
เร่งสร้างสุขภาวะรากหญ้าสู่ชุมชนเข้มแข็ง
เร่งวางยุทธศาสตร์สุขภาวะรากหญ้า ปรับทิศ10ปี สู่ชุมชนเข้มแข็ง
เร่งวางยุทธศาสตร์สุขภาวะรากหญ้า ปรับทิศ10ปี สู่ชุมชนเข้มแข็ง
สมัชชาสุขภาพฯวางยุทธศาสตร์ใหม่หนุนชุมชนเข้มแข็ง หลังพบแนวทางมุ่งเน้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ การลงทุนขนาดใหญที่ขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน และนโยบายประชาสงเคราะห์ เสี่ยงก่อให้เกิดวิกฤตการณ์ทั้งทางด้านสังคม สุขภาพ และสิ่งแวดล้อม พร้อมเดินหน้าสู่การพัฒนาประเทศที่ยั่งยืน
นพ.พลเดช ปิ่นประทีป ประธานคณะอนุกรรมการพัฒนาร่างแผนยุทธศาสตร์ร่วมระดับชาติ ว่าด้วยระบบสุขภาวะชุมชน เปิดเผยว่า ยุทธศาสตร์ร่วมระดับชาติ ว่าด้วยระบบสุขภาวะชุมชน เป็นหนึ่งในวาระสำคัญของการประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติครั้งที่ 6 พ.ศ.2556 ภายใต้แนวคิด "สานพลัง สร้างสุขภาวะชุมชน" จัดขึ้นระหว่างวันที่ 18-20 ธันวาคม 2556 ณ ศูนย์การประชุมสหประชาชาติ (UNCC) กรุงเทพมหานคร ถือเป็นมิติใหม่ในการประสานความร่วมมือของหน่วยงานระดับชาติ และตัวแทนองค์กรภาคีที่เกี่ยวข้อง
ปัจจุบัน ชุมชนจำนวนมากได้รับผลกระทบจากโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ที่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมและชุมชน ขาดการรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่น และในส่วนที่เป็นนโยบายประชานิยมเชิงสังคมสงเคราะห์ ที่อาจทำให้เกิดผลกระทบข้างเคียงในระยะยาว รวมถึงในอนาคตจะมีการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ที่มาทั้งโอกาสและความเสี่ยงต่อชุมชนเหล่านี้
นพ.พลเดช กล่าวว่า มีหน่วยงานและองค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สนับสนุนการพัฒนาชุมชนไม่น้อยกว่า 46 แห่ง ครอบคลุมทั้งทางมิติด้านสุขภาพ อาทิ การพัฒนาระบบบริการสุขภาพชุมชน ตำบลจัดการสุขภาพดี ตำบลสุขภาพดีวิถีไทย ฯลฯ ทางด้านเศรษฐกิจ มีการส่งเสริมการจัดตั้งกองทุนชุมชน กองทุนหมู่บ้าน วิสาหกิจชุมชนยั่งยืนและการแก้ไขปัญหาความยากจน ซึ่งทั้งหมดต่างมียุทธศาสตร์ แผนงาน โครงการ งบประมาณ รวมถึงดัชนีชี้วัดความสำเร็จที่แตกต่างกันไป
“การทำงานมีข้อจำกัดและอุปสรรคเกิดขึ้น เนื่องจากแต่ละหน่วยงาน ต่างปฏิบัติภารกิจและมีเครื่องมือชี้วัดความสำเร็จ (KPI) เฉพาะของตนเอง ทั้งที่เป้าประสงค์ตรงกัน คือการพัฒนาศักยภาพองค์กรชุมชนให้มีความเข้มแข็งและจัดการปัญหาของตนเองได้อย่างยั่งยืน"
ดังนั้น แผนยุทธศาสตร์ฉบับนี้จึงเป็นหัวใจสำคัญในการสนับสนุนให้เกิดความร่วมมือในแผนปฏิบัติการพัฒนาชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีเป้าหมายการทำงานต่อเนื่องอย่างน้อย 5-10 ปี ที่จะยกระดับให้เกิดชุมชนสุขภาวะได้อย่างแท้จริง
"สาระสำคัญของยุทธศาสตร์ฯจะเป็นการรวมพลังขององค์กรภาคีทั้งหมด ที่มีเป้าหมายการทำงานเพื่อชุมชน ให้เป็นเหมือนการรวมแสงเลเซอร์ ในการสนับสนุนการดำเนินงานทั้งหมดพุ่งเข้าหากัน กระจายจากด้านล่างขึ้นบน เพื่อเร่งการเปลี่ยนแปลงชุมชนฐานรากของสังคมไทย ให้มีความเข้มแข็ง มีภูมิคุ้มกัน และทันต่อสถานการณ์วิกฤติในทุกๆด้าน"
ปัจจัยภายใน ที่สร้างชุมชนเข้มแข็ง ได้แก่
1. มีทุนมนุษย์ คือผู้นำและสมาชิกชุมชน ที่มีความเข้มแข็ง สามัคคี และมีส่วนร่วมในกิจกรรมชุมชน
2. ตระหนักถึงคุณค่าของทุนทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ รวมถึงภูมิปัญญา วัฒนธรรมท้องถิ่น
3. ทุนการเงิน โดยเฉพาะกองทุนที่เกิดจากการจัดการของชุมชนเอง เช่น สัจจะออมทรัพย์
4. มีกระบวนการคิดเรื่องข้อมูล และสามารถบริหารจัดการข้อมูลชุมชนได้เอง
5. สมาชิกชุมชนมีส่วนร่วมบริหารจัดการเพื่อพัฒนาชุมชนของตนเอง ทั้งตัดสินใจ วางแผน กำกับติดตาม ประเมินผล
6.มีกระบวนการเรียนรู้พัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเรียนรู้ภายใน ภายนอก และการประยุกต์ใช้ความรู้
ส่วนปัจจัยภายนอกที่จะเป็นองค์ประกอบในการขับเคลื่อนชุมชนสุขภาวะ มาจากมีเครือข่ายชุมชนท้องถิ่นที่พร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์เรียนรู้การพัฒนา และมีหน่วยงานที่ให้การสนับสนุนทางด้านวิชาการ ให้คำแนะนำ หรือเงินทุน เพื่อสร้างความพร้อมและปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง รวมถึงการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ การระบาดของยาเสพติด การทุจริตคอรัปชั่น ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนบั่นทอนความเข้มแข็งของชุมชนได้
เป้าหมายในยุทธศาสตร์การสร้างชุมชนเข้มแข็ง จะครอบคลุมชุมชนทุกประเภท ตั้งแต่ชุมชนท้องถิ่นพื้นฐาน เช่น ชุมชนในชนบท รวมถึงชุมชนท้องถิ่นสมัยใหม่ อาทิ ชุมชนบ้านจัดสรร ชุมชนโรงงาน หรืออาคารสำนักงานต่างๆ นอกจากนี้ ยังครอบคลุมชุมชนในโลกเสมือนจริง เช่น ชุมชนออนไลน์ในโลกไซเบอร์ด้วย เพื่อนำไปสู่ “ชุมชนที่มีศักยภาพในการเรียนรู้ ปรับตัว และสามารถจัดการปัญหาได้ด้วยตนเอง ทั้งเศรษฐกิจ สังคม การเมือง สิ่งแวดล้อม และสุขภาพ สามารถบรรลุถึงความเข้มแข็ง พึ่งตนเองได้ และมีความสุข”







