
สีลม....ในวันที่ราตรีไม่มีเสงประดับ
8...อินทรชัย พาณิชกุล
ผ่านมากว่า 2 สัปดาห์แล้ว สำหรับเหตุระเบิดที่ถนนสีลม อันถือเป็นเหตุการณ์รุนแรงที่สุด และสร้างความหวาดกลัวมากที่สุดเท่าที่เคยเกิดขึ้นมาบนถนนแห่งนี้เลยก็ว่าได้ เพราะนอกจากจะมีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บกว่า 80 คนแล้ว ยังส่งผลให้ชาวสีลมได้รับความกระทบกระเทือนทางด้านจิตใจอีกมากมายนับไม่ถ้วน
หนึ่งในจำนวนนั้นก็คือหลากหลายชีวิตที่สร้างสีสันในยามค่ำคืนแก่ถนนสีลมมาอย่างยาวนานหลายสิบปี
อำนวย รามมะฆะ แม่ค้าขายกระเป๋าหนัง และ เฮียหมู พ่อค้าขายเสื้อยืดที่ตลาดพัฒนพงษ์ ทั้งคู่ทำมาค้าขายอยู่ที่นี่มากว่า 20 ปี ยืนยันตรงกันว่าเหตุระเบิดที่สีลมส่งผลกระทบต่อทุกชีวิตบนถนนเส้นนี้มากกว่าครั้งใดๆ
“
อยู่มาเป็นสิบๆ ปี ตลาดพัฒนพงษ์ถือเป็นแหล่งทำเงินให้กับพ่อค้าแม่ค้า และดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาเป็นจำนวนมาก เป็นสถานที่ที่สร้างสีสันในยามค่ำคืนแก่ถนนสีลมจนกลายเป็นที่รู้จักของทุกคนมานาน รายได้จากที่นี่หล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนนับไม่ถ้วน ที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีเหตุการณ์อะไรที่ร้ายแรงมากเท่านี้เลย ระเบิดคืนนั้นทำให้พวกเราชาวสีลมเสียขวัญและกำลังใจไปเยอะ” เฮียหมู บอกฉุนๆอำนวย เล่าว่า ที่ผ่านมาแม้ชาวสีลมเคยเจอทั้งม็อบสีเหลืองหรือเหตุการณ์กระทรวงพาณิชย์มาบุกจับสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ที่ตีกันจนตลาดพังเมื่อหลายปีก่อน แต่บรรยากาศก็ไม่เคยน่ากลัวเท่านี้
“
ข่าวตอนแรกบอกว่าม็อบจะบุกสีลม ก็คิดว่าคงแค่เคลื่อนตัวบนถนน ไม่น่ามีอะไร แต่พอเห็นทหารเป็นพันๆ คนถือปืนกระจัดกระจายไปตามฟุตปาท ตรอกซอกซอยต่างๆ ก็โอโห นี่มันสงครามชัดๆ ทหารตำรวจเยอะแบบนี้ไม่ได้ทำให้รู้สึกปลอดภัยนะคะ ทำให้รู้สึกกลัวมากกว่า มันจะต้องมีอะไรรุนแรงแน่ๆ ไม่งั้นคงไม่แห่กันมาเยอะขนาดนี้”ทั้งคู่โอดครวญเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่มีทางรู้ว่าจะยังทำมาค้าขายได้อยู่หรือไม่ คงต้องรอดูสถานการณ์กันแบบวันต่อวัน
“
ทุกวันนี้พ่อค้าแม่ค้าก็คุยกันว่าจะเอายังไงต่อ ใจคอไม่ดีเลย รู้สึกแย่จริงๆ เซ็งมาก ลึกๆ ในใจกลัวนะ แต่ก็อยากขาย เพราะไม่มีรายได้ แต่ถ้ามีเหตุรุนแรงที่สีลมอีก ลูกค้าก็คงไม่มาเดินแล้ว สุดท้ายพวกเราพ่อค้าแม่ค้านั่นแหละที่จะตาย ...ตายทั้งเป็น” แม่ค้ารายนี้ทำท่าเหมือนจะร้องไห้ขณะที่เฮียหมูทิ้งท้ายสั้นๆ ว่า
“อยากให้รัฐบาลทำอะไรสักอย่าง อะไรก็ได้ให้มันจบลงเร็วๆ”ย้อนกลับไปยังคืนวันที่ 22 เม.ย. ก่อนที่จะเกิดเหตุร้ายๆ ที่ไม่มีใครคาดคิด โน หนุ่มเจ้าของร้านแผงลอยใต้สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส ศาลาแดง ยังจำได้แม่นยำว่าคืนนั้นทุกอย่างดูเป็นปกติ ไม่มีวี่แววว่าจะเกิดเหตุการณ์ร้ายขึ้นเลย
“
ผมขายของริมฟุตปาทแถบนี้มาเกือบสิบปีแล้ว คืนนั้นกำลังนั่งมองนู่นนี่เพลินๆ บรรยากาศคึกคักมากครับ กลุ่มคนเสื้อหลากสียังรวมตัวกันยืนถือป้ายกันเต็มแน่นถนนเลย จู่ๆ ก็มีเสียงระเบิดตูม 3 ครั้ง ดังสนั่นหวั่นไหวเลย แตกตื่นกันใหญ่ แล้วก็วิ่งหนีไปคนละทิศละทาง วุ่นวายมากครับ พ่อค้าแม่ค้ามองตากันแวบเดียวก็ตัดสินใจรีบเก็บร้านเลย ไม่ขายมันแล้ว” พ่อค้ารายนี้กล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น“
จากนี้ไปหากยังมีม็อบเสื้อแดงชุมนุมกันอยู่ที่แยกศาลาแดง เชื่อว่าก็ยังจะมีกลุ่มนั้นกลุ่มนี้มารวมตัวตอบโต้กันอยู่เรื่อยๆ และน่ากลัวว่าจะต้องมีเหตุร้ายอีก...ขืนเป็นแบบนี้ผมว่านักท่องเที่ยวจะต้องไปจากสีลมแน่ๆ”อีกมุมหนึ่งของถนนสีลม ท่ามกลางแสงสีเสียงฉูดฉาดบาดตาของป้ายประดับหน้าร้านรวงต่างๆ สุทธิดา บุญพึ่ง พนักงานต้อนรับสาวสวยประจำบาร์แห่งหนึ่งย่านศูนย์การค้าธนิยะพลาซ่า กล่าวว่า ลูกค้ากว่า 80% เป็นชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวญี่ปุ่น ถึงวันนี้มีบางตา แต่ก็ยังไม่ถือว่าเงียบเหงานัก
“
พอระเบิดปุ๊บ คนก็หายไปเลย ยิ่งมีคนเจ็บคนตาย นักท่องเที่ยวเขาก็กลัวกันสิ จากที่มานั่งทอดอารมณ์นานๆ จนถึงเวลาร้านปิด ก็กลายเป็นว่ามานั่งดื่มแป๊บๆ ก็รีบกลับ”วิทวัส เจ้าของร้านบาร์เบียร์ฝั่งถนนสุรวงศ์ ฝากไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารผู้ดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ว่าหากมีเหตุการณ์ผิดปกติเกิดขึ้น อยากให้ช่วยประกาศเตือนไปยังชาวต่างชาติให้ออกไปจากพื้นที่ทันที
“
ลูกค้าชาวต่างชาติที่ร้านหลายคนเล่าให้ฟังว่าไปเดินเล่นดูสถานการณ์มา มีระเบิด เจอคนเจ็บ เจอกองเลือด เห็นคนสองฝ่ายปะทะกัน เขาก็ถ่ายคลิปมือถือมาให้พี่ดู พี่รู้สึกไม่ดีก็บอกเขาว่าอย่าทำแบบนี้ เข้าไปใกล้ขนาดนี้มันอันตรายนะ จะไปเดินเล่นเพ่นพ่านถ่ายรูปทหาร ถ่ายรูปผู้ชุมนุมในสถานการณ์อย่างนี้มันไม่ได้ อยากฝากไปยังผู้ที่มาสังเกตการณ์ว่าถ้าไม่มีความจำเป็นหรือหน้าที่อะไรตรงนั้นก็ออกมาเถอะ กลับบ้าน มันไม่คุ้มค่าที่จะเสี่ยงชีวิตเลย”สถานการณ์อันตรายบนถนนสีลมยังคงดำเนินต่อไปอย่างไม่รู้ว่าจะกลับคืนสู่ความสงบเมื่อใด เช่นเดียวกันกับแสงไฟระยิบระยับ และสีสันความเคลื่อนไหวน่าสนใจของกลุ่มนักท่องราตรีคงจะไม่มีให้เห็นเหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว







