
ศอฉ.ส่งรถหุ้มเกราะกวาดม็อบ
ศอฉ.สั่งเตรียมใช้รถหุ้มเกราะสลายเสื้อแดงหวั่นเด็กคนแก่โดนลูกหลงฝากแกนนำอำนวยความสะดวกสื่อสอบถามความสมัครใจผู้ชุมนุมหน้าเวทีก่อน
ศอฉ.สั่งเตรียมใช้รถหุ้มเกราะสลายเสื้อแดงหวั่นเด็กคนแก่โดนลูกหลงฝากแกนนำอำนวยความสะดวกสื่อสอบถามความสมัครใจผู้ชุมนุมหน้าเวทีก่อน
พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมศอฉ.มีคำสั่งให้เตรียมนำรถเกราะมาใช้ในการสลายการชุมนุม เพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงาน เนื่องจากไม่ทราบว่าผู้ชุมนุมมีอาวุธหรือไม่ ทั้งนี้ วัตถุประสงค์ในการนำรถเกราะมาใช้กับผู้ชุมนุมเพื่อจะลดการเผญิชหน้าในการเคลื่อนกำลังเข้าหาผู้ชุมนุม โดยขณะนี้ยังไม่ได้นำรถเข้ามาในพื้นที่
พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า สถานการณ์ล่าสุด ศอฉ.ได้ประเมินจำนวนผู้ชุมนุมตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 2 พ.ค.ถึงเช้าวันที่ 3 พ.ค. มีประมาณ 6,000-8,000 คน ซึ่งลดลงจากเดิม แสดงให้เห็นว่าการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ได้ผล ทั้งการตั้งด่านตรวจหลักและเพิ่มด่านตรวจลอย
โฆษก ศอฉ. กล่าวว่า ช่วงเวลาในการตัดสินใจเข้าสลายการชุมนุมคงไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวเลขผู้ชุมนุม แต่ต้องพิจารณาถึงความปลอดภัยและความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น โดยเฉพาะผู้ชุมนุมที่อยู่ด้านหน้าเวทีส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุและเด็ก จึงอยากฝากถึงแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ให้อำนวยความสะดวกแก่สื่อมวลชนได้เข้าไปสอบถามความสมัครใจของผู้ชุมนุมด้วยว่าต้องการเดินทางกลับหรือไม่ เพราะทราบว่าแต่ละกลุ่มมีการ์ดคุมอยู่
พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า แนวทางการปฏิบัติงานของตำรวจในการขอคืนพื้นที่ทางเข้าโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ต้องสอบถามไปยังแพทย์และพยาบาลว่ามีความมั่นใจในความปลอดภัยหรือไม่ และเห็นว่าการขอพื้นที่คืนไปจนถึงแยกสารสินทั้ง 2 ฝั่งเป็นระยะทางไม่มากนัก เหตุใด นปช.จึงไม่ยอมเปิดพื้นที่ให้ โดยเฉพาะสวนลุมพินี ทำให้น่าสงสัยว่ามีอะไรซุกซ่อนอยู่หรือไม่
โฆษก ศอฉ. กล่าวว่า ภาพถ่ายที่นายพร้อมพงษ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย นพมาเปิดเผยว่ามีทหารสวมรองเท้าแตะ ถือปืนยาวอยู่ภายในเขตโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เมื่อวันที่ 29 เม.ย. เวลาประมาณ 21.00 น. ในช่วงที่มีเสียงปืนดังขึ้นนั้น ยืนยันว่า ในวันดังกล่าวเจ้าหน้าที่ได้พบกลุ่มคนชุดดำต้องสงสัยด้านข้าง รพ.จุฬาฯ เจ้าหน้าที่ที่รักษาการอยู่ด้านถนนอังรีดูนังต์จึงติดตามไป แต่ถูกยิงตอบโต้ ส่วนเจ้าหน้าที่ทหารที่อยู่ระหว่างช่วงพักในอาคารชาญอิสระ เมื่อได้ยิงเสียงปืนจึงเตรียมพร้อมถือปืนสังเกตการณ์
ทั้งนี้ โฆษก ศอฉ. ได้นำภาพถ่ายมุมกว้างเปรียบเทียบให้เห็นว่าจุดดังกล่าวอยู่บริเวณตู้รับบัตรทางเข้าที่จอดรถของอาคารชาญอิสระ โดยยืนยันว่าไม่เคยมีทหารเข้าไปในพื้นที่ รพ.จุฬาฯ แม้แต่ตำรวจที่อยู่ในโรงพยาบาลก็เป็นตำรวจท้องที่ สน.ปทุมวัน ไม่มีตำรวจตระเวนชายแดนแต่อย่างใด







