posttoday
ทางสองแพร่ง ปฏิรูป หรือ ปฏิวัติ

ทางสองแพร่ง ปฏิรูป หรือ ปฏิวัติ

28 พฤศจิกายน 2556

โดย...ทีมข่าวการเมือง

โดย...ทีมข่าวการเมือง

ยกระดับเป้าหมายการชุมนุมจาก “ถอนรากถอนโคนระบอบทักษิณ” มาเป็นโจทย์ที่ใหญ่ขึ้นอย่างการ “ปฏิวัติประชาชน” พร้อมด้วยข้อเสนอปฏิรูป 6 ข้อ ซึ่งกำลังเป็นที่สงสัยว่าจะเดินหน้าทำให้เป็นรูปธรรมได้อย่างไร เพราะดูทั้ง 6 เรื่องไม่ใช่เรื่องเล็กๆ ไม่ว่าจะเป็น

1.ทำให้การเลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรม 2.ไม่ให้มีทุจริตคอร์รัปชั่น ปรับปรุงกฎหมายไม่ให้คดีการทุจริตมีอายุความ 3.ให้อำนาจประชาชนถอดถอนนายกฯ และ สส.ได้โดยตรง พร้อมให้เลือก ผวจ.โดยตรง

4.ปฏิรูปโครงสร้างตำรวจ ให้ตำรวจนครบาลอยู่ใต้สังกัดผู้ว่าฯ กทม. 5.ออกกฎหมายให้ข้าราชการอยู่ในระบอบคุณธรรม แก้ปัญหาการวิ่งเต้นขอตำแหน่ง และ 6.แก้ไขปัญหาความตกต่ำของการศึกษา สังคม สาธารณสุข เป็นวาระแห่งชาติ และเลิกโครงการประชานิยมทั้งหลาย

แต่ละเรื่องล้วนแต่ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ แม้ว่าจะ “ยุบสภา” เปิดให้มีการเลือกตั้งกันใหม่ แล้วประชาธิปัตย์เกิดได้รับเสียงข้างมากในสภา เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่ก็ใช่ว่าจะสามารถ “รื้อโครงสร้าง” ในแต่ละเรื่องได้อย่างเบ็ดเสร็จ

ยิ่งดู “สัญญาณ” จาก “สุเทพ เทือกสุบรรณ” ที่ประกาศชัดกลางเวทีราชดำเนิน ว่า “ยุบสภาลาออก” ก็ยังไม่หยุดชุมนุมเคลื่อนไหว

ในวันที่ยังไม่มีคำตอบชัดเจนว่าเส้นตาย “ปิดเกม” ให้ได้ภายในสิ้นเดือนนี้ จะเดินไปในทิศทางไหน ทำให้เสียงวิพากษ์วิจารณ์คาดการณ์ไปต่างๆ นานา โดยเฉพาะแนวทางที่หลายคนเป็นห่วงกันว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้จะเป็นการเรียกร้องให้ “กองทัพ” ออกมาล้มกระดานอีกหรือไม่

เพราะแม้ข้อเสนอ 6 ข้อที่ว่ามานี้จะสอดรับกับแนวทางการปฏิรูปประเทศ ที่ประชาธิปัตย์เคยตั้งคณะทำงานขึ้นมาจัดทำพิมพ์เขียวปฏิรูปประเทศไทย คู่ขนานไปกับการเชิญ สุรินทร์ พิศสุวรรณ มาเป็นประธานสถาบันออกแบบอนาคตประเทศไทย เพื่อนำผลสรุปที่ได้มาผลักดันเป็นนโยบายหาเสียง หรือนำไปปฏิบัติในวันที่ได้รับเลือกตั้งเป็นรัฐบาลอีกรอบ

แต่ข้อเสนอทั้ง 6 ข้อนี้ กลับถูกมองว่าไม่ต่างไปจากข้อเสนอของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หรือกองทัพประชาชนโค่นล้มระบอบทักษิณ (กปท.) รวมไปถึงเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ที่เคยมีข้อเสนอในทำนองเดียวกันนี้

ทว่ายิ่งกว่านั้น ยังชวนให้คิดไปถึงข้อเสนอก่อนหน้านี้ของบรรดาพันธมิตรร่วมเคลื่อนไหว ไม่ว่าจะเป็นนายกฯ พระราชทาน ตามมาตรา 7 หรือการเรียกร้องให้ทหารออกมาปฏิวัติ

ในวันที่เส้นทางสู่การจัดตั้งรัฐบาลประชาชนยังไม่เป็นรูปเป็นร่างชัดเจน หลายคนก็ยังอดสงสัยไม่ได้ว่า “กองทัพ” จะมีส่วนเข้ามาเป็น “ตัวช่วย” ในกระบวนการเคลื่อนไหวรอบนี้หรือไม่

สอดรับกับท่วงทำนองจังหวะเดินของมวลชนตามยุทธศาสตร์ดาวกระจาย 13 เส้นทาง หลังการระดมพลครั้งใหญ่จนมวลชนเรือนล้านออกมาร่วมแสดงพลังท่วมท้นกลุ่มประชาชนได้เคลื่อนไหวเดินทางไปทั้งกองทัพสูงสุด กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ

แม้จะเป็นการไปมอบดอกไม้เรียกร้องให้ทหารออกมายืนเคียงข้างประชาชน แต่อีกด้านหนึ่งกลับถูกมองว่าเป็น “ทอดสะพาน” กระชับความสัมพันธ์กับกองทัพ

อีกทั้งในยุทธการนำมวลชนบุกกระทรวงต่างๆ นั้นกลับยังเว้นกระทรวงกลาโหมเอาไว้ ไม่นำมวลชนไปเยี่ยมเยือน จนถูกมองว่าเป็นการ “ไว้ไมตรี”

ที่สำคัญการเคลื่อนไหวของมวลชนหลายจุด ไม่ว่าจะเป็นที่ บชน.หรือทำเนียบรัฐบาล ถูกมองว่ามีความพยายามยั่วยุในบางครั้งบางตอน แต่เจ้าหน้าที่รัฐต่างรู้ดีว่าการปะทะย่อมบานปลายไปสู่ความรุนแรงที่อาจจะเป็นข้ออ้างให้กองทัพออกมากระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งได้

ทิศทางการเคลื่อนไหวมวลชนที่นำ “อารยะขัดขืน” มาเป็นธงนำ และกำลังจะไปได้สวยนั้น เวลานี้จึงเรียกได้ว่าเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญที่ “แกนนำ” ควรจะต้องรีบออกมาประกาศทิศทางการเดินหน้าไปสู่เป้าหมายในเร็ววัน

ก่อนที่ความ “เคลือบแคลง” ในเบื้องหน้าเบื้องหลังจะฉุดพลังมวลชนแผ่วและสลายตัวไปก่อนที่จะถึงจุดหมายปลายทาง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท