
หยวนแข็ง
“การแข็งค่าของเงินหยวนนั้นถือเป็นประโยชน์กับคนจีนมากกว่า” อี้กัง รองผู้ว่าการธนาคารกลางจีน กล่าวปาฐกถาต่อนักเศรษฐศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยชิงหัว เมื่อสองวันก่อน
“การแข็งค่าของเงินหยวนนั้นถือเป็นประโยชน์กับคนจีนมากกว่า” อี้กัง รองผู้ว่าการธนาคารกลางจีน กล่าวปาฐกถาต่อนักเศรษฐศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยชิงหัว เมื่อสองวันก่อน
เป็นการตอกย้ำถึงเหตุผลที่จีนเตรียมลุยปฏิรูปเศรษฐกิจหลังจากที่เปิดเผยพิมพ์เขียวออกมาก่อนหน้านี้ครับ ซึ่งหนึ่งในการปฏิรูปเศรษฐกิจของจีนนั่นก็คือ การผ่อนคลายให้ค่าเงินหยวนแข็งค่าขึ้นโดยจะทำการขยายแบนด์ขึ้นลงของอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินหยวนในแต่ละวันให้มากกว่า 1%
แผนการปฏิรูปเงินหยวนดังกล่าว ถือว่าสอดคล้องไปกับแผนการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจระยะยาวของจีนที่รัฐบาลกรุงปักกิ่งมุ่งที่จะปรับเปลี่ยนจากเดิมที่จีนมุ่งเน้นการส่งออก มาเป็นการให้ความสำคัญกับการบริโภคภายในประเทศมากขึ้นกว่าเดิม พูดง่ายๆ ก็คือ จีนจะมุ่งพึ่งพาเศรษฐกิจภายในมากกว่าที่จะพึ่งพาตลาดต่างประเทศเพื่อการส่งออกครับ
เหมือนกับสหรัฐที่แรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดก็คือ กำลังซื้อของผู้บริโภคภายในประเทศ ซึ่งคิดเป็น 2 ใน 3 ของกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั้งหมดของประเทศ
ดังนั้น การปฏิรูปเงินหยวนของจีนให้แข็งค่าขึ้นกว่าเดิมจึงจะช่วยเสริมให้กำลังซื้อของคนจีนเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย เป็นไปตามเป้าวัตถุประสงค์ของการปฏิรูปเศรษฐกิจในครั้งนี้
แต่กระนั้นก็ตาม การปล่อยให้หยวนแข็งค่าขึ้นนั้น ถือว่าจีน “ใจกล้า” มาก เพราะต้องไม่ลืมว่าจีนเองก็ยังต้องพึ่งพาการส่งออกอยู่เหมือนเดิม เพียงแต่จะเริ่มลดความสำคัญลงบ้างเท่านั้น
บรรดาผู้นำจีนจะต้องทำใจครับ กับศักยภาพการแข่งขันของสินค้าจีนในตลาดโลกที่จะตกลง ต้นทุนการผลิตในจีนก็จะสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว ค่าแรงสูงขึ้น และที่สำคัญก็คือ การได้ดุลการค้าของจีนจะลดลงเพราะมูลค่าการนำเข้าสินค้าจะสูงขึ้นไปตามค่าเงินหยวนที่แข็งขึ้น
ง่ายยากของจีนไม่ใช่ว่าจะทำการปฏิรูปได้อย่างไรเพราะจีนเป็นระบบเผด็จการอยู่แล้วสั่งปุ๊บได้ปั๊บ แต่ปัญหาใหญ่คือจีนจะทำอย่างไรให้เกิดความสมดุลระหว่าง การส่งออก การเป็นฐานการผลิตหลักของโลก และการพึ่งพาตลาดภายในประเทศของจีนเอง
ดังนั้น จึงเห็นได้ว่า แม้ว่าจีนจะเริ่มปล่อยให้หยวนแข็งค่ามากขึ้น แต่ก็ยังไม่ปล่อยให้กลไกตลาดเข้ามาควบคุมทิศทางการแลกเปลี่ยนเงินหยวนอย่างเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ ทำได้แต่ขยายแบนด์ขึ้นลงในแต่ละวัน โดยที่รัฐยังคงควบคุมอยู่ห่างๆ
จีนเป็นตลาดใหญ่ มีประชากร 1,400 ล้านคน ดังนั้นจะขยับอะไรทีก็ต้องคิดหน้าห่วงหลังเยอะๆ ครับ







