
กต.ยันหลายประเทศยังไม่ประกาศห้ามมาไทย
บัวแก้วยันหลายประเทศยังไม่ประกาศเตือนมาไทย แค่ให้เลี่ยงพื้นที่ชุมนุม ย้ำสถานทูตเสนอเหตุการณ์เป็นจริง
บัวแก้วยันหลายประเทศยังไม่ประกาศเตือนมาไทย แค่ให้เลี่ยงพื้นที่ชุมนุม ย้ำสถานทูตเสนอเหตุการณ์เป็นจริง
นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวภายหลังการชี้แจงสถานการณ์การชุมนุมทางการเมืองในกทม. กับผู้สื่อข่าวต่างประเทศ ว่า ได้แจ้งให้ทราบสถาการณ์ล่าสุดที่ขณะนี้มี 30 ประเทศ 2 เขตเศรษฐกิจ มีข้อความแจ้งเตือนให้ประชาชนของตนหลีกเลี่ยงเข้าไปในบริเวณที่มีการชุมนุม แต่ไม่ได้ห้ามนักท่องเที่ยวเดินทางมาไทย ในขณะที่มี 5 ประเทศ คือ สหรัฐ อังกฤษ ออสเตรเลีย จีน และแคนาดา และ 2 องค์การระหว่างประเทศ คือ สหภาพยุโรป และ เลขาธิการสหประชาชาติ ออกแถลงการณ์ให้ทุกฝ่ายใช้ความอดกลั้น และหาข้อยุติโดยสันติวิธี เคารพกฏหมาย
นอกจากนี้ ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ย้ำไปยังสถานทูตต่างๆในประเทศไทยที่มีความห่วงกังวล ประสานขอกำลังเพื่อรักษาความปลอดภัยได้ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีประเทศใดร้องขอ และยังขอให้สถานทูตต่างๆ รายงานต่อรัฐบาลของตนเอง โดยสะท้อนตามข้อเท็จจริง และขณะนี้ยังไม่มีการปะทะ รัฐบาลก็ยังปฏิบัติงานอยู่ ส่วนรัฐบาลจะใช้ความอดกลั้น เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรง อีกทั้ง เน้นย้ำเพิ่มเติมกรณีที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ออกแถลงการณ์บ่ายวันนี้ (28พ.ย.) ที่ระบุว่า รัฐบาลยังคงปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ และพร้อมที่จะหารือเพื่อหาทางออกโดยสันติวิธี
ส่วนกรณีที่มีคนไทยออกมาชุมนุมในต่างประเทศนั้น กระทรวงการต่างประเทศได้รับรายงานว่า ในช่วงที่ผ่านมามีการชุมนุมของกลุ่มคนไทยในสหรัฐ ออกมาชุมนุมประท้วงรัฐบาลไทย 2 จุด คือ เมื่อวันที่ 24 พ.ย.ที่ผ่านมา ที่บริเวณไทม์สแควร์ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา มีคนไทยรวมตัวกันประมาณ 200 คน ชูป้าย และเป่านกหวีด เพื่อต่อต้านรัฐบาล และล่าสุดคือเมื่อวันที่ 27 พ.ย.ที่ผ่านมา มีคนไทยในนครชิคาโก ประมาณ 50-60 คน ชุมนุมประท้วงที่บริเวณหน้าสถานกงสุลใหญ่ไทยในชิคาโก้ โดยได้ยื่นหนังสือเรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภาและลาออก ทั้งยังได้เป่านกหวีดแสดงสัญลักษณ์ จากนั้นก็ได้มอบดอกไม้ให้กับผู้แทนของสถานกงสุลใหญ่ที่ออกมารับหนังสือ
"ทั้งสองแห่งที่มีการชุมนุมเป็นการชุมนุมโดยสงบ ไม่มีเหตุรุนแรงใดๆ ขณะที่สถานกงสุลใหญ่ และสถานทูตของไทยต่างก็เคารพในสิทธิการแสดงออกและความเห็นของคนไทยในต่างประเทศ" นายเสข กล่าว







