
ประธานหอการค้านานาชาติ
เมื่อผมขอลาออกจากประธานไทยธนาคาร ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ซึ่งเป็นผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย
เมื่อผมขอลาออกจากประธานไทยธนาคาร ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ซึ่งเป็นผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยในขณะนั้น ได้ถามผมว่า ใครที่เหมาะสมที่จะมาดำรงตำแหน่งต่อไป
ผมแนะนำ คุณทวี บุตรสุนทร เพื่อนผู้บริหารจากบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย
ท่านผู้ว่าฯ รู้จักคุณทวีดีอยู่แล้ว จึงเห็นชอบด้วย คุณทวีเป็นประธานคณะกรรมการ ต่อมาอีกประมาณ 5 ปี จึงขายหุ้นให้ธนาคารซีไอเอ็มบีตามที่กล่าวมาแล้ว น่าเสียดายว่าคุณทวีเสียชีวิตอย่างกะทันหันจากสาเหตุหัวใจวายเฉียบพลัน หลังจากที่เสร็จสิ้นภารกิจที่ธนาคารไทยธนาคารไม่นานนัก
วิกฤตเศรษฐกิจในปี 2540 ก่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศไทยอย่างใหญ่หลวง ตอนแรกๆ ที่ค่าเงินบาทตกลงไปถึงประมาณ 50 บาทต่อหนึ่งเหรียญสหรัฐนั้น ความมั่นคงของประเทศและประชาชนหายไปเกือบครึ่งหนึ่ง ปัจจุบันค่าของเงินบาทตีกลับมาที่ประมาณ 30 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ทำให้สถานการณ์ดีขึ้น
เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้คนไทยได้บทเรียนที่มีคุณค่า ต้องปรับตัวทางเศรษฐกิจให้แข็งแกร่งขึ้น พัฒนาการส่งออกเพื่อนำเงินตราเข้าประเทศ และไม่ยอมกู้หนี้จากต่างประเทศจนเกินตัว สถาบันการเงินปรับตัวและดำเนินการทางธุรกิจอย่างรัดกุม มีความมั่นคง
ปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงรับสั่งมาตลอด เริ่มได้รับความสนใจอย่างจริงจังและนำไปปฏิบัติเป็นรูปธรรม ดังนั้นเมื่อเกิดวิกฤตเศรษฐกิจในสหรัฐอเมริกาที่ถูกขนานนามว่า “วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์” ในปี 2550 และวิกฤตการเงินในยุโรปในปี 2554 ขึ้น ประเทศไทยจึงได้รับผลกระทบกระเทือนน้อย สามารถปรับตัวรับกับสถานการณ์ได้ดี
นับว่าเจ็บแล้วเรียนรู้ไม่นับว่าเสียเปล่า
หวังว่าคนรุ่นหลังๆ จะไม่ลืมเร็วนัก เพราะวงจรเศรษฐกิจโลกจะมีขึ้นมีลง ทุกๆ สิบปีหรือสิบห้าปี เป็นเช่นนี้เสมอมาและจะเสมอไป ความพอเพียงและการตื่นรู้ตัวอยู่ตลอดเวลาเท่านั้นที่จะเป็นเกราะกำบังภัยทางเศรษฐกิจได้อย่างถาวร
ประชาชนที่มีเงินฝากในธนาคารพาณิชย์พึงระวัง ปัจจุบันรัฐบาลจะไม่มีการรับประกันเงินฝากที่มีอยู่ในธนาคาร ความเสี่ยงอยู่กับเจ้าของเงินฝาก ถ้าธนาคารเกิดล้มละลาย และไม่สามารถจ่ายเงินคืนได้ทั้งหมด ผู้ฝากเงินและผู้ลงทุนจะต้องรับภาระนั้นไป ตัวใครตัวมัน
ประธานหอการค้านานาชาติแห่งประเทศไทย
ในปี 25432546 ควบคู่กับการเป็นประธานธนาคารไทยธนาคาร ผมได้รับมอบหมายให้เป็นประธานหอการค้านานาชาติแห่งประเทศไทย
หอการค้านานาชาติ (International Chamber of Commerce หรือเรียกย่อๆ ว่า ICC) ก่อตั้งเมื่อปี 1919 จากกลุ่มประเทศในยุโรป ปัจจุบันมีสมาชิก 120 ประเทศทั่วโลก
สมัยนั้นยังไม่มีองค์การการค้าโลก World Trade Organization (WTO) ไอซีซีจึงเป็นองค์กรการค้าสากลที่มุ่งหวังส่งเสริมการค้าเสรีระหว่างประเทศ โดยการร่วมกันตั้งกติกาการค้าต่างๆ เช่น ข้อตกลงทางการค้า การชำระเงิน และข้อตกลงทางศุลกากร เป็นต้น บทบาทที่สำคัญอีกประการคือ ให้บริการทางการระงับข้อพิพาททางการค้าระหว่างประเทศ ภายใต้ระบบอนุญาโตตุลาการ ซึ่งยังใช้มาจนถึงปัจจุบัน
ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 แล้ว ไอซีซีเสื่อมความสำคัญไปบ้าง เพราะบทบาทบางอย่างถูกทดแทนโดยองค์กรสากลใหม่ๆ ที่ตั้งขึ้นภายใต้ยูเอ็น (United Nation) แต่ไอซีซียังเป็นองค์กรสากลเอกชนองค์กรเดียวที่ได้รับการยอมรับระหว่างประเทศและโดยยูเอ็น
จวบจนปี 2542 ประเทศไทยเป็นเพียงสมาชิกสมทบไม่มีสิทสิทธิ์ออกเสียงในเรื่องต่างๆ ที่ไอซีซีเป็นผู้กำหนด มีสิทธิเข้าร่วมประชุมประจำปีเพื่อฟังนโยบายและข้อตกลงต่างๆ ที่ทำขึ้นระหว่างปีเท่านั้น
ผมและคณะได้เสนอให้ประเทศไทยสมัครเป็นสมาชิกสามัญและจัดตั้งหอการค้า
นานาชาติแห่งประเทศไทยขึ้น ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากองค์กรหลักสามสถาบันภาคเอกชน ซึ่งประกอบด้วย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย โดยกระทรวงพาณิชย์รับเป็นผู้สนับสนุนค่าสมาชิกใน 5 ปีแรกของการดำเนินการ
ในปี 2544 ประเทศไทยได้รับการเสนอให้เป็นผู้แทนกลุ่มประเทศในเอเชีย ในคณะกรรมการบริหารของไอซีซี ซึ่งเลือกมา 30 ประเทศด้วยกัน คณะกรรมการบริหารประชุมปีละ 3 ครั้ง ที่สำนักงานใหญ่ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส
ผมและคณะซึ่งประกอบด้วยผู้แทนหลักอีกสองคน คือ วิพรรธ์ เริงพิทยา และคุณเกียรติ สิทธีอมร เป็นผู้แทนไปร่วมประชุม
การเป็นสมาชิกสามัญและการได้รับคัดเลือกให้เป็นกรรมการบริหาร ทำให้ประเทศไทยทราบความเคลื่อนไหวและแนวโน้มของกติกาการค้าที่อาจเปลี่ยนแปลงหรือเกิดขึ้นใหม่ได้ทันท่วงที มีเวลาเตรียมตัวหรือปรับตัวไม่ให้เสียเปรียบประเทศคู่ค้าอื่นๆ
อ่านต่อสัปดาห์หน้า







