
พลเมืองตื่นแล้ว
ปรากฏการณ์ออกมาชุมนุมของประชาชนจำนวนมาก เพื่อแสดงความคิดเห็นในทางการเมือง
ปรากฏการณ์ออกมาชุมนุมของประชาชนจำนวนมาก เพื่อแสดงความคิดเห็นในทางการเมืองนับตั้งแต่รัฐบาลมีการออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรม จนกระทั่งนำมาสู่การถอนร่างกฎหมายนิรโทษกรรมทุกฉบับ แต่มวลมหาประชาชนยังตรึงกำลังชุมนุมกันต่อมายาวนานร่วม 25 วัน ถือเป็นปฏิกิริยาที่สะท้อนให้เห็นว่าประชาชนคนไทยตื่นตัวในทางการเมืองมากขึ้น
พลังของการเมืองภาคพลเมือง ภาคประชาสังคม จึงออกมาแสดงออกอย่างคับคั่ง เพื่อเรียกร้องให้นักการเมืองออกมารับผิดชอบในการใช้อำนาจในทางที่ผิด ลุแก่อำนาจ หลังจากได้รับโอนสิทธิผ่านการเลือกตั้งไปจากประชาชนผู้เป็นหุ้นส่วนประเทศไทย
ไม่มีใครปฏิเสธการทำหน้าที่ของนักการเมืองในสภาที่ผ่านการเลือกตั้งมาว่ามีหน้าที่ในการออกกฎหมายมาบังคับใช้
แต่ประเด็นที่มวลมหาประชาชนออกมาต่อต้านแสดงความคิดเห็นต่อสาธารณะอย่างมากมายและต่อเนื่อง คือการทำหน้าที่ออกกฎหมายของนักการเมือง พรรคการเมือง นั้นชอบธรรมหรือไม่
ประชาชนผู้เป็นหุ้นส่วนประเทศพิเคราะห์แล้วเห็นว่า อำนาจที่ได้มอบให้นักการเมืองไปนั้น ได้ถูกนักการเมือง พรรคการเมือง นำไปใช้อย่างไม่ถูกไม่ควร จึงออกมาขอยึดคืนสิทธิในอำนาจคืน เฉกเช่นเดียวกันกับผู้ถือหุ้นบริษัทออกมาใช้สิทธิคัดค้านการทำงานของฝ่ายบริหารและคณะกรรมการบริษัท
การถอนกฎหมายที่ได้เสนอไปของนักการเมือง พรรคการเมือง จึงไม่ใช่เรื่องที่จะยุติปัญหา
ยิ่งเมื่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยออกมาว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญในหมวดของที่มา สว.ว่านั้นขัดกับรัฐธรรมนูญหลายมาตรา แต่ประธานรัฐสภา สส. และสมาชิกวุฒิสภา รวมถึงพรรคเพื่อไทย ออกมาประกาศว่าไม่ยอมรับคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ ย่อมสะท้อนถึงพฤติกรรมของนักการเมืองและพรรคการเมืองผู้ที่อาสาเข้ามาบริหารประเทศว่ายังไม่ตื่น หน้ามืดตามัวกระทำการในทุกรูปแบบเพื่อรักษาอำนาจไว้ในมือ
สถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้ จึงเดินเข้าสู่ภาวะคับขันและเข้าสู่ทางตันเข้าไปทุกที เพราะพรรคการเมืองขาดสำนึกที่ดีที่วิญญูชนหรือผู้นำพึงตระหนัก
ในขณะที่ภาคประชาสังคม ภาคพลเมือง นักวิชาการ ออกมาต่อต้านแสดงความคิดเห็นเพื่อนำไปสู่การปฏิรูปการเมืองในประเทศไทย เพื่ออนาคตที่ดีกว่าในวันข้างหน้า พรรคการเมืองทั้งฝ่ายรัฐบาลและพรรคการเมืองในซีกฝ่ายค้านกลับไม่มีใครหน้าไหนออกมาแสดงความคิดเห็น ข้อเสนอแนะเพื่อหาทางออกให้กับประเทศ ทั้งๆ ที่เป็นผู้ประกาศตัวอาสาเข้ามาแก้ปัญหาประเทศ
มวลชนไทยตื่นทั้งหลายจึงควรร่วมกันออกประกาศฉันทามติให้นักการเมือง พรรคการเมืองที่อาสาเข้ามาแก้ปัญหาประเทศให้สำนึกในความรับผิดชอบ รู้ชั่ว รู้ดี เพื่อสร้างบรรทัดฐานการปฏิบัติทางการเมืองที่ดีให้กับประเทศไทย







