posttoday
การกลายพันธุ์ของ"คอร์รัปชั่น"

การกลายพันธุ์ของ"คอร์รัปชั่น"

25 พฤศจิกายน 2556

ประเทศไทยขณะนี้กำลังเผชิญหน้ากับวิกฤต (Crisis) ในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตดั้งเดิมที่เกิดขึ้นจากเศรษฐกิจโลก (Global Economic Crisis) ที่ส่งผลต่อการชะลอตัวในภาคการส่งออก และส่งผลต่อการขยายตัวที่ช้าของเศรษฐกิจโดยรวม วิกฤตเงินเฟ้อ (Inflation Crisis) ที่เกิดจากทั้งการดำเนินนโยบายที่บิดเบือนอย่างเร่งรีบ อย่างการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท อันทำให้ภาคเอกชนปรับตัวไม่ทัน ประชาชนทั่วไปที่หาเช้ากินค่ำเอง ไม่สามารถหาเงินได้ทันกับข้าวของที่ราคาสูงขึ้น วิกฤตหนี้สาธารณะ (Public Debt Crisis) ซึ่งมีแนวโน้มที่จะทวีความรุนแรงขึ้นจากนโยบายรายจ่ายภาครัฐที่ได้รับการโต้แย้งจากนักวิชาการจำนวนมาก อย่างนโยบายรับจำนำข้าวและพระราชบัญญัติเงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ก็น่าจะเป็นอีกนโยบายหนึ่งที่จะสร้างภาระหนี้สินของประเทศในอนาคต นอกจากนี้ประเทศไทยเองยังต้องประสบกับปัญหาวิกฤตการทางการเมือง (Political Crisis) อันส่งผลทำให้คนไทยเกิดการแตกแยก ขัดแย้งทางความคิด และการทะเลาะเบาะแว้งอย่างไม่เคยประสบมาก่อน

ประเทศไทยขณะนี้กำลังเผชิญหน้ากับวิกฤต (Crisis) ในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตดั้งเดิมที่เกิดขึ้นจากเศรษฐกิจโลก (Global Economic Crisis) ที่ส่งผลต่อการชะลอตัวในภาคการส่งออก และส่งผลต่อการขยายตัวที่ช้าของเศรษฐกิจโดยรวม วิกฤตเงินเฟ้อ (Inflation Crisis) ที่เกิดจากทั้งการดำเนินนโยบายที่บิดเบือนอย่างเร่งรีบ อย่างการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท อันทำให้ภาคเอกชนปรับตัวไม่ทัน ประชาชนทั่วไปที่หาเช้ากินค่ำเอง ไม่สามารถหาเงินได้ทันกับข้าวของที่ราคาสูงขึ้น วิกฤตหนี้สาธารณะ (Public Debt Crisis) ซึ่งมีแนวโน้มที่จะทวีความรุนแรงขึ้นจากนโยบายรายจ่ายภาครัฐที่ได้รับการโต้แย้งจากนักวิชาการจำนวนมาก อย่างนโยบายรับจำนำข้าวและพระราชบัญญัติเงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ก็น่าจะเป็นอีกนโยบายหนึ่งที่จะสร้างภาระหนี้สินของประเทศในอนาคต นอกจากนี้ประเทศไทยเองยังต้องประสบกับปัญหาวิกฤตการทางการเมือง (Political Crisis) อันส่งผลทำให้คนไทยเกิดการแตกแยก ขัดแย้งทางความคิด และการทะเลาะเบาะแว้งอย่างไม่เคยประสบมาก่อน

ถ้ามองดีๆ มองลึกๆ ก็จะรู้ว่าทุกปัญหาในประเทศไทยมันมีสาเหตุเดียวกันคือ “การคอร์รัปชั่น” ซึ่งเป็นคำที่เราไม่มีคำแปลตรงตัวเสียทีเดียว เพราะวัฒนธรรมไทยในอดีตไม่มีมโนทัศน์เรื่องคอร์รัปชั่น และคอร์รัปชั่นในประเทศไทยเราเองก็เกิดการแปรรูปไปมาก จนกระทั่งฝรั่งเองยังบัญญัติศัพท์ตามภาษาไทยแทบไม่ทัน ยกตัวอย่างเช่น ในสมัยก่อนคอร์รัปชั่นจะอยู่ในรูปแบบง่ายๆ ในลักษณะของการเสียค่า “แป๊ะเจี๊ยะ” ซึ่งเป็นภาษาจีนแต้จิ๋ว หมายถึง เงินพิเศษ สินบน เงินกินเปล่า หรือเงินใต้โต๊ะที่จ่ายให้กับหน่วยงานราชการหรือเอกชน เพื่ออำนวยประโยชน์หรือสิทธิพิเศษในการดำเนินงาน เช่น พ่อแม่จ่ายแป๊ะเจี๊ยะให้ลูกของตนได้เข้าเรียนในโรงเรียนที่มีชื่อเสียง หรือภาคเอกชนยินดีจ่ายค่าน้ำร้อนน้ำชาให้กับหน่วยงานรัฐ เพื่อให้ได้รับความสะดวกสบายในการดำเนินธุรกิจ

หรือในบางครั้งภาครัฐอาจดำเนินการคอร์รัปชั่นในลักษณะของการเสีย “ค่าโง่” ในการดำเนินโครงการที่เอื้อประโยชน์กับเอกชนและผู้ร่วมขบวนการคอร์รัปชั่นที่อาจมีเจ้าหน้าที่รัฐร่วมด้วย จนไปถึงวัฒนธรรมคอร์รัปชั่นแบบ “กินตามน้ำ” หรือการรับผลประโยชน์หรือของสมนาคุณที่เจ้านายหรือผู้มีอำนาจชั้นผู้ใหญ่จัดสรรมาให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาที่ไม่ได้มีท่าทีปฏิเสธแต่อย่างใด

เจ้าตัวคอร์รัปชั่นนี้ได้รับการกลายพันธุ์ครั้งใหญ่ จนเราถึงขั้นต้องบัญญัติคำศัพท์เพิ่มเติมอย่างเช่น “คอร์รัปชั่นเชิงนโยบาย” อันหมายถึง การที่ผู้มีอำนาจได้กำหนดนโยบายที่มีจุดมุ่งหมายซ่อนเร้นที่จะแสวงหาผลประโยชน์จากนโยบายดังกล่าว และมอบหมายให้ข้าราชการฝ่ายประจำไปดำเนินการจัดทำโครงการเสนอขึ้นมาเพื่ออนุมัติ ซึ่งถือว่าเป็นรูปแบบใหม่ของคอร์รัปชั่นที่มีจุดเริ่มต้นมาจากผู้กำหนดนโยบายที่หวังใช้ช่องว่างทางกฎหมายเพื่อดำเนินการคอร์รัปชั่น ซึ่งรูปแบบการคอร์รัปชั่นแบบนี้เป็นรูปแบบที่ยากต่อการเข้าใจจากประชาชนทั่วไป

จนกระทั่งล่าสุด เจ้าตัวคอร์รัปชั่นที่ทุกฝ่ายต่างเห็นว่าเป็น “ผู้ร้าย” นี้ถึงขั้นเกือบจะสถาปนาตัวเองให้เป็น “พระเอก” ได้จากการที่รัฐบาลได้ประกาศการออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรมแบบสุดซอย ที่ทำให้การคอร์รัปชั่นทั้งหมดดูเหมือนว่าจะเป็นสิ่งที่ถูกต้องไป

จากผลการจัดอันดับดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอร์รัปชั่นประจำปี พ.ศ. 2555 จาก Transparency.org พบว่าประเทศไทยได้ 37 คะแนน จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน อยู่อันดับที่ 88 (ลดลงจากอันดับ 80) จากการจัดอันดับทั้งหมด 176 ประเทศทั่วโลก และอยู่อันดับที่ 11 จาก 21 ประเทศในภูมิภาคเอเชีย โดยในปีนี้ประเทศไทยมีคะแนนเท่ากับประเทศมาลาวี โมร็อกโก ซูรินาเม สวาซิแลนด์ และแซมเบีย

ปัญหารากเหง้าของสังคมไทยทุกวันนี้ คือ ปัญหาคอร์รัปชั่น จนมีคำกล่าวไว้ว่า ประเทศเราสามารถที่จะสร้างถนนทุกสายในประเทศเป็นทองคำได้ ถ้าประเทศเราไม่มีการคอร์รัปชั่น ในความเป็นจริงเราคงไม่สามารถคาดหวังได้ว่านักการเมืองทุกคนจะต้องดีเลิศประเสริฐศรี หรือเก่งกล้าสามารถ แต่เขาเหล่านั้นไม่ควรเห็นว่าคอร์รัปชั่นเป็นเรื่องธรรมดา และให้ความสำคัญกับการมีกระบวนการตรวจสอบ และมีบทลงโทษที่ศักดิ์สิทธิ์จริง

สังคมที่เจริญแล้วทุกสังคม จะรังเกียจการคอร์รัปชั่นอย่างเข้ากระดูก เห็นว่าการคอร์รัปชั่นเป็นเรื่องน่าอับอายและน่ารังเกียจ การคอร์รัปชั่นในการเมืองของประเทศที่เจริญแล้ว คือการฆ่าตัวตายทางการเมืองอย่างสิ้นเชิง แต่สังคมไทยกลับยกย่องคนที่ฐานะ โดยไม่ได้ไปสนใจเลยว่าคนรวยเหล่านั้นได้คอร์รัปชั่นเอาเงินคุณ (ทั้งทางตรงและทางอ้อม) มามากเท่าไรแล้ว

ปัญหาของสังคมไทยไม่ใช่ที่คุณทักษิณ เพราะต่อให้ไม่มีคุณทักษิณ ก็ไม่ได้แปลว่าปัญหาจะหมดไป (จะมีก็แค่เพียงสงบลงบ้าง หรือมีการกระตุกทางด้านความคิดที่แรงหน่อย) ตราบใดที่ปัญหาของคอร์รัปชั่นยังคงอยู่และถูกมองเป็นเรื่องปกติ ดังนั้นถ้าเราจะโทษก็คงโทษใครไม่ได้ นอกจากที่จะ “โทษตัวเราเอง” กับความคุ้นเคยเดิมๆ และจะมีสักกี่คนไหมที่กล้าพูดออกมาเต็มปากเต็มคำเลยว่า “ตั้งแต่เกิดมา...ไม่เคยโกงใคร”

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท