
เมื่อเด็กไทยไปไปเซิร์น
องค์การวิจัยนิวเคลียร์ยุโรป หรือเซิร์น เป็นหนึ่งในสถาบันวิจัยทางฟิสิกส์นิวเคลียร์ชั้นนำของโลก
โดย...โยธิน อยู่จงดี
องค์การวิจัยนิวเคลียร์ยุโรป หรือเซิร์น เป็นหนึ่งในสถาบันวิจัยทางฟิสิกส์นิวเคลียร์ชั้นนำของโลกที่นักวิทยาศาสตร์ชั้นหัวกะทิของมนุษยชาติ ไปรวมตัวค้นหาคำตอบของจักรวาลผ่านอนุภาคเล็กๆ และด้วยพระกรุณาธิคุณของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงสนพระทัยในความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของเซิร์น ในหลายวโรกาสได้ทรงมีพระราชดำริว่า หากนักวิทยาศาสตร์ของไทยได้มีโอกาสทำงานวิจัยร่วมกับเซิร์น จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศเป็นอันมาก
ทีมผู้บริหารของเซิร์นและสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน จึงตั้งโครงการความร่วมมือไทยเซิร์น เป็นกิจกรรมที่จัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 4 แล้ว โดยในปี 2556 นี้ ปิยะมาศ บุญประกอบ หรือครูก้อย จากโรงเรียนวัดบวรนิเวศ กรุงเทพมหานคร ภัทราวรรณ พาสุวรรณ หรือน้องปริ่ม จากคณะวิทยาศาสตร์ สาขาวิชาฟิสิกส์ จากมหาวิทยาลัยมหิดล และสาโรช ลี่ดำรงวัฒนากุล หรือน้องเก่ง จากคณะวิทยาศาสตร์ สาขาวิชาฟิสิกส์ จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็น ตัวแทนนักศึกษาไทยเข้าร่วมโปรแกรมภาคฤดูร้อนเซิร์นเป็นเวลา 8 สัปดาห์
น้องปริ่มเล่าถึงช่วงเวลาที่ไปดูงานครั้งนี้ว่า ในช่วงเดือนแรกจะเป็นการเข้าฟังการบรรยายจากนักวิจัยและวิศวกรของเซิร์น แต่ละคนจะได้รับมอบหมายงานคนละ 1 งาน ตามแต่ความสนใจ สิ่งที่ประทับใจที่สุดคือ ประสบการณ์จากการทำงานร่วมกับนักวิจัยระดับแนวหน้าของโลกมากมาย รู้จักทำงานร่วมกับผู้อื่น และการอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีแต่คนทำงาน แต่ไม่มีคนตามงาน นั่นทำให้เราต้องมีระเบียบวินัย รู้จักแบ่งเวลา และรับผิดชอบเพิ่มมากขึ้น
ช่วงเวลาที่เดินทางไปนั้นเป็นช่วงที่เครื่องเร่งอนุภาคหยุดเดินเพื่อปรับปรุงและพัฒนา จึงได้มีโอกาสลงไปใต้ดินเยี่ยมชมเครื่องตรวจวัดต่างๆ น้องเก่งบอกพี่ๆ ว่า ที่สถานีทดลองเครื่องเร่งมีเครื่องตรวจวัดอนุภาคต่างๆ ซึ่งเป็นเครื่องมือวิทยาศาสตร์ที่ใหญ่และซับซ้อนมากๆ นับเป็นประสบการณ์ที่ได้เปิดโลกทัศน์เกี่ยวกับการศึกษาด้านฟิสิกส์อนุภาค และนำมาสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ทุกคนที่สนใจในสาขาวิทยาศาสตร์ มีเจตคติที่ดีต่อวิชาวิทยาศาสตร์ ซึ่งจะส่งผลต่อการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์ของประเทศไทยในอนาคต
แม้ว่าเวลานี้ประเทศไทยจะยังตามหลังนักวิทยาศาสตร์จากยุโรปอยู่มาก แต่สิ่งที่เด็กได้เรียนรู้กลับมาก็คือรากฐานระบบการพัฒนาและแนวคิดทางวิทยาศาสตร์ที่จะนำมาต่อยอดพัฒนาความเจริญก้าวหน้าให้กับประเทศได้ไม่ยาก







