
จี้ยิ่งลักษณ์ ยุบสภา-ลาออก
รสนา โตสิตระกูล สว.กทม. ได้ออกมาเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี ประธานรัฐสภา และรองประธานรัฐสภา ลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบผลคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องที่มา สว.เป็นโมฆะ รวมถึงให้มีการยุบสภาเลือกตั้งใหม่เพื่อคืนอำนาจให้ประชาชน
รสนา โตสิตระกูล สว.กทม. ได้ออกมาเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี ประธานรัฐสภา และรองประธานรัฐสภา ลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบผลคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องที่มา สว.เป็นโมฆะ รวมถึงให้มีการยุบสภาเลือกตั้งใหม่เพื่อคืนอำนาจให้ประชาชน
สว.กทม. กล่าวว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้เป็นเด็ดขาด มีผลผูกพันรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และองค์กรอื่นของรัฐ หากรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และองค์กรอื่นของรัฐ ไม่ประพฤติตนเป็นแบบอย่างในการปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ประชาชนรวมถึงองค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนที่ยึดถือคำวินิจฉัยเด็ดขาดของศาลรัฐธรรมนูญ อาจจะไม่ให้ความไว้วางใจและหมดความเชื่อถือในรัฐาธิปัตย์ จนถึงขั้นขัดขืนคำสั่งของฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร ซึ่งจะก่อให้เกิดความแตกแยกระส่ำระสาย และความขัดแย้งอย่างรุนแรงก็อาจจะเกิดลุกลามบานปลาย กลายเป็นสภาพการเมืองที่ล้มเหลวได้
ดังนั้น หัวหน้ารัฐบาล ประธานฝ่ายนิติบัญญัติ และองค์กรการเมืองทั้งหลาย ต้องยอมรับและปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และแสดงความรับผิดชอบตามรูปแบบวิธีในระบอบประชาธิปไตย โดยประธานและรองประธานรัฐสภาลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบทางการเมือง หัวหน้าฝ่ายบริหารคือนายกรัฐมนตรี ขอพระราชทานร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญกลับคืนมา และนายกรัฐมนตรีลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบทางการเมืองเหมือนดังอารยประเทศที่ปฏิบัติเป็นปกติ หรือยุบสภาเพื่อให้มีการเลือกตั้งใหม่ตามวิธีในระบอบประชาธิปไตย
ด้าน อดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 กล่าวว่า สถานการณ์การเมืองขณะนี้มีแนวโน้มที่จะนำไปสู่ความรุนแรง เพราะประชาชนไม่สามารถทนได้กับการใช้อำนาจที่เกินขอบเขตของรัฐบาลมาเป็นเวลายาวนาน จนกระทั่งเกิดความต้องการที่จะปฏิรูปประเทศ เชื่อว่าประชาชนคงไม่ถอย และการแสดงความไม่พอใจจะกระจายวงกว้างออกไป
อดุลย์ เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้นำรัฐบาลใช้ช่องทางที่เป็นกระบวนการประชาธิปไตย คือ การลาออกหรือตัดสินใจยุบสภาทันทีที่อภิปรายไม่ไว้วางใจเสร็จสิ้น เพื่อพาบ้านเมืองกลับเข้าสู่การเลือกตั้ง ให้การต่อสู้ทางการเมืองกลับเข้าสู่รูปแบบที่มีกฎ กติกา และที่สำคัญให้ประชาชนได้ตัดสินอนาคตของประเทศ







