
"ยุบสภา-ลาออก"ไม่ใช่ทางออกประเทศ
ไม่เกี่ยวยุบไม่ยุบ ออกไม่ออก แต่อยู่ที่สภาวะจิตของผู้ใหญ่ที่จะต้องช่วยแสดงออกให้เห็นหน่อยว่า"ฉันรักประเทศไทย"
โดย...ดำรงเกียรติ มาลา
จัดเป็นขาประจำในการวิพากษ์การเมืองด้วยสไตล์ไม่เกรงหน้าอินทร์หน้าพรหม มาหลากยุคหลายสมัย สำหรับ “เสี่ยปั้น” บัณฑูร ล่ำซำ ซีอีโอใหญ่ จากค่ายกสิกรไทย ทำให้ทุกครั้งเมื่อมีประเด็นร้อนแรงทางการเมืองทีไรบรรดาผู้สื่อข่าวจึงมักจะวิ่งเข้าใส่เพื่อจ่อไมค์ขอคอมเม้นท์
ในวาระที่สังคมไทยเวียนกลับมายืนอยู่บนทางสามแพร่งที่ชื่อว่า "ความความขัดแย้ง" อีกคำรบ จึงได้เวลาที่ชายชื่อ "บัณฑูร" จะกลับมาสะท้อนทัศนะถึงทางออกของสังคมไทยที่มีความยุ่งเหยิงในขณะนี้อีกครั้ง ภายใต้บริบทของการเป็นคนไทยคนหนึ่ง
Q : ในฐานะที่คร่ำหวอดในแวดวงเศรษฐกิจ มองภาวะเศรษฐกิจไทยขณะนี้และในระยะต่อไปอย่างไร?
A : เศรษฐกิจไทยขณะนี้อาศัยภาคท่องเที่ยวเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก เพื่อชดเชยการส่งออกการบริโภคและการลงทุนที่แผ่วไป ซึ่งโชคดีที่ประเทศไทยมีแต่คนอยากมาเที่ยว เฉพาะนักท่องเที่ยวจีนอย่างเดียวก็ปีละ 5 ล้านคนแล้ว แต่ภาพความวุ่นวายในบ้านเมืองขณะนี้ที่เราส่งออกไปทั่วโลกอาจทำให้มีผลกระทบ ซึ่งถ้าทุกอย่างกลับมาปกติได้เร็วปีนี้จีดีพีก็ยังน่าจะโตได้ 3%
สำหรับปีหน้ามองว่าโตไดัที่ระดับ 4-5% ก็ถือว่าเหมาะสมแล้ว เพราะหากเร่งการเติบโตบนพื้นฐานที่ไม่แน่นจะทำให้เกิดปัญหาฟองสบู่ตามมา ซึ่งในส่วนของธนาคารเองการปล่อยสินเชื่อก็คงอยู่ที่ 8-9% สอดคล้องกับประเทศและเป็นระดับการปล่อยสินเชื่อแบบระมัดระวัง
Q : มองว่าสถานการณ์ทางการเมืองที่ไม่สงบขณะนี้จะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจเพียงใด?
A : สถานการณ์ทางการเมืองของไทยที่วุ่นวายในขณะนี้มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในระยะสั้นแล้ว และหากสถานการณ์ลากยาวย่อมส่งผลกระทบแน่นอน โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวที่คาดว่าจะเติบโตอาจจะหายไป นอกจากนี้จะเกิดปฎิกิริยา 2 รูปแบบ คือ 1.การทิ้งสินทรัพย์ของต่างชาติ ในส่วนของหุ้น กองทุน เพราะไม่มั่นใจในสถานการณ์ แต่เชื่อว่าประเทศไทยไม่มีนักลงทุนกล้าทิ้งอย่างถาวร แต่ขึ้นอยู่กับว่าใครกลัวมากกว่ากัน และเมื่อเหตุการณ์สงบก็กลับมาลงทุนอีกครั้ง
อีกส่วนหนึ่งจะเป็นผลกระทบระยะยาวเพราะนักลงทุนต่างชาติจะมองว่าปัญหาที่เกิดขึ้นประเทศไทยจะสามารถบริหารจัดการได้หรือไม่ ในเมื่อเรายังไม่มีกฎกติกาอะไรให้เขาเห็น ซึ่งหากยังไม่มีกฎกติกาที่ชัดเจนก็จะไม่มีวันตกลงหรือนั่งทำงานได้ ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่ปิดไม่ลง
ในส่วนภาคสถาบันการเงินเองก็ทำงานตามปกติ แต่ในสภาวะที่บ้านเมืองไม่สงบ ก็ไม่มีผู้ประกอบการหรือประชาชนอยากจะเข้ามาขอกู้เงิน และในภาคเศรษฐกิจก็ไม่มีใครทำอะไรได้มากมาย เพราะประเทศต้องบริหารด้วยกติกา ซึ่งหากไม่มีกติกาทุกครั้งที่มีข้อโต้แย้งก็ไม่มีใครสามารถตัดสินใจได้
Q : ทางออกของประเทศไทยตอนนี้คืออะไร?
A : บ้านเมืองเราตอนนี้อยู่ในกำมือผู้ใหญ่ ที่มีอำนาจในเชิงการเมืองและสามารถควบคุมความเป็นไปของประเทศได้ ผู้ใหญ่ก็ควรตัองมีเหตุมีผลที่จะให้ประเทศสามารถทำงานร่วมกันได้ จึงจะเรียกว่าผู้ใหญ่ ไม่ว่าจะฝั่งไหนก็ต้องทำตัวเป็นผู้ใหญ่ เพื่อให้บ้านเมืองสามารถจัดการได้ แต่ถ้ายังออกมาทุกวันก็ทำงานไม่ได้ ซึ่งเชื่อว่าทุกฝ่ายอยากเห็นผู้ใหญ่ที่ทำตัวเป็นผู้ใหญ่ ทำในสิ่งที่ควรทำถึงจะเรียกว่ารักประเทศไทย ที่พูดนี้หมายถึงทั้งสองฝั่ง ทั้งคนที่ค้านและรัฐบาลต้องทำให้คนนับถือได้ ถ้ายังเย้วๆกันไปมาแบบนี้จะไปเจริญหรือพัฒนาได้อย่างไร เมื่อเออีซีมาถึงเราจะเอาอะไรไปสู้กับคนอื่น
Q : การยุบสภาถือเป็นทางออกที่เหมาะสม?
A : ทางออกเวลานี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่ายุบสภา ไม่ยุบสภา หรือลาออกไม่ลาออก แต่ต้องมีกรอบกติกาที่ทุกคนสามารถทำงานร่วมกันได้และต้องมีลักษณะของจิตที่ไม่ลุกขึ้นมาเผาบ้านเผาเมือง ทำตัวให้ผู้น้อยสามารถพึ่งพิงได้ แต่ปัจจุบันจะพึ่งพิงกติกาก็ไม่มีกติกา จะพึ่งพิงผู้ใหญ่ก็พึ่งพิงไม่ได้ ดังนั้น จึงไม่เกี่ยวยุบไม่ยุบ ออกไม่ออก แต่อยู่ที่สภาวะจิตของผู้ใหญ่ที่จะต้องช่วยแสดงออกให้เห็นหน่อยว่า “ฉันรักประเทศไทย”







