posttoday
เงินเปรียบอสรพิษ

เงินเปรียบอสรพิษ

24 พฤศจิกายน 2556

เมื่อก่อนวันลอยกระทง มีเพื่อนที่เป็นครูคนหนึ่ง สอนอยู่ที่โรงเรียนประถมศึกษาแห่งหนึ่ง

เมื่อก่อนวันลอยกระทง มีเพื่อนที่เป็นครูคนหนึ่ง สอนอยู่ที่โรงเรียนประถมศึกษาแห่งหนึ่งที่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา โทรศัพท์มาปรับทุกข์กลางดึก

ตอนที่รับโทรศัพท์ ผมก็รู้คิดไว้แล้วว่า น่าจะมีเรื่องด่วนหรือเกิดอะไรขึ้นกับแกแน่ๆ ไม่อย่างนั้นคงไม่โทรมาตอนที่คนเขากำลังหลับกัน

เสียงจากสายคืนนั้น เพื่อนบอกว่า ตอนนี้มีความทุกข์มากผสมอึดอัดใจเป็นที่สุดจนนอนไม่หลับ และทุกข์มาตั้งแต่เมื่อกลางวันแล้ว

ถามว่าเรื่องอะไร...เขาบอกเรื่องเงิน พร้อมรีบอธิบายต่อว่า ไม่ใช่เงินของเขาหรอก แต่เป็น “เงินวัด” ฟังแล้วอึ้งนิดๆ

อ้อ...ลืมบอกไปว่า เพื่อนคนนี้ ด้วยความที่เคยบวชเรียนเขียนอ่านมาพอสมควร ทางชาวบ้านก็พร้อมกันยกตำแหน่ง “มัคนายก” ให้แบบไม่มีคู่แข่ง

เขาเปิดเผยความทุกข์ที่สุมใจตลอดวันยันคืนว่า เขาได้คัดค้านและไม่เห็นด้วยที่กรรมการวัดจะถวายเงินวัดให้กับเจ้าอาวาสเพื่อใช้ส่วนตัวจำนวน 5 หมื่นบาท

เพื่อนผมแย้งกรรมการวัดว่า เงิน 5 หมื่นบาท ไม่ใช่น้อยนะท่าน ถวายไปได้ยังไง และเงินนั้นก็เงินวัด ไม่สมควรที่จะนำไปถวายเป็นการมโหฬารขนาดนั้น

เรื่องของเรื่องอีกนั่นแหละ...ที่มาของเงินนี้คือเป็นเงินจากบุญกฐิน ด้วยมีพระมหารูปหนึ่งจัดบุญกฐินมาทอดที่วัดดังกล่าว ปรากฏว่าเฉพาะเงินจากผู้มีจิตศรัทธาทั่วไปร่วมบริจาคมาได้รวมแล้วทั้งสิ้น 6 แสนบาท

6 แสนบาท เป็นเงินที่มากโข โดยเฉพาะในต่างจังหวัด กว่าจะมี กว่าจะได้มามิใช่จะได้ง่ายๆ

เมื่อทอดกฐินเสร็จ ทางกรรมการวัดได้นำปัจจัยจากเงินกฐินนี้แต่ส่วนน้อยเพื่อถวายพระเณรในวัด ซึ่งก็น่าจะเป็นธรรมดาที่วัดทั้งหลายทำกัน รูปละเท่าไหร่ก็ว่ากันไปตามแต่เห็นสมควร เช่น อาจจะถวายรูปละ 300 500 1,000 เพื่อไว้ใช้ในยามจำเป็น

แต่การทำแบบนี้บางวัดก็ไม่ทำ บางวัดถ้าเป็นความประสงค์ของเจ้าภาพกฐินก็ไม่มีใครว่าเป็นเรื่องที่ทำได้อยู่แล้ว แต่เรื่องที่เพื่อนเล่านี้เกิดเป็นปัญหา เพราะเจ้าอาวาสเป็นฝ่ายมาขอเอง พร้อมระบุจำนวนชัดเจนว่า 5 หมื่นบาท

เบื้องต้นกรรมการวัดมีการตกลงกันว่า จะจัดถวายเจ้าอาวาส 2 หมื่นบาท แต่ยังไม่ทันได้ถวาย เจ้าอาวาสที่เป็นระดับพระครูก็มาบอกกับกรรมการวัดว่า ขอ 5 หมื่นบาท

ฝ่ายกรรมการวัดทั้งหลายพอเจ้าอาวาสท่านขอ 5 หมื่นบาท ก็ไม่ใช่จะปฏิเสธนะ เพราะหลายคนยังออกปากว่า ถ้ากล้าขอ 5 หมื่นบาท ก็กล้าให้

ปรากฏว่า กรรมการมาขอคำปรึกษาจากเพื่อนมัคนายกของผม แล้วเพื่อนก็ตอบกลับว่า...ไม่ได้ ยังไง ก็ไม่ได้ แล้วเสียงคัดค้านก็ถึงหูเจ้าอาวาส

ฝ่ายเจ้าอาวาสก็เดินมาถามเพื่อนมัคนายกผมว่า ทำไมเหรอ...เพื่อนก็เรียนไปว่า มันไม่ได้ดอกท่านหลวงพ่อ มักมากไป จะเอาไปทำอะไรตั้ง 5 หมื่นบาท

“ต้องเข้าใจว่านี่คือเงินวัด ชาวบ้านเขาทำบุญมาเพื่อต้องการให้เอามาสร้างวัด และตอนนี้วัดกำลังดำเนินการก่อสร้างศาลาการเปรียญอยู่”

เพื่อนมัคนายกก็ใช่ย่อยต่อหน้าเจ้าอาวาสและกรรมการวัด พูดไม่พูดเปล่า ขึ้นเสียงซะงั้น “ถ้าขืนถวายมากขนาดนี้ละก็ผมจะไม่ขอทำบุญที่วัดนี้อีกต่อไป”

พูดจบเพื่อนก็ปัดก้นเดินกลับบ้านอย่างไม่สบอารมณ์แล้วก็ไปนั่งคิดนอนคิด แล้วทุกข์ก็รุมจนต้องโทรมาหาผมทำนองปรึกษาว่าที่ตนทำไปนั้นถูกต้อง

ผมก็ตอบพร้อมอธิบายไปว่า ถูกแล้วที่ทำอย่างนั้น จะทุกข์ใจไปใยเล่า เงินวัดก็คือเงินวัด จะมาขอใช้ส่วนตัวอย่างนี้มันไม่ได้ คนขอก็บาป คนให้ก็พลอยบาปด้วย

...เงินเหล่านี้ เป็นเงินที่ชาวบ้านซึ่งเขามีจิตศรัทธาได้ร่วมทำบุญมา โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้นำไปพัฒนาวัด มิใช่ให้เจ้าอาวาสไปใช้ส่วนตัว มันผิดวัตถุประสงค์ของคนทำบุญ

เพื่อนบอกว่า การถวายเงินพระแบบนี้เป็นวิธีปฏิบัติหรือค่านิยมที่ทำมานานในวัดแห่งนี้ และชาวบ้านก็เข้าใจในส่วนนี้ แต่เมื่อตนแย้งจึงเกิดปัญหาขึ้น และทุกวันนี้เจ้าอาวาสไม่ชอบขี้หน้าอย่างแรง (ก็ใช่น่ะสิ)

ผมให้ความเห็นในเชิงให้กำลังใจว่า อย่างน้อยที่ทำอะไรลงไปในครั้งนี้ ก็เป็นการสร้างวัฒนธรรมอันใหม่ขึ้น เพราะถ้าขืนปล่อยให้เป็นอย่างนี้ทุกครั้งไป ไม่ว่า ผ้าป่า ไม่ว่ากฐิน หลวงพ่อก็ขอทุกครั้ง

เรื่องเงินไม่เข้าใครออกใครหรอกครับ และเรื่องแบบนี้ผมว่าน่ามีหลายวัดด้วยสิในประเทศไทยนี้ บางวัดเงินวัดเงินเจ้าอาวาสกระเป๋าเดียวกัน

อยากจะบอกว่าเงินนี่เปรียบเหมือนอสรพิษ ยุ่งกับอสรพิษระวังจะตายเพราะถูกอสรพิษฉกกัดตาย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท