิจฉัยคำร้องแก้รธน.
เมื่อวันที่ 28 พ.ย.เวลา 15.30 น. พล.ต.อ.วิรุฬ ฟื้นแสน ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน นายขจิตร ชัยนิคม ส.ส.พรรคเพื่อไทย จังหวัดอุดรธานี นายนิยม เวชกามา ส.ส.พรรคเพื่อไทย จังหวัดสกลนคร เข้ายื่นหนังสือต่อนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ ผ่าน พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง ผบ.สำนักปฏิบัติการพิเศษ ดีเอสไอ เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เสียงข้างมาก 5 ท่าน ตามมาตรา 112 อ้างว่าก้าวล่วงพระราชอำนาจ และมาตรา 116 ประมวลกฎหมายอาญา กรณีวินิจฉัยร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มาของ ส.ว.ขัดรัฐธรรมนูญ
พล.ต.อ.วิรุฬ กล่าวว่า พวกตนได้มายื่นหนังสือต่ออธิบดีดีเอสไอ ในฐานะ ส.ส.และผู้เสียหาย เพราะศาลรัฐธรรมนูญกล่าวว่า สส.312 คน และ ส.ว. ที่ได้เสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมที่มาของ ส.ว.ให้มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด เป็นโมฆะใช้ไม่ได้ ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มาของ ส.ว.เมื่อนายกรัฐมนตรีทูลเกล้าอยู่ระหว่างในพระราชอำนาจ ศาลรัฐธรรมนูญน่าจะพักการพิจารณา ซึ่งตามมาตรา 8 รัฐธรรมนูญ พระมหากษัตริย์เป็นที่เคารพสักการระผู้ใดจะล่วงละเมิดมิได้ การตัดสินจึงน่าจะเป็นการก้าวล่วงพระราชอำนาจที่ไปตัดสินว่าการแก้ไขที่มาของ ส.ว.มิชอบ
“พวกตนจึงมาร้องต่อดีเอสไอสอบสวนให้ความเป็นธรรม กับ ส.ส.และ ส.ว.ที่ร่วมลงชื่อให้แก้ไขรัฐธรรมนูญที่มาของ ส.ว.เพราะเราเป็นผู้เสนอบัญญัติได้รับผลกระทบถือเป็นผู้เสียหาย จึงมายื่นร้องทุกข์กล่าวโทษต่อดีเอสไอให้ดำเนินคดีอาญาต่อตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เสียงข้างมาก 5 ท่าน ล่วงละเมิดพระราชอำนาจ และผู้ร้องได้ไปร้อง ป.ป.ช.ให้ทำการถอดถอน ส.ส.และ ส.ว.ที่ลงชื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ จึงเป็นเรื่องเสียหาย เพราะการลงมติหรือการอภิปรายของ ส.ส.และส.ว.ในสภาฯ มีเอกสิทธิคุ้มครองจะฟ้องร้องมิได้
ด้านนายขจิตร กล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ ส.ว.มาจาการเลือกตั้ง เราเชื่อโดยบริสุทธิ์ใจว่ามีหน้าที่ในการเสนอแก้ไขตามรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 291 มีการพิจารณาของกระบวนการรัฐสภา ก่อนมีการเสนอนายกรัฐมนตรี นำขึ้นทูลเกล้า เราดูแล้วว่าไม่มีตรงไหนตาม มาตรา 291 ของรัฐธรรมนูญที่เขียนให้ศาลรัฐธรรมนูญมาวินิจฉัยว่าขัดหรือไม่ขัด และเห็นว่าคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญครั้งนี้ไม่ได้ระบุว่ามีอำนาจตามมาตราใด ท่านอ้างมาตรา 3 อำนาจระหว่างนิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ ท่านบอกว่าท่านต้องมีอำนาจเพื่อถ่วงดุล ซึ่งเป็นเรื่องหลักทั่วไปใช่ใช่เรื่องอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ จึงเห็นว่าการวินิจฉัยน่าจะเป็นโมฆะ
ส่วนประเด็นที่พวกตนเสียหาย เพราะศาลรัฐธรรมนูญบอกว่า ผู้เสนอร่างทั้ง ส.ส.312 คน และ ส.ว.มีความผิดตาม มาตรา 8 (1) รัฐธรรมนูญ เป็นการกระทำที่มุ่งแก่อำนาจที่ได้มาโดยมิได้มุ่งหมายตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ เรามั่นใจว่าเรามุ่งตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ และศาลวินิจฉัยประหนึ่งว่าเสียงข้างมากทำอะไรมิชอบตามอำเภอใจ ซึ่งเรายื่นยันว่าเราทำตามกฎหมาย จึงเป็นการทำลายชื่อเสียงและเสียหาย







