
ปชป.ซัด"ปู"ตั้งพวกพ้องคุมรัฐวิสาหกิจ
ปชป.ซัด ปู ตั้งคนเครือชินวัตรคุมรัฐวิสาหกิจ หวั่น ผลประโยชน์ทับซ้อนจัดการที่ดินรัฐ ด้าน"กิตติรัตน์"โต้ ชินวัตรขายหุ้นชินคอร์ปทิ้งหมดแล้ว
ปชป.ซัด ปู ตั้งคนเครือชินวัตรคุมรัฐวิสาหกิจ หวั่น ผลประโยชน์ทับซ้อนจัดการที่ดินรัฐ ด้าน"กิตติรัตน์"โต้ ชินวัตรขายหุ้นชินคอร์ปทิ้งหมดแล้ว
การประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ในช่วงบ่ายเป็นไปอย่างเข้มข้น เมื่อสส.พรรคประชาธิปัตย์ ได้อภิปรายโจมตีถึงความไม่โปร่งใสเกี่ยวกับการแต่งตั้งบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งคณะกรรมการในรัฐวิสาหกิจของรัฐ
นายจุติ ไกฤกษ์ สส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า รัฐวิสาหกิจของประเทศไทยมีจำนวนมาก แต่มีรัฐวิสาหกิจอยู่ 3 กิจการที่มีการแต่งตั้งกรรมการไม่โปร่งใส่ ได้แก่ โทรคมนาคม พลังงาน และธนาคาร เพราะพบว่ามีการตั้งอดีตนายทหารที่เป็นเตรียมทหารรุ่น 10รุ่นเดียวกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และบุคคลที่เคยผ่านการบริหารบริษัทในเครือชินคอร์ปเข้าไปเป็นกรรมการจำนวนมาก
"ที่สำคัญยังมีกลุ่มบุคคลอื่นๆที่เข้าไปมีตำแหน่งด้วย อย่างกลุ่มนักกฎหมายของครอบครัวชินวัตร กลุ่มอดีตข้าราชการที่ใกล้ชิดกับรัฐบาล รวมไปถึงอดีตสส.และผู้สมัครสส.ของพรรคเพื่อไทย จึงถือเป็นพฤติกรรมที่การแจกจ่ายตำแหน่ง" นายจุติ กล่าว
นายจุติ กล่าวว่า อย่างในกรณีของบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ดังจะเห็นได้จากการแต่งตั้งนายจุลสิงห์ วสันต์สิงห์ ซึ่งเคยเป็นอัยการสูงสุดที่ไม่สั่งฟ้องคดีการหลีกเลี่ยงภาษีของครอบครัวชินวัตรต่อศาลฎีกา นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ที่เคยดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และปัจจุบันยังดำรงตำแหน่งกรรมการอิสระในธนาคารกรุงไทยด้วย เช่นเดียวกับ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ที่มีนางอาภัททรา ศฤงคารินกุล เข้ามาเป็นหนึ่งในคณะกรรมการของธนาคาร โดยในอดีตเคยเป็นผู้บริหารบริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือชินคอร์ป
นายจุติ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่สำคัญที่สุด คือ การที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้สั่งมายังรองนายกรัฐมนตรีที่เป็นอดีตอธิบดีมหาวิทยาลัยชินวัตรไปดูทรัพย์สินของรัฐวิสาหกิจ 56 แห่งว่าจะมีที่ไหนบ้างที่สามารถสร้างประโยชน์ให้กับรัฐได้ ซึ่งไม่เข้าใจว่าทำไมนายกฯที่เคยเป็นอดีตผู้บริหารบริษัทอสังหาริมทรัพย์ถึงได้สนใจเรื่องนี้ ในด้านหนึ่งคิดว่าเรื่องนี้นายกฯมีวิสัยทัศน์แต่เป็นวิสัยทัศน์เพื่อพวกพ้องหรือเพื่อประชาชน
สำหรับที่ดินของรัฐวิสาหกิจที่มีสำรวจประกอบด้วย 1.ที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทยที่มักกะสัน 498 ไร่มูลค่า 4 แสนล้านบาท และสถานีแม่น้ำช่องนนทรี 270 ไร่ 2.ที่ดินของอสมท.ที่ห้วยขวาง 50 ไร่ มูลค่า 2 พันล้านบาท ซึ่งปัจจุบันอสมท.มีนายสุธรรม แสงประทุม อดีตสส.พรรคไทยรักไทย เป็นประธาน และเตรียมสร้างอาคารสูง 59 ชั้นพื้นที่ที่ใช้สอย 3 หมื่นตารางเมตร
3.องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ บริเวณสรรพาวุธ เขตบางนา 131 ไร่ มูลค่า 2 พันล้านบาท มีส่วนดีคือ สร้างอาคารสูงขนาดใหญ่ได้เป็นพิเศษ 4.ที่ดินของอู่ต่อเรือกรุงเทพ ของกองทัพเรือ เขตยานนาวา 5.ที่ดินการท่าเรือแห่งประเทศไทย บริเวณคลองเตย 6.ที่ดินรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน ศูนย์ซ่อมบำรุง พระราม 9 ประมาณ 1 พันไร่
"การท่าเรือแห่งประเทศไทยมีพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เป็นประธาน ซึ่งนอกจากจะมีวันนี้เพราะพี่ให้แล้วยังมีวันนี้เพราะน้องของพี่ให้เช่นกัน เพราะคณะรัฐมนตรีชุดนี้เป็นคนแต่งตั้ง ส่วนการรถไฟแห่งประเทศไทยก็มีนายประภัสร์ จงสงวน อดีตผู้สมัครกทม.ของพรรคเพื่อไทยมาเป็นผู้ว่าฯ ทุกอย่างผมเกรงเรื่อผลประโยชน์ทับซ้อน"นายจุติกล่าว
ด้าน นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง กล่าวว่า การบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ของรัฐวิสาหกิจสามารถให้คณะกรรมการของรัฐวิสาหกิจแต่ละแห่งดำเนินการได้ภายในกรอบของรัฐวิสาหกิจแต่ละแห่ง แต่ถ้ามีมูลค่าเกินกว่าที่คณะกรรมการกำหนดอาจจะต้องส่งให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา ซึ่งการเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณามีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยกลั่นกรองและให้เกิดความรอบคอบ เพราะมิฉะนั้นแล้วรัฐวิสาหกิจจะให้ความสำคัญเฉพาะการบริหารอสังหาริมทรัพย์จนกระทบต่อการทำหน้าที่ อย่างไรก็ตาม ผลประกอบของรัฐวิสาหกิจในช่วงรัฐบาลชุดนี้มีมูลค่าเกิน1 แสนล้านบาทมาตลอด ซึ่งมากกว่ารัฐบาลที่ผ่านมา
"กลุ่มบริษัทชินคอร์ปอเรชั่นจำกัด (มหาชน) เท่าที่ผมทราบครอบครัวของนายกฯและสมาชิกครอบครัวได้ขายหุ้นไปแล้ว และการเป็นอดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยชินวัตรคงไม่ได้ทำให้เป็นรัฐมนตรีคลังทุกคน
นางเบญจา หลุยเจริญ รมช.คลัง กล่าวว่า การแต่งตั้งบุคคลเข้าไปดำรงบุคคลดำรงตำแหน่งกรรมการรัฐวิสาหกิจในกิจการโทรคมนาคจะต้องเป็นไปตามมติของผู้ถือหุ้น เนื่องจากรัฐวิสาหกิจดังกล่าวมีสถานะเป็นบริษัทมหาชนแล้ว เช่นเดียวกับกลุ่มพลังงานที่เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ดังนั้น การแต่งตั้งกรรมการจะต้องเป็นไปตามผู้ถือหุ้นเช่นกัน ส่วนกรณีของธนาคารกรุงไทยนั้นก็ถือว่าเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ทำให้การแต่งตั้งกรรมการต้องเป็นไปตามผู้ถือหุ้นเช่นกันและจะต้องผ่านการอนุมัติและการตรวจสอบของธนาคารแห่งประเทศไทยด้วย







