
หัวใจสีเขียวของ แจ็ค จอห์นสัน
พื้นเพเป็นคนจากเกาะฮาวาย สหรัฐ “แจ็ค จอห์นสัน” เริ่มเล่นกีตาร์ตั้งแต่อายุ 14 ปี ทั้งยังฝึกฝนกีฬาเซิร์ฟจนเชี่ยวชำนาญ
โดย...เพ็ญแข สร้อยทอง
พื้นเพเป็นคนจากเกาะฮาวาย สหรัฐ “แจ็ค จอห์นสัน” เริ่มเล่นกีตาร์ตั้งแต่อายุ 14 ปี ทั้งยังฝึกฝนกีฬาเซิร์ฟจนเชี่ยวชำนาญ มีดีกรีเป็นถึงแชมป์ระดับมืออาชีพ เขาเคยสร้างหนังเกี่ยวกับกีฬาเซิร์ฟ ก่อนที่จะหันมาจริงจังกับการเล่นดนตรี บทเพลงแบบ “ฟีลกู๊ด” ของเขา คือ การชื่นชมบูชาต่อโลกและธรรมชาติอย่างชัดแจ้ง
ปัจจุบัน แจ็ค วัย 38 ปี มีสตูดิโออัลบั้มออกมาแล้ว 6 ชุด และ 2 อัลบั้มแสดงสด ขายงานได้มากกว่า 20 ล้านชุด นอกจากให้ความสำราญกับคนฟังเพลงแล้ว ศิลปินหนุ่มผู้นี้ยังได้สละทรัพย์สินส่วนตัวและใช้ชื่อเสียงมาเป็นพลังชักชวนให้แฟนเพลงหันมาใส่ใจเกี่ยวกับโลกและสิ่งแวดล้อม
ที่ผ่านมา แจ็ค จอห์นสัน เลือกแสดงคอนเสิร์ตในสถานที่เล็กๆ เพื่อจะได้ใกล้ชิดแฟนๆ และประหยัดพลังงานมหาศาลที่ใช้ในการจัดงานแต่ละครั้ง ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นคอนเสิร์ตสีเขียว เขายังเป็นหนึ่งในนักดนตรีจำนวนไม่มากนักที่มอบรายได้จากการขายตั๋วชมคอนเสิร์ตให้กับองค์กรกุศลทั่วอเมริกาและยุโรป
เมื่อเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา แจ็คเปิดแสดงคอนเสิร์ต ไลฟ์ อีส กู๊ด เฟสติวัล เพื่อเฉลิมฉลองอัลบั้มใหม่ล่าสุด From Here To Now To You ด้วยการเลือกแสดงในโรงหนังเก่าแก่ทั่วอเมริกาเหนือ โดยนักร้องนักแต่งเพลงคนดังผู้นี้จะมอบผลกำไรทั้งหมดจากโชว์ครั้งนี้ให้กับการกุศล
ทัวร์ครั้งนี้ยังเป็นการโปรโมทแคมเปญชื่อ All At Once เพื่อรณรงค์ให้ผู้คนเปลี่ยนแปลงโลกด้วยการกระทำของแต่ละบุคคล การรณรงค์ปีนี้เน้นไปที่การสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืนของกระบวนการผลิตและบริโภคอาหารในท้องถิ่น รวมทั้งริเริ่มในการลดและเลิกใช้พลาสติกโดยไม่จำเป็น
ทีมงานของแจ็ค กล่าวคำอำลาต่อน้ำขวดแบบใช้ครั้งเดียว และกล่าวสวัสดีกับรถทัวร์ซึ่งใช้ไบโอดีเซลของท้องถิ่น พร้อมรณรงค์ให้แฟนๆ มาชมคอนเสิร์ตโดยขนส่งมวลชน รับประทานอาหารในคอนเสิร์ตซึ่งเป็นผลิตผลจากท้องถิ่นใกล้เคียง แบบสดจากฟาร์มส่งถึงเวที
ศิลปินหนุ่มได้ร่วมกับแบรนด์ Klean Kanteen สร้างความตระหนักและสนับสนุนความคิดริเริ่มเพื่อลดละเลิกการใช้พลาสติก โดยให้บริการภาชนะบรรจุน้ำที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่สำหรับทีมงาน ทั้งยังนำออกขายในงานเพื่อให้ทุกคนนำไปเติมน้ำได้ฟรี ภาชนะบรรจุน้ำนี้ยังมีจำหน่ายออนไลน์เพื่อแฟนๆ ของ แจ็ค จอห์นสัน ทั่วโลก
เกี่ยวกับทัวร์สีเขียว แจ็คเคยให้สัมภาษณ์ไว้ครั้งหนึ่งว่า “มันเป็นกระบวนการที่เป็นไปทีละขั้นทีละตอน เป็นประสบการณ์การเรียนรู้ของผมเอง เกี่ยวกับเรื่องนี้มันมีวิธีมอง 2 มุม คือ ทำให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุดโดยไม่ออกทัวร์เลย แต่ถ้าหากว่าคุณไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เป็นอยู่ในอุตสาหกรรมดนตรีซึ่งคุณกำลังเกี่ยวข้องอยู่ได้ ก็ควรทำอย่างมีความรับผิดชอบ เพราะผมรู้สึกผิดทุกครั้งที่ต้องขึ้นเครื่องบินไปที่โน่นที่นี่ แต่ผมก็ยังรู้สึกสนุก เพราะผมชอบการเดินทางไปในสถานที่ต่างๆ”
แม้แต่ตอนที่ไม่ได้ออกทัวร์ แจ็ค จอห์นสัน ก็ให้การสนับสนุนความคิดและการศึกษาทางด้านสิ่งแวดล้อมมาตลอด ในปี 2003 เขาและ คิม จอห์นสัน ผู้เป็นภรรยา ตั้งมูลนิธิโคคูอาฮาวายและเทศกาลโคคูอา เพื่อสนับสนุนการศึกษาเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมในโรงเรียนและชุมชนทั่วฮาวาย ต่อมาในปี 2004 เขาเข้าเป็นสมาชิกคนที่ 50 ของ 1% For The Planet ซึ่งเป็นองค์กรที่สมาชิกจะมอบรายได้ 1% ของตนเองเพื่อกลับคืนสู่โลก แจ็ค จอห์นสัน มีบ้านและห้องบันทึกเสียงซึ่งใช้พลังงานแสงอาทิตย์ล้วนๆ ในปี 2008 ได้ก่อตั้งมูลนิธิจอห์นสันโอฮานาคาริเทเบิล เพื่อส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกอันยั่งยืนภายในชุมชน มูลนิธิได้สนับสนุนองค์กรซึ่งทำงานเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ศิลปะ และการศึกษาดนตรี โดยแจ็คจะมอบกำไรจากการออกทัวร์ 100% ให้กับมูลนิธิ
ตั้งแต่ปี 2001 เป็นต้นมา แจ็ค จอห์นสัน ได้บริจาคเงินไปแล้วทั้งหมดราว 750 ล้านบาท
ศิลปินหนุ่มผู้นี้ก็เหมือนกับคนอื่นๆ ทั่วโลกที่ยังต้องใช้ทรัพยากรของโลกเพื่อการดำรงชีวิตอยู่ แต่เขาอาจจะต่างจากหลายคนตรงที่ตั้งใจว่า จะใช้ให้น้อย ใช้อย่างรับผิดชอบ และหยิบยื่นคืนให้เท่าที่สามารถจะทำได้







