posttoday
อุปกรณ์คู่กายม็อบยุคใหม่

อุปกรณ์คู่กายม็อบยุคใหม่

27 พฤศจิกายน 2556

หนังสือพิมพ์วอลสตรีท เจอร์นัล จากสหรัฐ รายงานเมื่อวันที่ 26 พ.ย.ว่า กลุ่มผู้ประท้วงการเมืองในไทย ได้เริ่มหันมานิยมการแสดงออกผ่านทางการใช้เสียง ไม่ว่าจะเป็นการใช้นกหวีด อุปกรณ์มือตบ ไปจนถึงเท้าตบ มากกว่าการชูป้ายหรือแสดงสัญลักษณ์เหมือนเช่นการชุมนุมประท้วงในที่อื่นๆ

หนังสือพิมพ์วอลสตรีท เจอร์นัล จากสหรัฐ รายงานเมื่อวันที่ 26 พ.ย.ว่า กลุ่มผู้ประท้วงการเมืองในไทย ได้เริ่มหันมานิยมการแสดงออกผ่านทางการใช้เสียง ไม่ว่าจะเป็นการใช้นกหวีด อุปกรณ์มือตบ ไปจนถึงเท้าตบ มากกว่าการชูป้ายหรือแสดงสัญลักษณ์เหมือนเช่นการชุมนุมประท้วงในที่อื่นๆ

สื่อสิ่งพิมพ์ชื่อดัง ระบุต่อว่า การใช้อุปกรณ์เสริมที่ช่วยส่งเสียงดัง เช่น มือตบพลาสติก และนกหวีด กำลังเป็นที่นิยมในหมู่ผู้ประท้วงขับไล่รัฐบาลไทยและต่อต้าน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย ขณะที่กลุ่มคนเสื้อแดง ผู้สนับสนุนรัฐบาล ก็นิยมใช้อุปกรณ์เท้าพลาสติกตบ ไปจนถึงแตรเป่าขนาดเล็ก

ทั้งนี้ การใช้อุปกรณ์ส่งเสียงดังเพื่อวัตถุประสงค์การประท้วงทางการเมือง มีขึ้นเป็นครั้งแรกในปี 2008 โดยกลุ่มคนต่อต้านทักษิณ หรือกลุ่มคนเสื้อเหลือง เพื่อขับไล่รัฐบาลของพรรคพลังประชาชน ซึ่งเป็นพรรคที่อยู่ในการควบคุมของทักษิณในเวลานั้น

“นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา กลวิธีการใช้อุปกรณ์ ซึ่งค่อนข้างสร้างความรำคาญ ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของการต่อต้านรัฐบาลที่นำโดยนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ของไทย น้องสาวของ ทักษิณ และวิธีนี้ได้ลุกลามระบาดเป็นไฟลามทุ่งไปแล้ว” วอลสตรีท เจอร์นัล ระบุ

นอกจากนี้ การใช้นกหวีดเพื่อเป็นสัญลักษณ์การต่อต้านรัฐบาลปัจจุบัน ได้รับการริเริ่มโดยสมาชิกพรรคฝ่ายค้านประชาธิปัตย์ เพื่อต่อต้านการออกกฎหมาย พ.ร.บ.นิรโทษกรรมแบบเหมาเข่ง ส่งผลให้ยอดขายนกหวีดดังกล่าวพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากได้กลายมาเป็นอุปกรณ์ที่กลุ่มผู้ต้องการประท้วงและต่อต้านรัฐบาลต้องมีเสียแล้ว

ไม่เพียงแต่กลุ่มคนต่อต้านรัฐบาลทักษิณเท่านั้นที่รับวิธีดังกล่าวไปใช้ เนื่องจากกลุ่มคนเสื้อแดง ที่ประกาศตัวหนุนหลังทักษิณและรัฐบาลปัจจุบันอย่างชัดแจ้งเอง ก็นิยมใช้อุปกรณ์รูปเท้าที่ตบเข้าหากันได้เช่นกัน

วันเดียวกัน เว็บไซต์ข่าวดิจิตอล ควาซ์ส รายงานว่า การที่สื่อสิ่งพิมพ์ไทยเริ่มหันมานิยมใช้หุ่นยนต์ที่สามารถบังคับให้บินถ่ายภาพจากมุมสูงได้ หรือโดรนรูปแบบหนึ่งนั้น เป็นสิ่งที่สร้างความแปลกประหลาดใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากที่ผ่านมาสื่อในไทยมักจะล้าหลังในเรื่องของเทคโนโลยีที่ทันสมัย เมื่อเทียบกับสำนักข่าวจากต่างประเทศ โดยเฉพาะสื่อจากตะวันตก

“การใช้โดรนถ่ายภาพจากมุมสูง เป็นที่ใช้กันอย่างแพร่หลายแล้วในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นวงการสื่อ หรือด้านการวิจัย” ควาซ์ส ระบุ

นอกจากนี้ ความแปลกใหม่ในการใช้เทคโนโลยีถ่ายภาพโดยใช้หุ่นยนต์โดรน ยังเป็นการสะท้อนถึงการใช้กฎหมายควบคุมการนำเสนอของสื่อมวลชนโดยรัฐบาลอีกด้วย

ปัจจุบัน ดัชนีเสรีภาพสื่อโลก ปี 2013 จัดทำโดยองค์กรนักข่าวไร้พรมแดน ระบุให้ไทยอยู่ในลำดับที่ 135 จากทั้งหมด 179 ประเทศ ซึ่งถือว่ามีคะแนนตามหลังประเทศอย่างซิมบับเว ลิเบีย และแองโกลา

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง