posttoday
ถ้าไม่ทำก็ออกไปคนไทยไม่ใช่เหยื่อแห่งอำนาจ

ถ้าไม่ทำก็ออกไปคนไทยไม่ใช่เหยื่อแห่งอำนาจ

03 พฤษภาคม 2553

...สมผล ตระกูลรุ่ง

เหตุการณ์เสื้อแดงบุกโรงพยาบาลจุฬาฯ และภาพการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย เป็นภาพที่สะเทือนใจคนไทย (ที่ไม่ใช่สีแดง) อย่างยิ่ง เป็นความอัปยศที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดขึ้นบนผืนแผ่นดินไทย โดยเฉพาะชาวพุทธ ยิ่งสะเทือนใจเมื่อสมเด็จพระสังฆราชก็ต้องเสด็จย้ายไปโรงพยาบาลศิริราช

เหตุการณ์นี้ คนหน้าเหลี่ยมสัญชาติมอนเตเนโกร ที่ปรึกษาเขมรคงติดตามดูอยู่ อยากรู้จังเลยว่า เขาคิดอย่างไร กำลังสะใจกับความเละที่เกิดขึ้นตามที่เขาต้องการ หรือกำลังชื่นชมคนเสื้อแดงนักสู้ผู้ยิ่งใหญ่ของเขา หรือกำลังเตรียมบทเศร้าไว้เล่าเรื่องหลอกลวงผู้คนต่อไป

ยังไม่นับรวมกับเหตุการณ์คนเสื้อแดงปิดถนนตรวจรถทุกคัน จับกุมตัวตำรวจทหาร ยึดสถานีรถไฟ ยึดอาวุธของตำรวจทหาร นึกจะทำอะไรก็ทำโดยรัฐบาลไม่ทำอะไรเลย

ความเลวร้ายที่เกิดขึ้น ผมไม่ตำหนิคนเสื้อแดง เพราะเขาทำตามหน้าที่ ทำตามคำสั่งจึงไม่สมควรตำหนิ แต่พฤติการณ์เยี่ยงนี้ ต้องช่วยกันด่าและสาปแช่ง คนที่ควรถูกตำหนิคือรัฐบาล คือคุณอภิสิทธิ์ ในฐานะนายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงษ์ ชายชาติทหาร ผู้นำกองทัพ ซึ่งมีหน้าที่โดยตรง มีอำนาจ มีเครื่องมือพร้อม แต่ไม่ทำ หรือไม่กล้าทำ หรือไม่มีฝีมือที่จะทำ ก็แล้วแต่

คุณอภิสิทธิ์กับ พล.อ.อนุพงษ์ กำลังคิดอะไรอยู่ ต้องการเล่นบทพระเอกที่ไม่ต้องการเปื้อนเลือด ต้องการภาพที่ปราบปรามผู้ก่อการร้ายโดยผู้ชุมนุมอื่นไม่ได้รับบาดเจ็บ

ทั้งสองท่านลืมไปแล้วหรือว่า บทบาทพระเอกในวันนี้ ไม่ใช่นิยายรักโรแมนติกประเภท ยอดชีวันฉันรักเธอแต่มันเป็นนิยายโหดเหี้ยมอำมหิตนักเลงปนชั่ว (นปช.) พระเอกจะมัวจีบปากจีบคอพูดได้อย่างไร

สถานการณ์วันนี้ ไม่ใช่การชุมนุมตามระบอบประชาธิปไตย แต่เป็นภาวะสงคราม ถ้านายพลผู้นำกองทัพยังหน่อมแน้ม ทำตัวเป็นนักประชาธิปไตย ไม่กล้าเผชิญกับปัญหา ย่อมไม่สามารถแก้ไขสถานการณ์ได้ ผมไม่ได้พูดเองว่า ภาวะสงคราม แต่คนเสื้อแดงเขาประกาศตั้งแต่แรกแล้วว่า เป็นสงครามชนชั้น เป็นสงครามไพร่ขับไล่อำมาตย์ แล้วดูการตั้งค่ายคูประตูหอรบซิครับ ถ้าไม่ใช่สงครามแล้วจะเรียกว่าอะไร

สิ่งที่คนไทยส่วนใหญ่ได้รับจากรัฐบาลคือคำปลอบใจ คำพูดที่ดูดี คำร้องขอความเห็นใจ ให้คนไทยอดทน พอเห็นหน้าคุณอภิสิทธิ์ คุณสุเทพ พ.อ.สรรเสริญ ออกโทรทัศน์ ประชาชนเดาได้เลยว่า จะได้ยินคำพูด

รัฐบาลเห็นใจและเข้าใจดีถึงความอึดอัดของประชาชน

รัฐบาลต้องรักษาชีวิตผู้ชุมนุมที่ไม่ใช่ผู้ก่อการร้าย

รัฐบาลกำลังรอเวลาที่เหมาะสมเพื่อขอพื้นที่คืน

ถ้ารัฐบาลลุยเข้าสลายการชุมนุม จะเกิดการสูญเสีย มีผู้คนล้มตาย

หยุดพูดได้แล้วครับ เลิกอ้อนได้แล้วครับ เหตุผลต่างๆ เหล่านี้ ไม่ต้องรอให้เกียรตินิยมจากออกซฟอร์ดมาพูดมาอธิบายหรอกครับ เด็กนักเรียนบ้านหนองหมาว้อก็เข้าใจดี

ถ้าต้องรอให้ถึงเวลาที่เหมาะสม พวกท่านคงไม่ต้องทำอะไรแล้ว เพราะกว่าถั่วจะสุก งาก็ไหม้ไปหมดแล้ว จะต้องรอให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์ ตายอีกเท่าไร ต้องให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่บาดเจ็บล้มตายอีกกี่คน และต้องให้ผู้ประกอบการต้องปิดกิจการให้หมดก่อนหรือ จึงจะถึงเวลาที่เหมาะสม

ท่านปกป้องผู้ชุมนุมที่ไม่มีอาวุธ ซึ่งสมัครใจเข้าไปอยู่ในพื้นที่ชุมนุม แล้วชีวิตคนที่ไม่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้ง คนที่ทำมาหากินอยู่ดีๆ ชีวิตทหารตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งอยู่ละครับ ทั้งคุณอภิสิทธิ์และพล.อ.อนุพงษ์ จะปกป้องพวกเขาอย่างไร จะรับผิดชอบกับพวกเขาอย่างไร

ชีวิตของผู้เข้าร่วมชุมนุม กับชีวิตของผู้คนที่ทำมาหากินปกติซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับฝ่ายใด ทั้งคุณอภิสิทธิ์และพล.อ.อนุพงษ์ ช่วยตอบด้วยว่า ชีวิตใครที่สมควรได้รับการปกป้องคุ้มครองมากกว่ากัน

อย่าแก้ปัญหาเพียงคำพูดที่สวยหรู ซื้อเวลาไปวันๆ สมองมีไว้คิด ไม่ใช่มีไว้เพื่อเติมเต็มกะโหลกเท่านั้น ท่านจึงต้องคิดคิดหาทางแก้ปัญหาให้ได้ เพราะท่านมีหน้าที่ ซึ่งไม่มีใครบังคับให้ท่านมาดำรงตำแหน่งนี้ ท่านอาสาเข้ามารับหน้าที่ให้กับบ้านเมืองเอง

ปัญหาในวันนี้ก็เหมือนมะเร็งร้าย วิธีการรักษามะเร็งของคุณอภิสิทธิ์และพล.อ.อนุพงษ์ กำลังใช้วิธีสุภาพบุรุษ ด้วยการพูดกับมะเร็งดีๆ ว่า คุณมะเร็งครับ กรุณาออกไปเถอะครับ แล้วก็เป่า 7 ขั้นตอน 4 ครั้งหลังอาหารและก่อนเข้านอน

ทั้งคุณอภิสิทธิ์และพล.อ.อนุพงษ์ กำลังใช้ชีวิตของผู้บริสุทธิ์ รักษาเก้าอี้ของตนเอง ซึ่งไม่ต่างจากคุณทักษิณใช้ครอบครัวและคนเสื้อแดงปกป้องตนเอง

ถ้าวันนี้ คนหน้าเหลี่ยม ที่ปรึกษารัฐบาลเขมร เดินนำหน้าร้องเพลงมาร์ชเข้าประเทศไทย โดยมีเด็ก สตรีและคนชรา ล้อมรอบเป็นกำแพงชั้นนอก ภายในมีกองกำลังติดอาวุธ ทั้งคุณอภิสิทธิ์และพล.อ.อนุพงษ์ จะทำอย่างไร จะต้องแยกปลาดีออกก่อนหรือเปล่า จะยังเป็นสุภาพบุรุษปกป้องผู้ไม่มีอาวุธอยู่อีกหรือไม่ หรือจะรอให้กองกำลังบุกเข้าถึงพระบรมมหาราชวัง

ตรรกทั้งสองเรื่อง มีคำตอบเดียวกัน

ถ้าคุณอภิสิทธิ์ทำไม่ได้ หรือไม่กล้าทำ หรือไม่อยากทำหรือตำรวจทั้งสำนักงานมีแต่ตำรวจมะเขือเทศ ทหารทั้งกองทัพมีแต่ทหารแตงโม แล้วคุณอภิสิทธิ์ พล.อ.อนุพงษ์ แก้ปัญหาไม่ได้ ก็อย่าขืนนั่งเก้าอีตัวนี้อีกเลย

คุณอภิสิทธิ์ขอโอกาสประชาชนในการแก้ไขสถานการณ์ ซึ่งคนเขาให้โอกาสมานานแล้ว ลองนับนิ้วดูซิครับว่า มันนานแค่ไหนแล้ว ถ้านิ้วมือคุณอภิสิทธิ์ไม่พอนับ ผมยินดีให้ยืมนิ้วของผมไปนับต่อ จะต้องให้คนบริสุทธิ์พลีชีพค้ำตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกกี่ศพครับ

ภาวะผู้นำเป็นสิ่งสำคัญ วันนี้ทั้งผู้นำรัฐบาลและผู้นำกองทัพ หมดสภาพผู้นำแล้ว

เด็กชายมาร์ค กลับไปอยู่กับครอบครัวให้สบายอุรา น้าป๊อกก็กลับไปเลี้ยงหลานอยู่ที่บ้านเถอะ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท