คปท.นำม็อบยึดกระทรวงต่างประเทศ
คปท.นำผู้ชุมนุมเคลื่อนขบวนเข้ายึดกระทรวงต่างประเทศ แต่ยังปักหลักชุมนุมอยู่ลานด้านหน้าไม่เข้าไปในตัวอาคาร "สุริยะใส" ลั่นพร้อมวัดใจกับรัฐบาล
คปท.นำผู้ชุมนุมเคลื่อนขบวนเข้ายึดกระทรวงต่างประเทศ แต่ยังปักหลักชุมนุมอยู่ลานด้านหน้าไม่เข้าไปในตัวอาคาร "สุริยะใส" ลั่นพร้อมวัดใจกับรัฐบาล
เมื่อวันที่ 25 พ.ย. เวลา 17.00 น. คณะแกนนำกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) นำโดยนายอุทัย ยอดมณี ผู้ประสานงาน คปท. และ นายนิติธร ล้ำเหลือ ที่ปรึกษา คปท.ได้ขึ้นประกาศบนเวทีปราศรัย ที่บริเวณ แยกนางเลิ้ง ต่อผู้ชุมนุม โดยอ้างว่า จะพามวลชนไปร่วมชุมนุมกับ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำกลุ่มประชาชนต่อต้านร่างกฎหมายนิรโทษกรรม ที่กระทรวงการคลัง
ต่อมาได้มีการตั้งขบวนที่แยกนางเลิ้งโดยมีมวลชนร่วมกว่า 1,000 คนและได้เคลื่อนขบวนออกจากบริเวณดังกล่าว
อย่างไรก็ตามเมื่อขบวนผู้ชุมนุม เคลื่อนมาถึงแยกเสาวณี ถนนสวรรคโลก กลุ่มแกนนำ คปท. ได้ประกาศให้มวลชนเลี้ยวขวาที่แยกดังกล่าวมาปิดล้อมกระทรวงการต่างประเทศ และเมื่อมาเคลื่อนขบวนมาถึงได้นำมวลชนเข้าเรียกร้องมห้ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย กระทรวงต่างประเทศเปิดประตูกระทรวงให้มวลชนเข้ามาปักหลักชุมนุมบริเวณ ลานอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการฯ โดยระบุว่า จะเข้ามาตรวจสอบการทำงานของกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมทั้งประกาศให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่รักษาการภายในกระทรวงการต่างประเทศออกจากพื้นที่ให้หมด
ด้านนายสุริยะใส กตะศิลา แกนนำภาคีเครือข่ายประชาชน 77 จังหวัด กล่าวว่า การที่ผู้ชุมนุมทั้ง 3 กลุ่มตัดสินใจยึดกระทรวงการคลัง กระทรวงการต่างประเทศ และกรมประชาสัมพันธ์ในขณะนี้เป็นเพราะภาคประชาชนไม่มีทางเลือกแล้ว และนี่เป็นข้อตกลงร่วมกันของทั้ง 3 เวที เพื่อจะวัดใจกับรัฐบาล หากรัฐบาลไม่ยอมลาออกหรือยุบสภา ก็อาจจะมีการสั่งใช้กำลังสลายการชุมนุม ซึ่งถ้าถึงวันดังกล่าวก็อาจเกิดการนองเลือดและเป็นการเดิมพันครั้งสุดท้ายของแกนนำทั้ง 3 เวทีว่ากองทัพจะอยู่ข้างประชาชนหรือตระกูลชินวัตร อย่างไรก็ตามหากแพ้การต่อสู้ในครั้งนี้แพ้ ก็ต้องยอมรับความเป็นกบฏ







