
นักวิชาการแนะรัฐคืนอำนาจให้ประชาชน
นักวิชาการม.อุบลราชธานีแนะทางออกประเทศ ลงประชามติแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับและยุบสภาเลี่ยงนองเลือด
นักวิชาการม.อุบลราชธานีแนะทางออกประเทศ ลงประชามติแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับและยุบสภาเลี่ยงนองเลือด
วันที่ 28พ.ย. ที่มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี กลุ่มนักวิชาการ อาทิ นายนิธิ เอียวศรีวงศ์ นายชาญวิทย์ เกษตรศิริ น.ส.พวงทอง ภวัครพันธุ์ นายสมชาย ปรีชาศิลปกุล นายประจักษ์ ก้องกีรติ ฯลฯ ได้ออกแถลงการณ์เสนอทางออก ให้กับรัฐบาลโดยเสนอให้ประชาชนลงประชามติเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ และยุบสภา เพื่อหลีกเลี่ยงการนองเลือด
น.ส.พวงทองอ่านแถลงการณ์ระบุว่า ด้วยวิกฤติทางการเมืองที่กำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้ ได้สร้างความวิตกกังวลแก่ประชาชนโดยทั่วหน้าว่าสังคมไทยกำลังเดินเข้าสู่ภาวะกลียุค ที่กฎระเบียบทั้งทางกฏหมายและสังคมต่างๆ ถูกละเมิดอย่างไร้ขอบเขตและความรับผิดชอบ จนอาจนำไปสู่การใช้ความรุนแรงระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับประชาชน และระหว่างประชาชนกลุ่มต่างๆ พวกข้าพเจ้าดังมีรายนามด้านท้ายของหนังสือนี้ ขอเรียนให้ท่านนายกรัฐมนตรี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้พิจารณาดำเนินการดังต่อไปนี้
1. เพื่อแก้ไขวิกฤติการณ์ที่เกิดจากรัฐธรรมนูญปี พ.ศ. 2550 รัฐบาลต้องจัดให้มีการลงประชามติเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ด้วยการจัดตั้งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ
ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญกำหนดว่าวันลงประชามติจะต้องมีกำหนดไม่น้อยกว่า 90 วัน หลังรัฐบาลประกาศในพระราชกิจจานุเบกษา
2. หลังจากนั้น รัฐบาลต้องประกาศจะยุบสภาเพื่อให้มีการเลือกตั้งใหม่ โดยจะดำเนินการควบคู่ไปกับการออกเสียงประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ
ทั้งนี้ การยุบสภาผู้แทนราษฎรให้กระทำโดยพระราชกฤษฎีกา ซึ่งต้องกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่า 45 วันแต่ไม่เกิน 60 วันนับแต่วันยุบสภาผู้แทนราษฎร
พวกข้าพเจ้าเห็นว่า ในภาวะวิกฤติเช่นนี้ รัฐบาลจำเป็นต้องคืนอำนาจในการตัดสินใจทางการเมืองให้กับประชาชน และยืนยันในความสำคัญของรักษาประชาธิปไตยตามวิถีทางรัฐสภา
นายนิธิ เอียวศรีวงศ์ กล่าวว่า รัฐบาลมีหน้าที่เสนอสิ่งที่ดีที่สุด ส่วนประชาชนจะรับหรือไม่ก็ได้ ซึ่งต้องคืนอำนาจให้ประชาชน เชื่อว่าคนส่วนใหญ่มีเหตุมีผล หากบางฝ่ายยังจะไม่ยอมรับก็ไม่น่าจะเหลือคนสนับสนุนมากนัก
ด้านนายชาญวิทย์ เกษตรศิริ กล่าวว่า จากมุมมองของนักประวัติศาสตร์ การชุมนุมของคนจำนวนมากเช่นนี้คงหลีกเลี่ยงความรุนแรงได้ยาก จึงเสนอให้ทำประชามติเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับและยุบสภา เลือกตั้งใหม่ เพื่อหลีกเลี่ยงการนองเลือด เพราะหากไม่สามารถหาทางออกได้ เหตุการณ์นองเลือดก็จะตามมา และความสูญเสียอาจจะมากกว่าที่ผ่านมา
"ข้อเสนอนี้เป็นสิ่งที่นักวิชาการสามารถทำได้ นอกเหนือจากรัฐบาลที่ต้องนำเสนอทางออกให้สังคม ไม่เช่นนั้นก็อาจจะเห็นรัฐประหารอีกครั้ง ซึ่งไม่อยากเห็นประวัติศาสตร์ซ้ำรอย" นายชาญวิทย์กล่าว
ด้านนางพวงทอง ภวัครพันธุ์ กล่าวว่า นี่เป็นเสียงเตือนให้สังคมเห็นว่ายังมีทางเลือกอื่นๆ ที่ไม่ใช่ความรุนแรง ไม่ต้องการเห็นเหตุการณ์นองเลือดอีก ไม่ว่ากับสีไหนก็ตาม เพราะประชาชนเป็นผู้สูญเสีย ขณะที่ผู้นำมักรอดพ้นจากความผิด







