posttoday
เริ่มต้นที่เรา...เพื่อประโยชน์แห่งสังคม(จบ)

เริ่มต้นที่เรา...เพื่อประโยชน์แห่งสังคม(จบ)

03 พฤษภาคม 2553

....พระอาจารย์อารยะวังโส

....พระอาจารย์อารยะวังโส

ปุจฉา

อ่านวิสัชนาธรรมในเรื่อง “ปัญหาแก้ได้ด้วยหนทางแห่งปัญญา” ก็ยอมรับว่าเป็นจริงตามที่หลวงพ่อบรรยายมา แต่ให้นึกเป็นห่วงว่า “สังคมปัจจุบันที่หนาทึบด้วยม่านหมอกของโมหจิต ฤๅจะพบห้วงแห่งปัญญา” จะมีหนทางประการใดที่จะช่วยให้สังคมไม่อับแสง ...

จาก แฟนคลับธรรมส่องโลก

กราบนมัสการพระอาจารย์อารยะวังโส

ดิฉันได้อ่านหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ คอลัมน์ของพระอาจารย์ รู้สึกเลื่อมใสจึงอยากได้หนังสือ “ธรรมส่องโลก เล่ม ๑ และ ๒” เพื่อมาอ่านและฝึกปฏิบัติ ดิฉันมีอาชีพค้าขาย ไม่ค่อยมีเวลาไปวัดปฏิบัติธรรม จึงส่ง Email นี้มาขอหนังสือเพื่อไปศึกษาและปฏิบัติธรรมที่บ้าน

กราบนมัสการ

นางพัฒนา ศิริผล

๓๘/๘ ถนนสารนิธิ์ ตาคลี นครสวรรค์

วิสัชนา :

พยายามปฏิบัติอยู่ให้ตลอดเวลา จะได้เลี้ยงจิตของเราให้มีความศรัทธาอยู่ตลอด และจะนำไปสู่การปฏิบัติตนอยู่ในขอบเขตแห่งศีล ซึ่งสามารถอบรมจิตให้เกิด สีลานุสติ ต่อเนื่องขึ้นไปได้อีกองค์กรรมฐานหนึ่ง วิธีปฏิบัติก็ไม่ยากซับซ้อนใดๆ ทำได้ทุกกาล ทุกสถานที่ เพียงกำหนดรู้ลมหายใจเข้าออกเป็นเบื้องต้น เมื่อลมหายใจเข้าพึงรู้ เมื่อลมหายใจออกพึงรู้ โดยบริกรรมพุทโธควบคุมลมหายใจเข้าออก จนจิตแนบแน่น นั่นหมายถึงสติควบคุมจิต ตั้งอยู่บนกองลมเข้าออก จนรวมลงเป็นหนึ่งเดียวกับพุทโธ เมื่อเราระลึกถึงพุทธคุณทั้ง ๙ ธัมมาคุณทั้ง ๖ และสังฆคุณทั้ง ๙ ก็จะเป็นการเจริญอนุสติทั้ง ๓ ไปตามลำดับ และกลับมารวมจิตลงที่พุทโธเหมือนเดิมจนเป็นจิตดวงเดียว มั่นคง ไม่แส่ส่าย ก็จะยังให้เกิดปัญญาขึ้นได้ด้วยสติที่บริสุทธิ์ เมื่อรู้จักรู้ละวาง ด้วยรู้เท่าทันธรรมปรุงแต่งที่เกิดปรากฏไม่ว่าจากกายหรือจิต ก็จะนำไปสู่การมีปัญญาเกิดขึ้นได้ พึงปฏิบัติไปตามลำดับก็จะพบความสุขโดยธรรม เพราะปัญญาเกิดขึ้นจากการปฏิบัติ แม้เพียงเล็กน้อยของความสงบที่เกิดจากปัญญาอันผ่านกระบวนการเจริญภาวนาตามที่กล่าว ก็ย่อมจะให้คุณค่ายิ่งด้วยรสชาติแห่งธรรมนั้นเหนือรสชาติทั้งปวงจริงๆ

ผู้ที่ถึงธรรมหรือประพฤติอยู่บนเส้นทางธรรมอย่างสม่ำเสมอ จึงไม่หวั่นไหวไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เพราะความเข้าใจความจริงใน กฎแห่งกรรม หรือความเป็นธรรมดาในธรรมชาติตามหลักธรรมนิยาม ซึ่งเป็นความรู้รวบยอดในพระพุทธศาสนานั่นเอง

จากที่กล่าววิสัชนาธรรมมาทั้งหมด เพียงหวังให้เกิดความรู้ความเข้าใจอันนำไปสู่คำตอบตามที่ปุจฉามาว่า “จะมีหนทางประการใดที่จะช่วยให้สังคมไม่อับแสง ...” ซึ่งตอบโดยสรุปได้คือ การพัฒนาตัวเราเองให้เข้าถึงธรรมกระแสจากที่กล่าวมาโดยย่อ โดยเริ่มต้นที่เรา แม้เพียงหนึ่งเดียวหากเกิดความรู้จริงตามพระธรรมคำสั่งสอนในพระพุทธศาสนาก็ย่อมจะเกิดประโยชน์กับสังคมได้ ดุจดังในความมืดมิดแห่งราตรีกาลที่เกิดผุดปรากฏมีแสงเทียนเล่มหนึ่งขึ้นมาสว่างไสว ก็ย่อมมีคุณค่ายิ่งนัก และหากช่วยกันต่อแสงเทียนออกไปอีกหลายๆ เล่ม ก็ย่อมยิ่งเพิ่มความสว่าง ความมืดก็จะค่อยสูญสิ้นไปเมื่อความสว่างเข้ามา และความสว่างแห่งปัญญาที่เกิดจากการเรียนรู้ในพระพุทธศาสนาของเรานี้แหละ ที่สามารถขจัดความมืดมิดแห่งโลกที่เกิดจากอำนาจแห่งอวิชชาให้หมดสิ้นไปได้ จึงควรเริ่มต้นที่ตัวเรากับการสร้างแสงแห่งปัญญาให้เกิดขึ้น เพื่อประโยชน์แห่งสังคม อย่าไปรอคอยเทวดามนุษย์หน้าไหนเลย เรานั่นแหละเป็นที่พึ่งของเราเอง ตรงตามพระพุทธพจน์ที่ว่า อัตตาหิ อัตตโน นาโถ แปลความว่า ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อการเข้าถึงพระสัจธรรม เพื่อแสงสว่างแห่งปัญญาอันมีคุณค่ายิ่ง ดังลิขิตธรรมของหลวงปู่จันทร์ ที่ว่า

ดวงไฟสว่างได้ บริเวณ

อาทิตย์ ดวงจันทร์เห็น ทั่วฟ้า

ปัญญาจักลอยเด่น ยิ่งกว่า

เห็นชาตินี้ ชาติหน้า ตราบเข้านิพพาน

ขอเจริญพร

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท